xs
xsm
sm
md
lg

CIBA ม.ธุรกิจฯ จับมือ ส.ผู้สื่อข่าวไทย จีน จัดเวทีหาจุดยืนไทย จากผลพ่วง สงครามการค้าจีน-อเมริกา หลังเวที G20

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


CIBA มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดเสวนา โต๊ะกลม ในหัวข้อ “สงครามการค้าจีน – อเมริกา ฟ้าสว่างหรือทางมืด หลังเวที G20” โดยดึงกูรู ทุกด้าน มาวิเคราะห์ ทิศทางของประเทศไทย ต่อจากนี้ จะไปทางไหน หลัง ประเทศมหาอำนาจ จีน และอเมริกา ทำสงครามการค้า ชี้ เพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการไทยในอนาคต และ สร้างองค์ความรู้ใหม่ เพิ่มเติมให้กับนักศึกษา

ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดี สายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวเปิดงานเสวนาโต๊ะกลม ในหัว สงครามการค้าจีน – สหรัฐอเมริกา ฟ้าสว่าง หรือ ทางมืด หวังเวที G20 ที่จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ CIBA มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ว่า การจัดเวทีเสวนา โต๊ะกลมในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือ ระหว่าง สมาคมฯ และ CIBA ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นครั้งที่ 3 และที่ต้องจัดเสวนาในครั้งนี้ เพราะสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ อย่างจีน และอเมริกา ส่งผลกระทบต่อ ประเทศไทย อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะโตต่ำกว่าเป้า หรือตัวเลขการส่งออกที่ลดลง และล่าสุด ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ล้วนเป็นผลกระทบที่จะอยู่นิ่งต่อไปไม่ได้

“ทั้งนี้ เราเป็นหนึ่งในหญ้าแพรก และสงครามการค้าที่เขากำหนดขึ้นนี้ เขาใช้นโยบายอะไร เราก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาษีที่ทั้งสองประเทศ ตั้งกำแพงขึ้นมา กระทบผู้ส่งออกของเรา หรือเปล่า แต่ที่เห็นได้ชัด อย่าง ข่าวหัวเว่ย ที่เกิดขึ้นนี้ ตลาดหุ้นไทยก็ตกฮวบเลย หรือ บริษัท มหาชนที่ทำธุรกิจกับจีน หุ้นตกลงประมาณ 30% ได้ เพราะฉะนั้น โชคดีที่สงครามการค้า ไม่ได้ยืดเยื้อ เหมือนกับยุติศึกชั่วคราวโดยเขาได้ทางสร้างอะไรป้องกันขึ้นมานิดหน่อย เพื่อไม่ให้เกิดการเสียหน้า เท่านั้น เราเอง ก็ต้องปรับตัว เพื่อรับมือกับผลกระทบดังกล่าว"



โดยในวันนี้ ได้เชิญ วิทยากรทั้ง 6 ท่าน ได้แก่ นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ นางสุจิต ชัยวิชญชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค สายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ดร.ธารากร วุฒิสถิรกูล รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย- จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ และดร.ภูมิพัฒน์ พงศ์พฤฒิกุล นักวิจัยอาวุโส วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยทั้งหมด จะมาพูดคุยในมุมมองที่หลากหลาย เพื่อจะได้รู้ว่า ต่อไปในอนาคต จะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนจะได้เตรียมตัว เพื่อที่จะรองรับปัญหาที่จะเกิด เราจะมีมาตรการอะไรที่จะแก้ไข หรือ ทำอะไร ประคองตัวเราให้รอดพ้นไป


ด้าน ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดี วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวต่อว่า การได้ร่วมจัดเสวนากับสมาคมผู้สื่อข่าวไทยจีน ในครั้งนี้ เพราะมองว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา-จีน ทำให้เศรษฐกิจโลก ตื่นตัว หรือตระหนกนิดหน่อย ในขณะเดียวกัน เราในฐานะสถาบันการศึกษา ต้องพิจารณาในเรื่องความรู้ การค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับประเทศไทย และคนไทยเองจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ซึ่งในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดี ที่CIBAเอง ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวไทย จีน ที่จัดงานเสวนาในครั้งนี้ จะได้รับความรู้ เพิ่มพูนความรู้มากกว่าเดิม




