xs
xsm
sm
md
lg

กรมพัฒน์ฯ จัดอบรมผู้ประกอบธุรกิจค้าส่ง-ปลีก เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมไทย ปีที่ 2

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จับมือกับ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และสมาคมการค้าส่ง-ปลีก จัดโครงการอบรมผู้ประกอบธุรกิจการค้าส่ง-ปลีกในยุค 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมการค้าส่ง-ปลีกของไทยให้เติบโตและยั่งยืนเป็นปีที่ 2

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า "ทางภาครัฐได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของรากฐานธุรกิจที่แข็งแรงเพื่อที่จะช่วยกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น ทั้งนี้ รัฐบาลจึงอยากสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนเพื่อร่วมกันสร้างแบบแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจ


ในวันนี้กระทรวงพาณิชย์พร้อมความช่วยเหลือจากสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทยได้มีการจัดอบรมหัวข้อ อนาคตที่เรากำหนดได้ หรือ "The future is now" ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับบริษัท พี แอนด์ จี บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรายใหญ่ของโลกรวมถึงในไทย พร้อมด้วยสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอบรมในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนและพัฒนากลุ่มธุรกิจค้าส่ง-ปลีกให้ก้าวหน้าเทียบทันเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล


เทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบธุรกิจในสังคมไทย ในยุคดิจิทัลลักษณะการแข่งขันทางการตลาดและพฤติกรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในด้านราคาหรือการบริหารธุรกิจในรูปแบบเดิมอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการก้าวไปเป็นผู้นำในการแข่งขัน ดังนั้น คู่ค้าธุรกิจค้าปลีก-ส่งของเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจโดยการนำวัตกรรม เทคโนโลยี และกลยุทธ์ทางธุรกิจสมัยใหม่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ เพิ่มความเข้าใจในความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้า และพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการทำธุรกิจ เพื่อยกระดับการเติบโตของธุรกิจในกลุ่มค้าส่ง-ปลีกในประเทศไทย


ทั้งนี้ นายราฟฟี ฟาจาร์โด กรรมการผู้จัดการ บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ประเทศไทย พม่าและลาว เผยว่า "ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาบริษัทของเราได้มีการร่วมมือกับรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะพัฒนาเศรษฐกิจโดยการช่วยให้ธุรกิจของคู่ค้าธุรกิจค้าส่ง-ปลีกของเราเติบโต ในปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วที่พีแอนด์จีได้ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์จัดโครงการอบรมผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่ง-ปลีกในยุค 4.0 ซึ่งถือเป็นโครงการพันธกิจของเราที่จะช่วยนำประเทศไทยสู่ยุค 4.0 ในปีนี้เราเล็งเห็นความต้องการของคู่ค้าทางธุรกิจของเราอย่างชัดเจนในการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยจำนวนของผู้เข้าร่วมที่มากขึ้นกว่า 250 หน่วยงานในปีนี้"


สำหรับผู้เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้ยังได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในหลายกลุ่มธุรกิจและผู้นำทางด้านดิจิทัลในเรื่องของการพัฒนาธุรกิจ เพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในหัวข้อหลัก เช่น การนำนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ การพัฒนาธุรกิจครอบครัวอย่างไรจากรุ่นสู่รุ่น การเรียนรู้ที่จะปรับปรุงการออกแบบประสบการณ์การซื้อของลูกค้าแบบ Seamless และการนำ Digital transformation เข้ามาใช้ในธุรกิจค้าส่ง-ปลีก


หนึ่งในวิทยากรหลัก นายเบน คิง กรรมการผู้จัดการบริษัท กูเกิ้ล (ประเทศไทย) ได้กล่าวเพิ่มเติม รายงานประจำปี พ.ศ. 2562 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากกูเกิล-เทมาเส็ก บ่งชี้ว่า ธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ตจะเติบโตจนมีมูลค่าถึง 43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2568 ธุรกิจที่นำการเติบโตนี้เป็นธุรกิจ SME ถึง 99.7% ซึ่งเป็น 42% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย แต่เรายังควรผลักดันการช่วยเหลือธุรกิจไทยให้เติบโตและประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล ความมุ่งมั่นของกูเกิลประเทศไทย คือการช่วยให้คนไทยและธุรกิจไทยมีความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างแพร่หลาย


ในปีที่ผ่านๆ มาเราได้มุ่งเน้นองค์กรของเราในการเข้าถึง ให้การศึกษา เพิ่มเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ และธุรกิจ SME เราหวังว่าเครื่องมือเช่น Google My Business ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้งานง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถมีบทบาททางโลกออนไลน์ ทั้งใน Google Search และ Maps ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่และเพิ่มความสนใจกับกลุ่มลูกค้าปัจจุบัน เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับพี แอนด์ จี เพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจ SME ในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล และช่วยให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ยุค 4.0


จากการอบรมครั้งนี้ เจ้าของธุรกิจในท้องถิ่นจะมีความสามารถในการนำความรู้ใหม่ๆ และเครื่องมือทางดิจิทัลไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ธุรกิจในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าส่งรายใหญ่ ถือเป็นกุญแจสำคัญในระบบนิเวศทางธุรกิจของไทย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์หวังที่จะให้ธุรกิจผู้ค้าส่งรายใหญ่เป็นต้นแบบให้ผู้ค้าส่ง-ปลีกรายย่อย และร้านธงฟ้าประชารัฐก็จะเป็นตัวช่วยสำหรับการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าเหล่านี้เติบโตได้อย่างยั่งยืนรวดเร็ว มีความเป็นอิสระ และมีการจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจระหว่างบริษัทมากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ภายในสิ้นปี 2019 เรามีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลุ่มธุรกิจค้าส่ง-ปลีกจะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานในระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ การเติบโตของกลุ่มธุรกิจนี้ยังจะช่วยสร้างสินค้าที่หลากหลายให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กและช่วยให้ร้านค้ากลุ่มนี้เติบโต ซึ่งถือเป็นหนึ่งวิธีในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว การผสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมค้าปลีก อย่างเช่น บริษัทพีแอนด์จี นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยในอนาคตให้มีความเข้มแข็ง


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...