xs
xsm
sm
md
lg

2 กูรูยางอัดเละ! รบ.ลุงตู่มะเขือเผาแก้ยางราคาตก จี้ รมว.เกษตรฯ ป้ายแดงโละ “ปธ.บอร์ด-ผู้ว่า กยท.” รื้อ พ.ร.บ.กยท.58

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

รศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ (ซ้าย) กับ นายศิวะ ศรีชาย (ขวา)
 
ศูนย์ข่าวภาคใต้ - 2 กูรูวงการยางพาราไทยวิพากษ์เละรัฐบาลลุงตู่ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จี้ รมว.เกษตรฯ ป้ายแดงโละทิ้งทั้ง “ประธานบอร์ด-ผู้ว่า กยท.” และปรับรื้อตั้งแต่ระเบียบไปจนถึง “พ.ร.บ.กยท.พ.ศ.2558” ที่ไม่เอื้อต่อผลประโยชน์ชาวสวน รวมถึงประเทศชาติและประชาชน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา อดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญด้านยางพารา วุฒิสภา อีกทั้งเคยเป็นถึงอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) มาแล้วด้วย ถือเป็นหนึ่งในนักวิชาการแถวหน้าที่รู้เรื่องราวของวงการยางพาราไทย ได้โพสต์ที่หน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับวงการยางพาราไทยไว้น่าสนใจ โดยเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้โพสต์ไว้ในหัวเรื่อง “สต๊อกยาง 1 แสนตันกับกลไกกดดันราคายาง” รายละเอียดดังนี้
 
“เป็นข่าวดีที่ รมต.เกษตรฯ คนใหม่ (นายกฤษฎา บุญราช) ให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่เอายางในสต๊อก 1 แสนตันที่คาราคาซังมาตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ (ชินวัตร) ออกมางอแงในตลาดอีก จะประกาศเป็นสต๊อกตาย หรือนำไปใช้ทำอย่างอื่นก็ว่ากันไปให้ชัดนะครับ…
 
“ที่ผ่านมาพอ กยท.(การยางแห่งประเทศไทย) ปล่อยข่าวว่าจะขายยางล็อตนี้ราคายางในตลาดก็วูบทุกที เป็นโอกาสให้พ่อค้าอาศัยยางล็อตนี้ผ่าน กยท.หากินกดดันราคาซื้อยางราคาถูกจากเกษตรกรมาตลอด รีบๆ ทำอะไรเสียเถอะครับกับยางล็อตนี้ ก่อนที่จะเป็นยางเน่าหรือได้ข่าวไฟไหม้โรงงาน ตอนนี้แต่ละปีรัฐบาลก็ต้องเสียค่าเช่าโกดังเก็บรักษา ใช้เงินภาษีมาเป็นร้อยล้านแล้ว...
 
“ที่ผ่านมากรรมการ กยท.และ ผอ. กยท.ชอบเอายางล็อตนี้มาขู่และขี่คอชาวสวนยาง ได้ฟัง รมต.ท่านพูดถึงนโยบายเรื่องยางวันนี้ เห็นทีทั้งบอร์ดและทั้ง ผอ. กยท.ต้องขอเวลานอกท่าน รมต.เพื่อเคลียร์ข้อสงสัยในยางล็อตนี้ในเร็ววันกันแล้วละครับ หรือไม่อีกทีทั้งบอร์ด ทั้ง ผอ.อาจถูก ม.44 ให้กลับบ้านเลี้ยงหลานก่อนเวลา ก็น่าจะเป็นทางออกที่สอดรับกับการแก้ปัญหาเรื่องยางพาราที่คาราคาซังมาตลอด”
 
นอกจากนี้แล้ว รศ.ดร.ประเสริฐยังได้โพสต์ให้ความเห็นไว้เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ในหัวข้อ “ราคายางตกต่ำ..รัฐบาลทำหรือไม่ทำอะไร?” ด้วย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

