xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์จับมือ MOC Biz Club 17 จังหวัดภาคเหนือ ดึงนักลงทุนจาก 6 ปท.ลุ่มน้ำโขงขายผ่านอีคอมเมิร์ซ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กระทรวงพาณิชย์จับมือ MOC Biz Club 17 จังหวัดภาคเหนือ ดึงนักลงทุนจาก GMS (Greater Mekong Subregion : อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ) โดยเฉพาะจีนค้าขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ พร้อมจัดประชุมระดับนานาชาติ กำหนดมาตรฐาน ขอบเขต ข้อจำกัด และการเจรจาธุรกิจ ดึงผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกัน...ต่อยอดเชื่อมโยงการค้า ณ จังหวัดเชียงราย เบื้องต้นเกิดมูลค่าการเจรจาธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท

นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมมือกับ MOC Biz Club 17 จังหวัดภาคเหนือ และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ตัวแทนผู้ประกอบการ e-Commerce จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สมาคมมิตรภาพไทย-เซินเจิ้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จ.เชียงราย สภาการค้าต่างประเทศในกลุ่มประเทศ GMS หอการค้า จ.เชียงราย วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล ม.เชียงใหม่ ฯลฯ จัดประชุมนานาชาติฯ เพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ ดึงนักลงทุนจาก GMS (Greater Mekong Subregion : อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ) โดยเฉพาะจีนมาทำการค้าขายผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงการกำหนดมาตรฐาน ขอบเขต ข้อจำกัดทางการค้า และการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเพื่อให้ความร่วมมือทางการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้นเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

"ภายในงานได้มีการจัดแสดงสินค้าและนำผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีที่ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดีจาก 17 จังหวัดภาคเหนือของไทยกว่า 100 ราย มาเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการภายในแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ บริษัท เป่ยเตี้ยน (Beidian) ที่ได้นำผู้ประกอบการใน www.beidian88.com มากกว่า 30 ร้านค้า และกลุ่มแครอท มอลล์ (Carrot Mall) ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของจีนที่ทำตลาดทั้งรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ เข้าร่วมพบปะ/เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน และผู้ประกอบการ MOC Biz Club 17 จังหวัดภาคเหนือ หลังเสร็จสิ้นงานฯ เกิดมูลค่าการเจรจาธุรกิจกว่า 100 ล้านบาท"

รองอธิบดีฯ กล่าวต่อว่า "นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการสินค้าชุมชนที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสู่การเจรจาธุรกิจในอนาคตในรูปแบบของการให้คำปรึกษาเฉพาะ (Clinic) รวมถึงการจัดเสวนาหัวข้อ "มุมมองและโอกาสบนเส้นทางระเบียง GTEC" "การพัฒนาสินค้าไทยให้ตอบโจทย์ตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศจีน" โดยผู้ประกอบการจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น"

"ในช่วงปลายปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมฯ ดังกล่าวอีกครั้ง โดยจะมีการเชิญผู้ประกอบการจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาเจรจาจับคู่ธุรกิจ โดยยังคงเน้นการใช้ระบบอี-คอมเมิร์ซเป็นตัวเชื่อมทางการค้า และจะทำการขยายกิจกรรมฯ นี้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อีกต่อไปในอนาคต" รองอธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...