xs
xsm
sm
md
lg

สสว.เผยดัชนีเชื่อมั่น SME เดือน ส.ค. 62 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (TSSI) ประจำเดือนสิงหาคม 2562 ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการของ SME ทั่วประเทศจำนวน 1,400 ตัวอย่าง พบว่าดัชนี TSSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนที่ผ่านมา

ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (TSSI) ประจำเดือนสิงหาคม 2562 ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการของ SME ทั่วประเทศ จำนวน 1,400 ตัวอย่าง พบว่าดัชนี TSSI ประจำเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 80.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนกรกฎาคม 2562 ที่อยู่ที่ระดับ 79.6 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าฐานที่ 100 สะท้อนถึงผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงเทศกาลวันแม่บางร้านค้ามีการจัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ และระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

ดัชนี TSSI เดือนสิงหาคม 2562 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากความเชื่อมั่นในองค์ประกอบด้านยอดจำหน่ายสินค้าและกำไรเป็นหลัก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รู้สึกว่าสถานการณ์ทางการค้าและบริการอยู่ในระดับที่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังเป็นช่วงฤดูทำการเกษตร ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเยอะ แต่อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ยังคงชะลอตัว ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ มีการประหยัด และใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น นอกจากนี้ ร้านค้ายังมีการแข่งขันสูงขึ้น ขายตัดราคากันเอง อีกทั้งยังเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวยังมาไม่มากเท่าที่ควร ผนวกกับในบางพื้นที่ยังมีปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการของ SME จำแนกตามสาขาธุรกิจ พบว่า สาขาธุรกิจ ส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางธุรกิจโดยรวมอยู่ในระดับเพิ่มขึ้น แต่ค่าดัชนีที่เพิ่มขึ้นยังคงน้อยกว่าค่าฐานที่ 100 ได้แก่ สาขาค้าส่งสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ค้าปลีกรถจักรยานยนต์/รถยนต์ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ การท่องเที่ยว โรงแรม/เกสต์เฮาส์/บังกะโล สันทนาการ วัฒนธรรม การกีฬา ร้านอาหาร/ภัตตาคาร บริการด้านสุขภาพ/ความงาม และกิจกรรมอสังหาริมทรัพย์

สำหรับดัชนี TSSI คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 110.4 จากระดับ 100.6 ในเดือนก่อน ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ทางการค้าและบริการจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีความเห็นว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงปลายปี นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น มีการจองที่พักล่วงหน้าสูงขึ้น รวมไปถึงร้านค้า ร้านอาหารคาดว่าจะคึกคักมากขึ้น สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมคาดว่าจะดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนก็ยังคงกังวลในส่วนของความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ทำให้ไม่กล้าลงทุนเพิ่ม

ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SME ภาคการค้าและบริการ จำนวน 1,400 วิสาหกิจทั่วประเทศสำรวจระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2562-13 กันยายน 2562 ในเรื่อง “สาเหตุหลักที่ทำให้กิจการของท่านยอดขายลดลง และแนวทางการแก้ไขปัญหา” พบว่า

สาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าทำให้ยอดขายลดลง แยกตามประเภทปัจจัย มีดังนี้

• เมื่อแยกตามประเภทกิจการ พบว่าผู้ประกอบการในทุกกิจการส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกับในภาพรวม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในภาคค้าส่งมองว่าความเชื่อมั่นรัฐบาลและสภาพอากาศเป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้ยอดขายลดลง

• เมื่อพิจารณาแยกตามภูมิภาค พบว่าผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกับในภาพรวม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมองว่าความเชื่อมั่นรัฐบาล ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ยอดขายลดลง ภาคใต้มองว่าสภาพอากาศเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ยอดขายลดลง

แนวทางการแก้ไขปัญหายอดขายลดลง จากปัจจัยภายในด้านต่างๆ ดังนี้

1. การยังคงใช้การตลาดแบบเดิมแก้ไขปัญหาโดยการขยายช่องทางการขายสินค้า/บริการเพิ่มขึ้น เช่น ตลาดออนไลน์ เพื่อความสะดวกสบาย (ร้อยละ 43.90)
2. การมีทุนไม่เพียงพอในการรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แก้ไขปัญหาโดยขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาว ขอเพิ่มวงเงินในการกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจหมุนเวียนได้ (ร้อยละ 73.33)
3. การไม่ได้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยขาย แก้ไขปัญหาโดยการลงทุนนวัตกรรม เทคโนโลยีให้เข้ามาช่วย (ร้อยละ 47.62)

แนวทางการแก้ไขปัญหายอดขายลดลงจากปัจจัยภายนอกด้านต่างๆ ดังนี้
1. ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยการที่รัฐบาลออกโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย การกระจายรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยว (ร้อยละ 75.62)
2. พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหาโดยการปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมการซื้อ/การใช้จ่าย/การชำระค่าสินค้าหรือบริการของลูกค้า (ร้อยละ 52.18)
3. คู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้น แก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มช่องทางการรับลูกค้าให้มากขึ้น ปรับแผนการตลาด ปรับตัวให้ทันคู่แข่ง เพิ่มมาตรฐานของร้าน (ร้อยละ 34.87)

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...