xs
sm
md
lg

“ปลัดยุ” กับประสบการณ์ครั้งสำคัญใน 2 ภารกิจที่สุดของชีวิต ณ นครเมกกะ / สุไลมาน แวมามะ

เผยแพร่:


 
โดย...สุไลมาน แวมามะ
----------------------------------------------------------------------------------------

ปลัดหนุ่มชายแดนใต้ ณ ปัตตานี เค้าเป็นปลัดอารมณ์ดี นิสัยดี น่ารัก ขยัน ทำไมรึ ไม่หรอกครับคือ ผมจะบอกว่า “ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิต เราได้รับโอกาสที่สำคัญที่สุดของชีวิต ถามว่าเราจะปฏิเสธหรือไม่” แน่นอนครับ คงไม่มีใครปฏิเสธ หากไม่ติดอะไรที่สำคัญกว่า!!

นายอลงกรณ์ คลังข้อง หรือ “ป.ยุ” ปลัดอำเภอ(เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ) อำเภอเมืองปัตตานี ได้รับมอบหมายตามที่กรมการปกครองและจังหวัดปัตตานี ได้คัดเลือกให้ปฏิบัติภารกิจไปราชการและประกอบพิธีฮัจย์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ระหว่างวันที่ 14 สิงหาคม-8 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

ป.ยุ ได้บอกเล่าประสบการณ์เชิงแนะนำที่สำคัญที่สุดของชีวิตข้าราชการ และบ่าวของอัลเลาะฮ์ (ซบ.) ส่งต่อมาให้ได้อ่านเพื่อเป็นวิทยาทาน พร้อมกับภาพสวย ๆ อันน่าประทับใจ ตลอดทุกวินาทีที่ได้อยู่ปฏิบัติภารกิจที่นั้น

ป.ยุ ได้บันทึกและเล่าไว้ว่า หลังจากได้แพ็กกระเป๋าและพร้อมเดินทางเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม โดยสารสายการบินกัฟแอร์จากสุวรรณภูมิ ถึงบาร์เรน และต่อจากบาร์เรนถึงเมืองเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย “ยอมรับว่า ไม่เหนื่อย แต่สุขใจที่ได้มาถึง” !!
 

 
ต่อมาวันที่ 15 สิงหาคม เวลา 10.00 น. ป.ยุ และคณะได้ร่วมต้อนรับ นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ และนายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. ในโอกาสที่เดินทางไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจคณะผู้แสวงบุญชาวไทยที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี 2560 โดยมีเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ตลอดจนผู้แทนจุฬาราชมนตรี ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์ และผู้แสวงบุญชาวไทย จำนวน250 คน ณ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์

วันที่ 16 สิงหาคม เข้าวันที่ 3 คณะเดินทางไปเมืองมาดีนะห์ ที่สำคัญได้รับความรู้จาก อ.อรุณ บุญชม นั่นก็คือ การพาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น มัสยิดกุบาอ์ มัสยิดกิบละตัยน์ สมรภูมิอุฮุด นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่เหล่านี้

และไปละหมาดมัสยิดนาบาวี และที่เราเฎาะห์คือ สถานที่อยู่ระหว่างมิมบัร (แท่นที่นั่งในมัสยิดขณะบรรยายศาสนธรรมก่อนละหมาดวันศุกร์) กับบ้านของท่านศาสดามูฮำหมัด(ซ.ล.) เมื่อผ่านทางออกมาได้เลี้ยวซ้ายเล็กน้อยก็จะพบกับหลุมฝังศพของท่านศาสดามูฮำหมัด(ซ.ล.) ท่านอบูบักร์(ร.ฎ.) และท่านอุมัร(ร.ฎ.) ก็เป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งหนึ่งที่จะได้มีโอกาสให้สลามกับพวกท่านอีกครั้งก่อนออกจากมัสยิด
 

 
วันที่ 18 สิงหาคม ก็เข้าเมืองมักกะ ทำฮัจย์ตะมัตตั๊วะ การทำฮัจย์วิธีนี้ท่านทำอุมเราะห์ก่อนฮัจย์ โดยท่านจะต้องทำการเนี๊ยต(ตั้งเจตนา) เอียรอม เพื่ออุมเราะห์ที่มีกอต (สถานที่ๆ ถูกกำหนดให้เนี๊ยตเอี๊ยะราม) ถ้าท่านเดินทางผ่านมีกอตไป โดยไม่ได้ทำการเนี๊ยตเอี๊ยะราม ท่านจะต้องเสียดัม(ค่าปรับ) มีกอตสำหรับผู้ที่ที่เดินทางมาจากมาดีนะห์คือ ซุลหุลัยฟะห์ ได้ครองเอียรอม และละหมาด