“เห็นรัฐบาลแก้ปัญหาราคายางตกต่ำแล้วช้ำใจแทนชาวสวนยาง ปล่อยให้พ่อค้ายางยักษ์ใหญ่ไม่กี่รายรวมตัวกันกดดันราคาไว้ เพื่อจะได้ซื้อยางถูกๆ จากชาวสวนยาง แล้วส่งออกเอากำไรจากที่พ่อค้ายางรายใหญ่ๆ ได้ไปตกลงซื้อขายในตลาดล่วงหน้าไว้กับต่างประเทศ เป็นการกดดันราคาที่ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. องค์กรทางการยางที่รัฐบาลเอาทหารที่เก่ง แต่ไม่รู้เรื่องยางมานั่งเป็นประธาน ภายใต้รัฐมนตรีเกษตร ที่เป็นทหารกล้า แต่พูดคุยกับชาวนาชาวไร่และเกษตรกรไม่รู้เรื่อง ทั้งยังได้ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยที่ไม่เอาไหนในเรื่องการยาง แถมเคยมีประวัติออกจะด่างพร้อย ให้ผู้คนเขาไม่ค่อยไว้ใจเข้าไปอีก…
 
“ภาคใต้แหล่งปลูกยางใหญ่ 11 ล้านไร่ คิดเป็นประมาณ 70% ของยางที่ปลูกในประเทศ อยู่ในช่วงหน้าฝน ปริมาณยางที่ผลิตได้น้อยกว่าปกติ อุปทาน (Supply) ยางก็ลดน้อยลงมากด้วย แต่แปลกใจที่ราคายางไม่กระเตื้อง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนๆ แล้วอย่างนี้จะไม่โทษว่า รัฐมนตรีเกษตรฯ กรรมการ กยท. และผู้ว่าการ กยท. ไม่เอาไหน แล้วจะโทษใคร...
 
“ส่วนจะไม่เอาไหนอย่างไรนั้น ลองไปสืบสาวราวเรื่องกันดู อาจมีการขนลุกซู่แบบเจอผีกันทีเดียวก็ได้ เมื่อปีกว่าๆ รัฐบาลลุงตู่มีนโยบายเพิ่มการใช้ยางภายในประเทศ มีการกำหนดให้หน่วยราชการเสนอแผนการใช้ยางกันอย่างครึกโครม ทั้งกระทรวงสาธารณสุข เกษตรฯ การท่องเที่ยวและกีฬา ศึกษาธิการ กลาโหม มหาดไทย และที่สำคัญคือ คมนาคม ที่ให้นำยางมาผสมแอสฟัลท์ทำถนน หลายกระทรวงตอบรับนโยบายพาราแอสฟัลท์ทำถนนค่อนข้างดี โดยเฉพาะที่กลาโหมและมหาดไทย (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)
 
“แต่ที่ไม่เอาไหน คือ ขาใหญ่สร้างถนนในกระทรวงคมนาคม ทั้งกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ทั้งๆ ที่ได้มีการกำหนดว่าให้ใช้ยางพาราผสมแค่ 2.7% เท่านั้น ทั้งสองกรมก็ยังยืนยันแบบโอ้เอ้วิหารรายว่า ไม่สะดวกอย่างนั้นอย่างนี้ ก็คงเป็นอะไรที่ขาใหญ่ยางมะตอยไทยไม่กระพริบไฟเขียวให้ นโยบายพาราแอสฟัลท์ทำถนนของลุงตู่จึงดูอับเฉาเหงาหงอย แถมการใช้สอยยางพาราในหน่วยราชการอื่นๆ ที่ฮือฮากันเมื่อปีกว่าๆ ก็พลอยเหี่ยวแห้งโรยราไปด้วย
 
“ราคายางตกต่ำไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบเพียงเศรษฐกิจชุมชนในชนบทอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่กระทบเป็นวงกว้างถึงเศรษฐกิจในเมือง ซึ่งการจับจ่ายใช้สอยมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน การใช้พาราแอสฟัลท์ทำถนนนั้น จากวันนั้นถึงวันนี้ ในทางวิชาการได้มีการพัฒนาไปไกล ได้มีการค้นคว้าวิจัยและทดลองใช้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือว่า สามารถผสมยางพาราเพิ่มจาก 2.7% เป็น 10% กับแอสฟัลท์ได้ และจะได้ถนนที่แข็ง ทนทานและราบเรียบกว่าใช้ยางเพียง 2.7% ที่เคยค้นพบไว้
 
