xs
xsm
sm
md
lg

“D-no Blocks” ตัวต่อแบบไทยขายในเซเว่นฯ ทูตสยามเมืองยิ้มสื่อผ่านของเล่น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คงเคยผ่านตามาบ้างแล้วสำหรับของเล่นตัวต่อสื่อถึงความเป็นไทยจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ อย่าง เซเว่น อีเลฟเว่น จากไอเดียคนไทย แต่เลือกแหล่งผลิตในแดนมังกรนำมาจำหน่ายในไทยและกระจายไปทั่วโลก ถือเป็นความสำเร็จของ บริษัท วี.อาร์.ทอย จำกัด อีกขั้นที่ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเล่นมากกว่า 15 ปี

นายพงษ์ธร พานิชสาส์น กรรรมการผู้จัดการ บริษัท วี.อาร์.ทอย จำกัด
หากย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วอัตราการเกิดของเด็กไทยลดน้อยลงจึงส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเล่นเห็นได้ชัดจากจำนวนโรงงานที่ทยอยปิดตัวลงแต่สำหรับ “นายพงษ์ธร พานิชสาส์น” กรรรมการผู้จัดการ บริษัท วี.อาร์.ทอย จำกัด ยังเห็นโอกาสที่จะสามารถเติบโตได้และประกอบกับในช่วงนั้นที่เขาเข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัวกับการนำเข้าผ้าจากต่างประเทศ เริ่มอยู่ในภาวะขาลงจึงจำเป็นต้องหาธุรกิจอื่นเข้ามาทดแทน เขาเลือกธุรกิจของเล่นเริ่มจากการนำเข้าจากประเทศจีนมาขายทำกำไร เนื่องจากราคาในช่วงนั้นถูกมากแต่ปัจจุบัน จะซื้อในราคาดังกล่าวไม่ได้แล้วหลังพบว่าค่าแรงในประเทศจีนเริ่มสูงขึ้นและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพทำให้ราคาก็ต้องสูงตามไปด้วย






“การที่ผมเริ่มเปิดตัวโรงงานผลิตของเล่นพลาสติกรวมถึงนำเข้าของเล่นจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย หลายคนมองว่าผมย้อนยุค เพราะช่วงนั้นโรงงานผลิตของเล่นในไทยเริ่มปิดตัวลง แต่ผมยังมองเห็นโอกาสจากราคาสินค้าของจีนที่ค่อนข้างต่ำ น่าจะสามารถนำเข้ามาจำหน่ายเพื่อทำกำไรได้ ผมอาศัยประสบการณ์จากการทำงานประจำด้านการเงินและโลจิสติกส์มาระยะหนึ่งและออกมาช่วยกิจการขายผ้าที่สำเพ็งของครอบครัว ซึ่งต้องมีการนำเข้าผ้าจากต่างประเทศมาเป็นระยะ ผมก็เปิดแผนกของตัวเองขึ้นเป็นการขายผ้าแฟชั่นที่ประตูน้ำ จึงต้องมีการเดินทางไปประเทศจีนอยู่บ่อยครั้ง และเห็นโรงงานผลิตของเล่นจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงคิดมองเป็นธุรกิจเสริมเพื่อลดความเสี่ยงในธุรกิจขายผ้าที่เริ่มซบเซา”






จากนั้นไม่นานเขาก็ได้เข้าสู่ธุรกิจของเล่นแบบเต็มตัว และเพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจด้านของเล่น เขาจึงใช้ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ที่เรียนจบมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ติดต่อเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายเป็นสินค้าของเล่นลิขสิทธิ์ หลังจากดำเนินธุรกิจมาได้ประมาณ 3 ปี แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายเลย เพราะเขาต้องปรับปรุงโรงงานที่ได้มาตรฐานและมีการตรวจสอบสินค้าเพื่อจำหน่าย ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้ที่หาซื้อไม่ได้และทำให้เขาสามารถสร้างโรงงานของเล่นที่ได้มาตรฐานทั้งในไทยและต่างประเทศมาจนถึงทุกวันนี้


ตลอดระยะเวลาที่เขานำของเล่นเข้าจำหน่ายในเซเว่นฯ ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปจากสินค้าลิขสิทธิ์ก็กลายมาเป็นสินค้าที่ออกแบบและทำขึ้นเองโดยไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร และล่าสุดเขาได้ออกแบบตัวต่อขนาดเล็กภายใต้แบรนด์ D-no Blocks โดยช่วงแรกจะทำเป็นสวนสัตว์ ต่อมาก็พัฒนาเป็นชุดวรรณคดีไทย (Thai Character) เปิดตัวเมื่อหนึ่งปีที่แล้วเป็น หนุมาน นางสีดา รามเกียรติ์ รวมถึงยังมีรถตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์ และคอลเลคชัน Street Food Thailand อย่าง ร้านบะหมี่เกี๊ยว ส้มตำ รถเข็นขายผลไม้ ลูกชิ้นทอด หมูปิ้ง เป็นต้น เป็นการออกแบบโดยคนไทยทั้งหมด และส่งให้โรงงานในประเทศจีนเป็นผู้ผลิตซึ่งมีความเชี่ยวชาญมากกว่า จากนั้นก็นำเข้ามาและกระจายขายไปทั่วโลก แถมยังเหมาะเป็นของฝากให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ



