xs
xsm
sm
md
lg

จนท.เข้าตรวจพื้นที่หลังโจรใต้ก่อเหตุป่วนยิงถล่มฐานและวางระเบิดใน 3 อำเภอนราธิวาส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
นราธิวาส - เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ หลังโจรใต้เข้ายึดสถานีอนามัยเป็นฐาน ก่อนบุกถล่มชุดปฏิบัติการร่วมเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งยังมีการวางระเบิดใน 2 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ด้านแม่ทัพภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดเจ้าหน้าที่ ชคต.

วันนี้ (29 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงายความคืบหน้าเหตุคนร้ายได้ประชุมวางแผนนัดแนะบุกโจมตีฐานและวางระเบิดเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายในพื้นที่ 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ ระแงะ จะแนะ และศรีสาคร ในเวลาไล่เลี่ยกันช่วงเวลา 18.30 น. ถึง 19.30 น. ของช่วงเย็นในวันที่ 28 ธ.ค.61 ทำให้ประชาชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ในช่วงเช้าของวันที่ 29 ธ.ค.61 โดยได้แยกย้ายกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมกันทั้ง 3 อำเภอ ดังนี้

ที่อำเภอระแงะ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ผกก.สภ.ระแงะ พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 45 ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกาลิซา ตั้งอยู่บ้านกาหนั๊วะ ม.5 ต.กาลิซา

เจ้าหน้าที่พบที่พักของชุดคุ้มครองตำบลที่ปลูกสร้างด้วยอิฐบล็อกมุงหลังคาด้วยกระเบื้อง ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย 2 หลัง คลังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง 1 หลัง จากระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้างที่คนร้ายได้ผลิตเอง โดยบรรจุใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 400 กรัม และเจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจพบระเบิดชนิดดังกล่าวซึ่งไม่ทำงานตกกระจายเกลื่อนภายในฐานอีก จำนวน 22 ลูก พร้อมกระเดื่อง 13 อัน และวงจรระเบิด 22 ชุด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บกู้ไว้
 

 
นอกจากนี้ ที่บริเวณกำแพงรั้วด้านซ้ายมือของอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาลิซา ซึ่งติดกับฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล ซึ่งเป็นอิฐบล็อกมีร่องรอยคล้ายถูกคนร้ายใช้ของแข็งทุบเป็นรูโหว่ สามารถลอดเข้าไปในฐาน ชคต.ได้ และบริเวณด้านหลังและด้านข้างของฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล เจ้าหน้าที่ตรวจพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม16 อาก้า และลูกซอง ตกอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 7-8 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้แฝงตัวเข้าไปยังอาคารที่ทำการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาลิซา พร้อมได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ 4 คน ซึ่งทำงานล่วงเวลาให้เข้าไปหลบในอาคารที่ทำการ พร้อมได้ยึดโทรศัพท์มือถือไว้ จากนั้นคนร้ายส่วนที่เหลือได้ใช้ของแข็งทุบกำแพง พร้อมใช้เป็นที่กำบังใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้างที่ผลิตขึ้นเองที่เตรียมมา จำนวน 32 ลูก ขว้างเข้าไปในฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล พร้อมสลับใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐาน ส่วนคนร้ายกลุ่มที่ 2 จำนวนประมาณ 10 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือได้แฝงตัวออกมาทางด้านข้างและด้านหลังของฐาน ในการสนับสนุนยิงปืนถล่มเข้าไปในฐาน จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกัน

ต่อมา นายมาหามะ เจ๊ะแม อดีตกำนัยตำบลกาลิซา ได้ยินเสียงปืนจึงได้ระดมกำลังชุด ชรบ.และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 12 คน พร้อมอาวุธปืนลูกซอง เดินทางไปสนับสนุนชุดคุ้มครองตำบล พร้อมเปิดฉากยิงปะทะกับกลุ่มคนร้าย เป็นเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้อาศัยความชำนาญพื้นที่ล่าถอยไป เมื่อเสียงปืนสงบลง พบว่า นายอับดุลอาซิ มะมิง ถูกสะเก็ดระเบิดของคนร้ายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแผ่นหลังเล็กน้อย และเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปยังอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาลิซา เพื่อทำการตรวจสอบความเสียหาย และพบเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 คน อยู่ในสภาพเสียขวัญจึงได้ทำการปลอบประโลม ก่อนที่จะนำตัวส่งบ้านพัก