ลุงตู่ไม่ลองหยิบนโยบายถนนพาราแอสฟัลท์มาผลักดันอีกทีหรือครับ บางทีราคายางอาจขยับขึ้นอีกก็ได้ เมื่ออุปสงค์ (Demand) ภายในประเทศขยับขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งกลไกตลาดต่างประเทศ ที่พ่อค้ายางรายใหญ่ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย รวมหัวกันกดราคาภายในประเทศไว้ในขณะนี้”
 
รศ.ดร.ประเสริฐกล่าวตบท้ายไว้ว่า อย่ารอให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ทนต่อไปไม่ไหวกับราคายางที่ตกต่ำเกินเหตุในขณะนี้ ต้องมารวมตัวกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อไล่ส่งรัฐมนตรี กรรมการ และผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ที่ว่ากันว่าไม่เอาไหน ในการแก้ปัญหาเรื่องยางอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันกันเลยครับ
 
ด้านนายศิวะ ศรีชาย เกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง แนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกที่เขียนถึง นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง “ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าของยางพารา และเกษตรกรชาวสวนยางคือ การบริหารงานที่ผิดพลาด ล้มเหลวของการยางแห่งประเทศไทย” โดยมีเนื้อหาดังนี้
 
สิ่งที่จะต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน ปัญหาเรื่องยางพาราขอโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางได้มีโอกาสได้แก้ปัญหากันเองเถอะครับ เพราะตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) 2558 และก่อตั้ง กยท.ขึ้นมา ทุกอย่างในกิจการค้ายางพาราของไทยมีแต่ความล้มเหลว จากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้
 
1. ประธานคณะกรรมการบริหาร กยท.(ประธานบอร์ด) พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เข้าใจในอาชีพชาวสวนยาง กิจการค้ายาง อุตสาหกรรม การแปรรูป การพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่ายางใดๆ เลย
 
สมควรที่จะปลดออกไปจากตำแหน่ง เพื่อสรรหาและเปิดโอกาสให้คนใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเข้าใจ ได้มีโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ต่อไป
 
2. ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศ ดร.ธีธัช สุขสะอาด ที่ได้รับการสรรหาและแต่งตั้งจากคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เข้าใจในอาชีพชาวสวนยาง กิจการค้ายาง อุตสาหกรรม การแปรรูป การพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่ายางใดๆ เลยเช่นเดียวกัน การบริหารกิจการขององค์กร กยท.มีแต่ความผิดพลาด ล้มเหลว ไม่มีความก้าวหน้า เอื้อประโยชน์พวกพ้องและพ่อค้ายางบางกลุ่ม และมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบ
 
สมควรที่จะปลดออกไปจากตำแหน่งเพื่อสรรหาและเปิดโอกาสให้คนใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเข้าใจ ได้มีโอกาสเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ต่อไป
 
3. พ.ร.บ.กยท.พ.ศ.2558 ถูกนำมาใช้โดยคณะกรรมการ กยท.ในลักษณะที่มีการบิดเบือน แปรเจตนารมณ์ต่างๆ ให้ผิดเพี้ยนไป มุ่งนำไปใช้เพียงเพื่อประโยชน์ขององค์กรและพวก พนักงาน/ลูกจ้างของ กยท.เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยละเลยและเบียดบังสิทธิและประโยชน์ การมีส่วนร่วมของเกษตรกรชาวสวนยาง ไปเสียเกือบทั้งสิ้น
 
จึงสมควรมีการยกเลิก ปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่างๆ ในหลายประเด็น เพื่อให้การดำเนินงาน ดำเนินกิจการของ กยท.เป็นประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวสวนยาง และประเทศชาติบ้านเมือง ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.กยท.อย่างแท้จริง
 
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...