เวลา 02.00 น.ได้ เมื่อเดินทางถึงมักกะห์ ทำการตอวาฟ(เดินเวียน 7 รอบ) เพื่ออุมเราะห์ สะแออุมเราะห์(เดินระหว่างเนินเขาซอฟาและเนินเขามัรวะห์ 7 รอบ) และทำการขลิบผม ได้ทำอุมเราะห์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ท่านก็สามารถปลดเอี๊ยะรอมได้ และสามารถกลับไปใส่เครื่องแต่งกายปกติ ไม่ต้องอยู่ในกฎข้อห้ามของการครองเอี๊ยะรามอีกต่อไป

วันที่ 20-25 สิงหาคม ได้รับคำสั่งปฏิบัติหน้าที่ประจำสนามบินเมืองเจดดาห์ร่วมกับทีมงาน เพื่อรับอุจยาตที่มาจากการบินไทยเช่าเหมาลำ สุวรรณภูมิ-เจดดาห์ ในการต้อนรับ ดูแลและอำนวยความสะดวกในการขึ้นรถ หลังเสร็จภารกิจก็เข้ามักกะห์ และครองเอียรอม ทำอุมเราะครั้งที่ 2

การปฏิบัติหน้าที่ในมักกะห์ จะทำหน้าที่ฝ่ายประเมินผล โดยมี นายอรัญชัย ดีน่า เป็นหัวหน้า และทีมงานในการเยี่ยมดูสถานที่พัก อาหาร ร่วมทั้งพบปะฮุจญาตตามที่พักต่างๆ
 

 
ป.ยุ ยังคงเล่าสิ่งที่ภูมิใจ มีรอยยิ้มกับความประทับใจกับทีมงานอีกว่า จนถึงวันที่ 8 เดือนซุ้ลฮิจญะห์ ก็ให้ท่านตั้งเจตนาเอียรอมอีกครั้ง เพื่อทำฮัจย์ โดยเอี๊ยะรามจากสถานที่ๆ ท่านพัก แล้วเดินทางไปค้างแรมที่มีนา 1 คืน พอวันที่ 9 เดือนซุ้ลฮิจญะห์ เป็นวันอะรอฟะห์ ท่านก็จะต้องเดินทางออกจากมีนา เพื่อมาทำการวุกุฟ(การหยุดพักสำรวมตน) ที่ทุ่งอะรอฟะห์ และให้ทำการวุกุฟจนพระอาทิตย์ตก

หลังพระอาทิตย์ตกก็เดินทางออกจากเขตอารอฟะห์เพื่อไปค้างแรมที่มุสดาลิฟะห์ หลังจากละหมาดซุบห์ที่มุสดาลิฟะห์แล้ว ก็ออกเดินทางต่อไปขว้างเสาหินต้นที่สาม(ญัมร่อตุ้ลอะกอบะห์) จำนวน 7 ก่อน ในวันนั้นจะขว้างเสาหินต้นนี้เพียงต้นเดียว (วันนั้นเป็นวันที่ 10 เดือนซุ้ลฮิจญะห์ นั่นก็คือวันตรุษอิดิ้ลอัดฮา) หลังจากขว้างเสาหินแล้ว ก็ทำการโกนศีรษะและไป ตอวาฟฮัจยีและสะแอฮัจย์กลับมามีนา นอนอีก 3 วัน และขว้างเสาหินอีก 3 ต้น แล้วกลับมักกะห์ เตรียมตัวเพื่อเดินทางกลับ

ก่อนเดินทางกลับต้องไปตอวาฟ วิดะ หรือตอวาฟอำลาก็จะได้ฮัจย์ที่บัมรูร ก่อนกลับไปสนามบินเจดดาห์- บาเรน-สุวรรณภูมิ เสร็จการปฏิบัติราชการ...

เชื่อไหมว่า ผมได้ฟังและมองหน้า ป.ยุ เหมือนกับผมอยู่เคียงข้าง ป.ยุ ที่นั้น ฟังแล้วรู้สึกภูมิใจกับปลัดหนุ่มคนนี้จริงๆ เพราะสิ่งที่เค้าไปกับ 2 ภารกิจ 1.สำคัญ 2.ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือ ภารกิจข้าราชการของพระเจ้าแผ่นดิน และบ่าวของพระเจ้าเอกองค์อัลเลาะฮ์ (ซบ.) ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของอิสลาม
 


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...