xs
xsm
sm
md
lg

“ส่วย” ก่อวิกฤต! สะพัด “ข้อเขียนคนไทยในจีน” ชี้ทางออกท่องเที่ยวจากโศกนาฏกรรมเรือล่มที่ภูเก็ต

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - ศูนย์ข่าวภาคใต้ – โลกออนไลน์สะพัดข้อเขียนให้เครดิต “คุณนพนันท์” สะท้อนความเห็นคนไทยในจีนต่อโศกนาฏกรรมเรือล่มที่ภูเก็ต เผย “ส่วย” ก่อปัญหานำสู่วิกฤตใหญ่ พร้อมชี้ทางออก ก่อนฟันธงเผด็จการทหารมีอำนาจเด็ดขาดยังทำไม่ได้ ประเทศคงสิ้นหวัง
 
อนุสนธิจากกรณีเกิดโศกนาฏกรรมเรือฟินิกซ์ล่มใกล้เกาะเฮใน จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา ขณะนำนักท่องเที่ยวชาวจีน 89 เดินทางกลับจากท่องเที่ยวทางทะเล งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 47 ราย และช่วยเหลือได้ 42 คน ซึ่งในเวลานี้การค้นหาศพผู้เสียชีวิต กู้ซากเรือและช่วยเหลือผู้ประสบภัยของ “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต” ยังดำเนินไม่แล้วเสร็จ
 
พร้อมกันนั้นตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ก็ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและเป็นเจ้าของเรือฟินิกซ์ดังกล่าว แม้จะเป็นบริษัทสัญชาติไทยและมีผู้บริหารเป็นคนไทย แต่ก็มีข่าวสะพัดและเป็นไปได้ที่ว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ” และเป็น “นอมินี” ให้กับกลุ่มทุนจีน โดยชาวจีนที่เป็นสามีของผู้บริหารบริษัทเจ้าของเรือฟินิกซ์เองก็ออกมายอมรับแล้วว่า พนักงานเกือบทั้งหมดในบริษัทเป็นชาวจีน นอกจากนี้แล้วยังเกิดยังเกิดกระแสการแสดงความคิดเห็นของผู้นำรัฐบาลไทยตามด้วยอย่างหนักหน่วงด้วย
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้มีเสียงสะท้อนและวกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันขนานหนักในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งวันนี้ (12 ก.ค.)  “MGR Online ภาคใต้” ได้รับการส่งผ่านข้อมูลชิ้นหหนึ่งทางสื่อสังคมออนไลน์ที่พิจารณาแล้วเห็นว่า มีความน่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์กับสังคมโดยส่วนร่วม ซึ่งน่าจะทำความเข้าใจในบริบทของสังคมไทยได้ดีในระดับหนึ่ง โดยระบุข้อมูลนี้เป็นเครดิตของ “คุณนพนันท์” ผู้ที่รู้จักและเข้าใจประเทศจีนและคนจีนอย่างแท้จริง ซึ่งก็น่าจะเป็นชาวไทยที่เดินทางไปพักอาศัยและมีปฏิสัมพันธ์กับชาวจีนลึกซึ้งในระดับหนึ่ง ตามรายละเอียดดังนี้
 

 
“เมื่อวานคนจีนแถวบ้านผมในกรุงปักกิ่งก็จับกลุ่มคุยกันเรื่องเรือล่มที่ภูเก็ต เพื่อนคนจีนของผมคนหนึ่ง ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีระดับพันล้าน ก็ยกเลิกที่จะพาครอบครัวไปเที่ยวภูเก็ตในเดือนหน้า...
 
ผมไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องนี้ เพราะพูดทีไรก็จะมีสารพัดคนเข้ามาโต้ตอบว่า ก็คนจีนทำกันเอง กินรวบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทัวร์ศูนย์เหรียญ คนไทยไม่ได้อะไร ฯลฯ ก็พูดทำนองคล้ายๆ กับที่พี่ป้อมของลุงตู่พูดจนโด่งดังไปทั่วเมืองจีนขณะนี้นั่นล่ะ...
 
หรือไม่ก็ด่าเหยียดหยามคนจีน เมืองจีน ด้วยคำพูดเดิมๆ แม้ส่วนใหญ่คนที่พูดจะมีเชื้อสายจีน หรือชีวิตนี้ยังไม่เคยมาเมืองจีนเลยด้วยซ้ำ หรือไม่ก็แค่เคยไปแถวๆ เสินเจิ้น-กวางเจาไม่กี่ครั้ง แล้วก็พูดถึงประเทศจีนได้ทั้งประเทศอย่างกับผู้เชี่ยวชาญ...
 
