xs
xsm
sm
md
lg

CIBA ปั้นนักบัญชียุคใหม่ คิด วิเคราะห์เป็น หยุดการเข้ามาแทนที่ของ AI

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


CIBA มธบ. ลงนาม 5 บริษัทด้านบัญชี ร่วมพัฒนาหลักสูตร ใช้ซอฟต์แวร์ บล็อกเชน เทคโนโลยีสร้างนักบัญชียุคใหม่ คิดวิเคราะห์ จัดการข้อมูล เข้าใจธุรกิจ ตลาด เป็นเพื่อนคู่คิดผู้ประกอบการช่วยให้บริษัทก้าวหน้า ไม่ใช่ผู้บันทึกข้อมูล เชื่อ AI แทนนักบัญชี ไม่ได้ หากรู้จักปรับตัว ผู้ประกอบการ เผยไทยขาดแคลนนักบัญชีคิด วิเคราะห์ จัดการข้อมูลเป็น หวังจับมือมหาวิทยาลัยปั่นนักบัญชียุคใหม่ตอบสนองความต้องการ

ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มธบ. กล่าวว่า วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี(CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) ลงนามข้อตกลง (MOU) กับ 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอ็คโคเมท จำกัด, บริษัท ไอเอ ซิกเนเจอร์ จำกัด,บริษัท ไอ.เอ.พี. อินเทอร์นอล ออดิท จำกัด,บริษัท การบัญชีไทย จำกัด และ บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด” เพื่อร่วมกันพัฒนานักบัญชีรุ่นใหม่ นักบัญชียุคใหม่จะไม่ใช่เป็นเพียงผู้ลงบัญชี แต่ ต้องวิเคราะห์เป็นคู่คิดเจ้าของธุรกิจ เพราะนักบัญชีรู้ทุกอย่างขององค์กร ต้องสามารถบูรณาการ จัดการข้อมูล กลั่นกรองข้อมูล เพื่อประโยชน์ผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และมีทักษะในการใช้เครื่องมือ เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้งานบัญชีมีประสิทธิภาพมากที่สุด

“ความร่วมมือครั้งนี้ จะนำสู่การพัฒนารายวิชาต่างๆ วิชาอะไรที่นักบัญชีควรเรียนรู้ จัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับบริบทของนักบัญชีรุ่นใหม่ รู้จักการใช้เทคโนโลยี เครื่องมือใหม่ๆ เพราะบริษัทที่เข้ามาร่วมมือ เป็นบริษัทที่มีการใช้ซอฟต์แวร์ มี AI มีบล็อกเชนในกระบวนการพัฒนาบัญชี มีบริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการความเสี่ยง ตรวจสอบภายใน และทำบัญชี ซึ่งแต่ละบริษัทมีแก่นต่างกัน ซึ่งเราจะนำจุดเด่นแต่ละบริษัทร่วมกับ CIBA ในการสร้างกระบวนการเรียนการสอน ระบบการพัฒนานักศึกษาบัญชี ให้มีทักษะที่ตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต

ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดี CIBA มธบ. กล่าวว่า การพัฒนานักบัญชี มีความจำเป็นต้องมีภาคีร่วม เพราะนักศึกษาบัญชีไม่ได้เป็นผู้บันทึกบัญชีเหมือนในอดีต ดังนั้น นักศึกษาต้องรู้จักการใช้เทคโนโลยี และภาคีในครั้งนี้ ทุกบริษัทล้วนมีเครื่องมือเทคโนโลยี ให้นักศึกษาได้เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI ให้นักศึกษาได้เข้าใจว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนคน แต่เข้ามาช่วยคนได้ หากคนรู้จักปรับปรุงและเข้าใจ อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้แก่นักศึกษาด้วยว่า อาชีพนักบัญชีไม่ได้หายไปจากโลกนี้ อย่างที่ถูกกล่าวว่าจะเป็นอาชีพแรก ๆ ที่หายไป นักบัญชีไม่หายไปแต่นักบัญชีต้องใช้ความคิดมากขึ้น วิเคราะห์มากขึ้น เพราะไม่ว่าอย่างไรผู้บริหารส่วนใหญ่ต้องใช้ข้อมูลจากนักบัญชี ดังนั้น การนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ผู้บริหารตัดสินใจ เรื่องนี้ AI ทำไม่ได้ แต่คนทำได้



ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ็คโคเมท จำกัด เล่าว่า ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทได้มีโอกาสเข้ามาพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัย เนื่องจากนักศึกษาบัญชีที่จบไปในขณะนี้ จะไม่มีความพร้อม และไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ภาคธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเกิดคำถามว่า แล้วนักบัญชี แบบไหนที่ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมหรือตลาดต้องการ ความร่วมมือครั้งนี้ ทางบริษัท จะร่วมพัฒนาปรับปรุงรายวิชา โดยปีแรกจะเริ่มใน 1 รายวิชา เพื่อสร้างรายวิชาที่เหมาะสมในการสร้างนักบัญชียุคใหม่ ที่มีทักษะคิด วิเคราะห์ รู้จักใช้เครื่องมือในการทำงาน และได้ทำงานจริงจากบริษัทจริง

สำหรับ นักบัญชีมีคุณค่ากับธุรกิจอย่างมาก เพราะบัญชี คือการบันทึกข้อมูลทางด้านการเงินที่วิ่งไปวิ่งมาในบริษัท ซึ่งเงินที่วิ่งไปในแต่ละส่วนของบริษัทเปรียบเสมือนเลือด ที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ นักบัญชีจะเป็นผู้ที่เห็นภาพรวมของการทำงานบริษัทได้ดีที่สุดผ่านการใช้เงิน เนื่องจากเงินคือตัวขับเคลื่อนบริษัท สิ่งที่นักบัญชีเห็นจึงไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลข เงิน แต่สามารถเห็นความเสี่ยง โอกาส กลยุทธ์ในการจัดการการเงิน เห็นรอยรั่ว และรู้ถึงการบริหารจัดการที่จะทำให้ธุรกิจดีขึ้นได้ นักบัญชีควรจะเป็นเหมือนแพทย์ที่เข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของร่างกาย และควบคุมร่างกายให้ดีขึ้นได้ ปัจจุบัน เด็กจบมาเด็กจะรู้ทุกเรื่องของบัญชี แต่เด็กไม่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้เข้าด้วยกันได้ มหาวิทยาลัยและภาคเอกชนต้องร่วมกันสร้างนักบัญชีที่รู้จักการบูรณาการ เชื่อมโยงข้อมูล และวิเคราะห์ นำข้อมูลเหล่านั้นมาก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ

นายธีรบูลย์ อริยสุทธิวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัท บิลค์ วัน ฯ ได้มีการพัฒนาจัดทำบล็อกเชน ช่วยคนบัญชีเพื่อให้ทำงานได้เร็วมากขึ้น โดยขณะนี้มีบริษัทใหญ่ของประเทศไทยได้นำบล็อกเชนไปใช้ ทำให้นักบัญชีทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องทำงานกลับบ้านประมาณ 5 ทุ่ม ตอนนี้กลับบ้านประมาณ 5 โมงครึ่ง ซึ่งบล็อกเชนที่ใช้ เป็นการนำนวัตกรรมมาช่วยชีวิตคน ดังนั้น นวัตกรรม เทคโนโลยีไม่สามารถแทนคนได้ หากคนทำตัวเป็นมนุษย์ ใช้ความสามารถในการเป็นมนุษย์ คิด วิเคราะห์ รวบรวม จัดการข้อมูล หรือจัดวางระบบการทำงานของธุรกิจ ทำเรื่องที่มนุษย์ทำได้ดี อย่าไปทำในเรื่องที่เทคโนโลยีทำได้


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...