xs
xsm
sm
md
lg

นักวิชาการอัดเละ “รัฐบาลไม่ชอบธรรม-ผู้มีอำนาจไร้เหตุผล” หลัง ครม.ไฟเขียวสร้างเขื่อนวังหีบที่นครฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ความอุดมบูรณ์ของผืนป่าวังหีบ Cr.เพจ กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำคลองวังหีบ
 
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - “ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ” นักวิชาการสายเลือดใต้อัดเละ ครม.อนุมัติสร้าง “เขื่อนวังหีบ” ที่นครฯ คือความ ไม่ชอบธรรมในการตัดสินใจของรัฐบาลบิ๊กตู่ แถมย้ำผู้มีอำนาจไร้เหตุผล เพราะคณะทำงานที่ตั้งขึ้นเองยังระบุชัดแก้น้ำท่วมไม่ได้ แต่ยังแถ ควัก EIA อายุ 15 ปี มารองรับแบบที่ทั่วโลกเขาไม่ทำกัน
 
เช้าวันนี้ (19 ธ.ค.) ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นักวิชาการที่มีพื้นเพเป็นคนปักษ์ใต้ และติดตามความเคลื่อนไหวกรณีการแย่งชิงทรัพยากรในภาคใต้อย่างใกล้ชิด ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า Chainarong Setthachua เกี่ยวกับกรณีที่ ครม.เพิ่งอนุมัติให้มีการสร้างเขื่อนวังหีบ ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันอังคารวานนี้ (18 ธ.ค.) ด้วยการจั่วหัวเรื่องไว้ว่า “เขื่อนวังหีบ ความ (ไม่) ชอบธรรมในการตัดสินใจของรัฐบาล” แล้วตามด้วยเนื้อหาดังนี้
 
มติ ครม.ที่อนุมัติเขื่อนวังหีบ จ.นครศรีธรรรมราช ในหลักการเมื่อวานนี้ ผมมีคำถามและข้อสังเกตบางประการดังนี้ ประการแรก ชาวบ้านเพิ่งยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนหน้าการอนุมัติ 1 วัน แต่เสียงของชาวบ้านไม่มีความหมายใดๆ การตัดสินใจของรัฐบาล จึงเป็นการละเมิดสิทธิชุมชน/สิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหลักการที่เป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่รัฐบาลประกาศมาโดยตลอด ใช่หรือไม่?
 
ประการที่สอง เขื่อนแห่งนี้ คณะทำงานที่รัฐบาลมอบหมายได้ชี้ให้เห็นว่า ไม่ได้แก้ปัญหาที่สาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมทุ่งสง นั่นเท่ากับว่าต่อให้สร้างเขื่อนก็ไม่ได้แก้ปัญหาน้ำท่วมที่ทุ่งสงได้ เพราะน้ำท่วมเกิดจากทางน้ำถูกกีดขวาง แต่ข้อมูลเหล่านั้นไม่ได้มีการนำไปใช้ในการตัดสินใจแม้แต่น้อย
 
สิ่งที่น่าวิตกก็คือ เห็นได้ชัดเจนว่าเขื่อนแห่งนี้ไม่ได้ประโยชน์ตามที่มีการอ้าง แต่ก็ยังมีการอนุมัติในหลักการ การตัดสินใจของรัฐบาลที่ไร้เหตุผลเช่นนี้อาจจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการตัดสินใจโครงการขนาดใหญ่อีกหลายแห่งที่กำลังถูกผลักดันในขณะนี้ โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งในภาคใต้และทั่วประเทศที่ส่วนใหญ่อ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม
 
คำถามที่สำคัญของผมก็คือ เมื่อไม่มีเหตุผลจากโครงการที่จับต้องได้แล้ว เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของการผลักดันเขื่อนแห่งนี้ (รวมทั้งเขื่อนอื่นๆ) คืออะไร? เช่น ระบบคิดของราชการ ผลประโยชน์ที่แอบแฝง ฯลฯ
 
ภาพจากเฟซบุ๊ก  Chainarong Setthachua
 
ประการที่สาม นโยบายของรัฐบาลในการอนุรักษ์ย้อนแย้งกันเองหรือไม่ เพราะเขื่อนวังหีบทำลายป่าต้นน้ำชั้น 1 เอ และเป็นป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นต้นน้ำของทุ่งสง เป็นแหล่งภูมิทัศน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ขณะที่นโยบายของรัฐบาล คสช.นับตั้งแต่ทำรัฐประหารก็คือ การทวงคืนผืนป่า โค่นยางพารา มีชาวบ้านถูกขังคุกข้อหาบุกรุกป่า แล้วใช้งบประมาณเพื่อฟื้นฟูป่า
 
“ผมมีคำถามง่ายๆ ว่า รัฐบาลจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ ต้องทวงคืนผืนป่าอีกเท่าไหร่ จึงจะได้ป่าที่สมบูรณ์แบบที่ป่าวังหีบ” ข้อความตอนหนึ่งที่ ดร.ไชยณรงค์ โพสต์ไว้ที่เฟซบุ๊ก ก่อนจะเสริมว่า 
 
ประการที่สี่ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ที่ใช้ในการตัดสินใจโครงการนี้ อนุมัติตั้งแต่ปี 2546 (อ้างอิงจากมติ ครม.ที่อนุมัติในหลักการโครงการเขื่อนวังหีบเมื่อวานนี้) นั่นหมายถึงว่า อีไอเอ (EIA) โครงการนี้ทำเมื่อก่อนหน้าการอนุมัติโครงการเกือบ 15 ปี ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน เพราะระยะเวลาเกือบ 15 ปี ทั้งชุมชน ทั้งระบบนิเวศย่อมเปลี่ยนแปลงไปมาก ขณะที่ชุมชน และสังคมไม่เคยได้เห็นรายงานดังกล่าว
 
หากรายงานดังกล่าวจัดทำและอนุมัติเมื่อเกือบ 15 ปีที่แล้ว ยังหมายถึงว่า การตัดสินใจของรัฐบาลขัดต่อประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ (EHIA) ที่ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งไม่ได้มีความหมายเพียงการศึกษาผลกระทบที่ครอบคลุมเนื้อหาด้านสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องมีกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย
 
“ผมเชื่อว่า ถ้ามีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านจากนักวิชาการที่อิสระ ที่ไม่ได้มีส่วนได้เสีย คือ ไม่ได้รับเงินว่าจ้างจากเจ้าของโครงการ เราจะเห็นชีวิตคนวังหีบ เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งมิติสังคม และสุขภาพที่คนวังหีบจะต้องเผชิญหากมีการสร้างเขื่อน เห็นคุณค่าของผืนป่าแห่งนี้ ดังที่ชุมชนเรียกป่าผืนนี้ว่า ป่าโบราณ เราจะเห็นความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งอาจพบสิ่งมีชีวิตที่หายาก หรือใกล้สูญพันธุ์”
 
ดร.ไชยณรงค์ เพิ่มเติมด้วยว่า การไม่มีการพิจารณาโครงการโดยยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่เคารพสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน และไร้เหตุผลทางวิชาการ จึงทำให้โครงการนี้ขาดความชอบธรรม สังคมจึงไม่ควรปล่อยให้เดินหน้าโครงการ และสังคมไม่ควรปล่อยให้การตัดสินใจโครงการขนาดใหญ่ของผู้มีอำนาจไร้เหตุผลเช่นนี้
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...