แต่ครั้งนี้มีความเสียหายใหญ่หลวงเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะกับการท่องเที่ยวไทย ผมจึงขอพูดอะไรสักนิด ทุกประเทศย่อมมีคนที่พยายามหาช่องทางหากิน สำคัญที่เราต้องมีกฎหมายที่รัดกุม และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เราไปโทษเขาไม่ได้หรอก เพราะเราคือเจ้าของประเทศ แต่เราไม่ดูแลบ้านของเราเอง ความรับผิดชอบอยู่กับเราเต็มๆ...
 
ผมอยู่เมืองจีน ผมมีวีซ่าระยะยาว แต่แค่เปิดร้านกาแฟผมก็ยังไม่กล้าทำ เพราะผิดจากวัตถุประสงค์ที่ผมได้รับอนุญาตให้อยู่ในเมืองจีนโดยรัฐบาลจีน แม้ผมอยากจะใช้โนมินีคนจีนแทน ก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เพราะมีหน่วยงานจีนคอยตรวจสอบยุบยับ เข้าเยี่ยมถึงสำนักงานและบ้านพักอาศัยเป็นประจำ สำหรับเรื่องจ่ายเงินใต้โต๊ะนั้นเลิกคิดได้เลย มีแต่จะหาคุกจีนใส่ตัวเพิ่มเข้าไปอีก...
 
แม้กระทั่งนักศึกษาต่างชาติ มีวีซ่านักเรียน แค่เปิดร้านขายของออนไลน์บน taobao พอทำไปสักพักเริ่มเป็นเรื่องเป็นราว ก็ถูกจับ ถูกยึดสินค้า ถูกจับขังแล้วเนรเทศ...
 
ตรงกันข้ามในเมืองไทย คนจีนสามารถเปิดร้านขายของกันได้หน้าตาเฉย ทำได้แม้แต่เปิดบริษัทห้างร้านโดยใช้คนไทยบังหน้า จ้างลูกจ้างคนจีนกันโครมๆ สร้างเรือนำเที่ยว พานักท่องเที่ยวออกทะเลกลางพายุกันได้อีกต่างหาก...
 
ทั้งหมดนี้ทำได้ยังไง ทำด้วยวีซ่าอะไร มี work permit กันหรือไง หรือว่ามีแค่วีซ่าท่องเที่ยว แต่ทำทุกอย่างได้เสมือนคนไทยกันอย่างเอิกเกริก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท้องที่ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น สรรพากร ฯลฯ หน่วยงานราชการของเราที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำอะไรกันอยู่ ไม่ต้องคิดมากก็เดาได้ว่าต้องมีการรับส่วย ส่งส่วยกัน ไม่งั้นไม่มีทาง...
 
คนจีนกำลังไม่พอใจ ลามเป็นไฟลามทุ่ง ไม่รู้ว่าจะลุกลามกันไปถึงไหน นักท่องเที่ยวจีนปีละสิบกว่าล้านคน มูลค่าธุรกิจการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวจีนเหล่านี้ปีละนับแสนล้านบาท ก็อาจมีปัญหา...
 
ต่อให้เขารู้ว่าเป็นพวกคนจีนด้วยกันแอบมาทำกันเองในเมืองไทย เขาก็คาดหวังว่าประเทศไทยจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเหมือนอย่างที่ประเทศจีนทำ ไม่ใช่พูดทำนองว่า สมควรแล้ว ก็พวกคนจีนทำกันเอง คำพูดอย่างนี้เมื่อออกจากปากผู้บริหารประเทศระดับรองนายกฯ ก็ยิ่งไปกันใหญ่...
 
ก็ยังดีที่นายกฯ รีบรุดไปภูเก็ต เข้าเยี่ยมให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิตชาวจีนด้วยตัวเอง และสั่งการเฉียบขาดให้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่จะดีกว่านี้หากสามารถดำเนินคดีถึงข้าราชการที่รับส่วยทั้งหมดด้วย ล้างบางให้หมด เอาตัวออกมาประจาน และอย่าให้มีอีก...
 
กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ทำอะไรได้แค่ไหนในเมืองไทยก็ต้องทำได้แค่นั้น ข้าราชการทุกคนที่ทุจริตในเรื่องนี้จะต้องถูกดำเนินคดี หากเผด็จการทหารมีอำนาจเด็ดขาดยังทำไม่ได้ ประเทศไทยก็คงสิ้นหวัง”
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...