ส่วนของเล่นที่ผลิตเองทั้งหมด และยังได้รับรางวัล “เซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทย ยั่งยืน 2561 ประเภท SME ยั่งยืน” คือ 'Di-no Dough' ของเล่นแป้งโดว์ มาพร้อมเครื่องทำไอศกรีมที่ผลิตและออกแบบเอง ส่วนแป้งโดว์ ก็ใช้โรงงานผลิตในไทย คุณภาพส่งออกที่หลายประเทศก็สั่งนำเข้า ถือเป็นการนำความเชี่ยวชาญของผู้ประกอบการในแต่ละด้านมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และยังช่วยลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้เขายังผลิตตุ๊กตาเซอร์ไพร์ส จากกระแสของเด็กที่ชื่นชอบของเล่นที่ต้องลุ้นว่าเมื่อเปิดมาจะเจอกับอะไร ดังนั้นเขาจึงออกแบบบ้างเน้นความเป็นอินเตอร์ กับซีรี่ย์ที่ชื่อว่า “Roomie Boo” เป็นตุ๊กตา 7 ตัว แบ่งสีตามวันและกิจกรรมต่างๆ พร้อมห้องหลากสีที่สามารถนำมาต่อกันได้ เป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น โดยในแต่ละกล่องเมื่อแกะออกมาจะได้ตุ๊กตาไม่ซ้ำกัน และตุ๊กตาแต่ละชื่อก็มีหลายบุคลิกให้สะสม โดยชื่อตุ๊กตาทั้ง 7 ตัว ได้แก่ Max Tiffany Willy Taylor Fiona Suki และ Sunny มีความน่ารักสดใส โดนใจเด็กๆ







“หลังจากที่เราทำตุ๊กตา Roomie Boo ขึ้นมาเมื่อเดือนตุลาคม ปี 61 ก็ได้ไปคุยกับคู่ค้าชาวต่างชาติรายหนึ่ง แต่เมื่อบอกว่าเป็นของคนเอเชียทำขึ้น เขาก็ไม่สนใจ และไม่เจรจาธุรกิจด้วย ทำให้ท้อไปบ้างแต่ก็ไม่ถอย กลับมาพัฒนารูปแบบจนลงตัวอย่างในปัจจุบัน และนำสินค้าไปเสนอกับบริษัทต่างชาติที่เป็นเจ้าใหญ่ ซึ่งเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตพอดี ก็ได้รับการตอบรับดี พร้อมได้รับโอกาสไปเดตัวในงานแสดงสินค้าที่ฮ่องกง ก็ได้รับคำสั่งซื้อล็อตแรกหลายแสนชิ้น ถือว่าเป็นความสำเร็จที่เกินคาด”
Roomie Boo คอลเลคชั่นของเล่นเซอร์ไพรส์





ส่วนแผนการผลิตสินค้า ทางผู้บริหาร วี.อาร์.ทอยส์ เตรียมย้ายฐานการผลิตไปประเทศอินโดนีเซีย หลังค่าแรงในประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ขณะเดียวกันมีเด็กแรกเกิดเป็นจำนวนมาก จากนโยบายไม่มีคุมกำเนิดของประชาชากรในประเทศ จึงเป็นโอกาสดีที่จะย้ายฐานการผลิตเพื่อหาต้นทุนที่ถูกกว่า และคุณภาพก็ไม่ต่างกันมากนัก









แต่อย่างไรก็ตามเขายอมรับตลาดของเล่นในไทยมีอัตราการเติบโตลดน้อยลง โดยสัดส่วนของเล่นของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงเท่าๆ กัน แต่ของเล่นสำหรับเด็กผู้หญิงจะคิดออกแบบง่ายกว่า ขณะที่ของเล่นที่ยังฮิตเป็นอมตะ อย่าง ลูกบอล ตัวต่อ ไดโนเสาร์ ก็ยังผลิตและขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นของเล่นที่เด็กทั่วโลกนิยมเล่นกัน ดังนั้นเขาจึงเริ่มมองหาธุรกิจอื่นเพื่อมาทดแทน โดยจับเทรนด์คนรักสุขภาพ ส่งผลิตภัณฑ์เห็ดหอม และสาหร่ายอบแห้ง มาทำตลาด เพื่อไม่ให้ธุรกิจสะดุด หรือขาดช่วง เพราะเขาเชื่อว่าหากเริ่มทำให้สิ่งที่คนอื่นยังเริ่มกันน้อยก็มีโอกาสเป็นผู้นำและประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก






ฝ่าวิกฤตโรงงานของเล่น ในยุคที่คนไทยไม่นิยมมีบุตร






ติดต่อ : บริษัท วี.อาร์.ทอยส์ จำกัด 25/103,116 หมู่ 6 ซ.กระทุ่มล้ม 22 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม โทร.02-817-3779, 094-349-5781
Facebook : บริษัท วี.อาร์.ทอย จำกัด






* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *







กำลังโหลดความคิดเห็น...