ด้าน นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย – จีน กล่าวต่อว่า ความร่วมมือระหว่าง สมาคมผู้สื่อข่าว ไทย จีน กับ CIBA มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ทำงานร่วมกันมากว่า 4 ปี มีกิจกรรมทำร่วมกันมากกว่า 10 ครั้ง เหตุที่จัดเสวนาในครั้งนี้ ถือ เป็นครั้งที่ 3 และที่เลือกประเด็นนี้ เพราะ การที่ประเทศมหาอำนาจ หรือ ยักษ์ 2 ตัวทะเลาะกัน กลายเป็นเรื่องที่กระทบไปทั่วโลก ซึ่งครั้งแรกคิดว่า ไม่เท่าไหร่ เพราะทะเลาะกันไปก็จะเจ็บตัวกันเปล่า แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะการทะเลาะกันครั้งนี้ ดูท่าทีว่าจะยาว

ทั้งนี้ จากการตั้งข้อสังเกต หลังจากจบการประชุม G20 เหมือน ทั้ง 2 ประเทศ จะจูบปากกัน แต่ถ้าดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เคยทะเลาะกันแบบนี้ และพักยกไปได้ 90 วัน ก็กลับมาทะเลาะกันใหม่ เที่ยวนี้ เหมือนสงบศึก ชั่วคราว โดยทางจีนเองพยายามที่จะกไม่ใช่คำว่าสงคราม เปลี่ยนมาใช้คำว่า การมีปฏิสัมพันธ์ แต่สื่อไทยและสื่อทั่วโลกก็ยังคงใช้คำนิยามว่า “สงคราม” อยู่






สำหรับการจัดเสวนาในครั้งนี้ มีหลากหลายประเด็น ที่ผู้เข้าร่วเสวนา ครั้งนี้ สะท้อนมุมมองให้เห็นชัดเจนมากอย่างขึ้น เช่น การประชุม G20 เป็นเพียงมุมมองหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าติดตามข่าวจะเห็นว่า มีการวิเคราะห์ มีการติดตามข่าวสารหลากหลาย บางคนมองถึงขนาดที่ว่า 2 ประเทศ ไม่มีทางที่จะเลิกสงคราม เพราะจีนเอง บอกว่า ถ้าจะเลิกสงคราม ทางอเมริกายกเลิกนโยบายภาษีก่อน หรือ บางคนมองว่าประธานาธิบดี ทรัมป์ ต้องการใช้เรื่องนี้ เอามาใช้ในการหาเสียง แล้วถ้าชนะเลือกตั้ง ทำสงครามหนักขึ้นไปเอง เพราะสะท้อนว่า มีแรงสนับสนุนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง


ประเด็นสุดท้าย พิจารณา จีนสถาปนาครบรอบ 70 ปี ย้อนกลับไปประเทศจีนเปิดประเทศ แค่ 40 ปี และตลอดระยะเวลา 40 ปี จีนสามารถพัฒนาแบบก้าวกระโดด จนแซงอเมริกาไปแล้ว และสิ่งที่ “ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อย่าง ทรัมป์” กลัว ก็คงเป็นเมื่อครั้ง จีน ประกาศ 2 เรื่อง เรื่องแรก ประกาศปี 2025 จีนประกาศให้เป็นผู้นำทางเทคโนโลยี เรื่องที่ 2 ผลักดัน ประกาศเส้นทางสายไหม ใช้ตัวนี้ เป็นตัวเชื่อมโลก และจีนพร้อมเปิดค้าขายกับทุกประเทศ สุดท้ายกลับกัน เพราะ จีนกลายเป็นผู้นำการค้าเสรี แต่อเมริกากลับหันมากีดกั้นทางการค้า เสียเอง




กำลังโหลดความคิดเห็น...