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ชุดคุ้มครองตำบลกาลิซา ได้เกิดปะทะกับกลุ่มคนร้ายอยู่นั้น ได้มีคนร้ายอีก 3 ชุด ได้แยกย้ายกันตัดต้นไม้ขวางถนน 3 สาย ที่มุ่งหน้าไปยังฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกาลิซา เพื่อสกัดกั้นการสนับสนุนกำลังเข้าไปช่วยเหลือ คือ สายบ้านปูโงะ-บ้านกาหนั๊วะ สายบ้านลูดฐ๊ะบาตู-บ้านบาโงกาหนั๊วะ และสายบ้านกาเด็ง-บ้านกาหนั๊วะ โดยในช่วงคืนที่ผ่านมา ชุด ชรบ.และชุดคุ้มครองตำบล หลังจากเสร็จสิ้นการเคลียร์พื้นที่ในฐาน ได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่ล้มขวางถนนออกจากการจราจร
 

 
ส่วนที่อำเภอศรีสาคร พ.ต.อ.สุธาเวชช์ ธารีไทย ผกก.สภ.ศรีสาคร ร.ต.อ.ฤทธิชัย น้อยสุก รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบคนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุด โดยจุดที่ 1 ริมถนนบ้านกลูบี ม.4 ต.ซากอ เจ้าหน้าที่พบเสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น และต้นติดกันเอียง 1 ต้น และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนักประมาณ 5 กก. จุดชนวนด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือไอวี ไทเมอร์ ตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง
 
เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้าน 4 คน กำลังขี่รถ จยย.แล่นผ่าน ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน คือ 1.น.ส.สมใจ นวลจริง 2.นางมาสินี ยูโซะลีเมาะ 3.น.ส.อาริณี หะยีสะกันดา และ 4 น.ส.อามีนา หะยีสะกันดา ซึ่งมีอาการแน่นหน้าอก และหูอื้อ

และจุดที่ 2 เป็นบริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนบ้านละโอ ม.2 ต.ศรีบรรพต เจ้าหน้าที่พบเสาไฟฟ้าหักโค่น จำนวน 2 ต้นขวางถนน และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในแป๊บเหล็กทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนักประมาณ 5 กก. จุดชนวนด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอวี ไทเมอร์ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจุดดังกล่าวนี้ได้เกิดระเบิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

และในช่วงคืนที่ผ่านมา จากการโค่นล้มของเสาไฟฟ้าที่ขวางถนนที่บริเวณบ้านละโอ ม.2 มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 คน จากการขี่รถ จยย.ผ่านมายังจุดเกิดเหตุ แต่ไม่เห็นเสาไฟฟ้าที่ล้มขวางอยู่ คือ 1.นายมาหะมะ หะยีสะอุ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตืองอ ม.3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งมีอาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ รายที่ 2.นายมะยูนัง ตาเย๊ะ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบีโล๊ะ ม.3 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
 

 
ส่วนที่อำเภอจะแนะ พ.ต.อ.สมชาย นิลเพชร ผกก.สภ.จะแนะ พ.ต.ท.ประจวบ นิ่มเรือง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด 4 จุด และพบเห็นระเบิดไม่ทำงานอีก 1 จุด

โดยจุดที่ 1 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเสาไฟฟ้าริมถนนบ้านยามู ม.1 ต.ดุซงญอ พบเสาเหล็กทรงกลมที่ติดตั้งไฟฟ้าแบบโซลาร์เซลล์ หัก 1 ต้น และฝั่งตรงกันข้ามเป็นเสาไฟฟ้าปูนทั่วไป ถูกอานุภาพของระเบิดได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยเสาไฟฟ้าทั้ง 2 ต้น มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือไอวี ไทเมอร์ ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้าริมทาง

จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณเสาไฟฟ้าใกล้กับหัวสะพานบ้านสุแฆ ม.3 ต.ดุซงญอ เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย และพบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือไอวี ไทเมอร์ ตกอยู่เกลื่อนทั่วบริเวณ
 

 
จุดที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือไอวี ไทเมอร์ แขวนอยู่ที่เสาไฟฟ้าริมถนนบ้านรือเปาะ ม.4 ต.ดุซงญอ เจ้าหน้าที่จึงได้กันพื้นที่พร้อมให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีจะใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการเก็บกู้ด้วยการยิงทำลาย และพบว่าระเบิดลูกดังกล่าววงจรจุดชนวนระเบิดขัดข้อง จึงไม่ทำงานในช่วงคืนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แกะชิ้นส่วนและอุปกรณ์จุดชนวนระเบิด เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส นำไปตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงและ ดีเอ็นเอในการนำไปเปรียบเทียบกับประวัติบุคคลที่ก่อเหตุคดีความมั่นคง

จุดที่ 4 และ 5 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเสาไฟฟ้าริมถนนบ้านกาแย ม.5 ต.ดุซงญอ และเสาไฟฟ้าบนเนินเขาริมถนนบ้านยะออ ม.1 ต.จะแนะ ซึ่งไม่ได้รับความเสียหายจนหักโค่น โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 5 กก. จุดชนวนด้วยวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือไอวี ไทเมอร์ ตกเกลื่อนบริเวณรอบเสาของโคนเสาไฟฟ้าทั้ง 2 ต้น

ต่อมา เวลา 10.30 น. วันที่ 29 ธ.ค.61 ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 7 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ได้เดินลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง บนถนน 4048 สายยี่งอ ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 200 เมตร ได้พบวัตถุต้องสงสัยฝังอยู่ใต้ผิวถนน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดจากชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ มาทำการตรวจสอบ

พบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถ้งแก๊สหุ้งต้ม หนัก 50 กก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้ายาวเข้าไปจุดชนวนในป่ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการเก็บกู้ด้วยการยิงทำลาย ซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายเตรียมจุดชนวนเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่กองกำลังที่ขับยานพาหนะผ่านไปบริเวณดังกล่าว
 

 
ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแยกย้ายกันตรวจสอบจุดเกิดเหตุในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวมรวบหลักฐานทั้งหมด เช่น ปลอกกระสุนปืน ระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้างที่คนร้ายได้ผลิตเอง โดยบรรจุใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 400 กรัม จำนวน 22 ลูก ซึ่งไม่ทำงาน รวมทั้งระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊บเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 5 กก. หรือไอวี ไทเมอร์ ที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้เอาไว้ได้ 1 ลูก ส่วนประกอบวงจรระเบิด 22 วงจร กระเดื่องจำนวน 13 อัน รวมทั้งเศษซากชิ้นส่วนของระเบิด และปืนเล็กยาวเอชเคของเจ้าหน้าที่ อส.ถูกระเบิดเพลิงไหม้เสียหาย 1 กระบอก จะนำไปตรวจสอบทางกระบวนการวิทยาศาสตร์ เพื่อนำผลการตรวจไปเปรียบเทียบกับบุคคลในแฟ้มก่อคดีความมั่นคง ว่าตรงกับผู้ใด และเป็นสมาชิกแนวร่วมของเครือข่ายกลุ่มก่อความไม่สงบบุคคลใด เพื่อขยายผลไปสู่การจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยแหล่งข่าวจากหน่วยข่าวความมั่นคงที่ติดตามการเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เชื่อว่า การก่อเหตุของคนร้ายกลุ่มนี้ในพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอ มีการประชุมวางแผนนัดแนะก่อเหตุร้ายขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งแกนนำระดับสั่งการเป็นคนเดียวกัน ที่ใช้สมาชิกแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในแต่ละพื้นที่ร่วมก่อเหตุ เนื่องจากมีความชำนาญพื้นที่ และง่ายในการหลบหนี หากถูกเจ้าหน้าที่กดดันไล่ล่า

ต่อมา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ได้เดินทางมายังฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกาลิซา เพื่อติดตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเพื่อเป็นการปลอบขวัญให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ชุด ชคต.และ ชรบ. ที่เข้ามาให้การสนับสนุนในการตอบโต้กับกลุ่มคนร้าย โดยขอชื่นชมทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท และให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นหน่วยงานใด ซึ่งตนจะนำแบบอย่างการปฏิบัติหน้าที่ของ ชคต.และ ชรบ.กาลิซา แห่งนี้เป็นต้นแบบให้ ชคต.ทั้งหมดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขอชื่นชมทุกคน เนื่องจากกลุ่มก่อความไม่สงบมีจำนวนมาก แต่ไม่สามารถที่จะบุกยึดและโจมตีฐาน ชคต.แห่งนี้ได้
 
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...