xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กเทคแกร่งกล้าท้าทายแบงก์ แปลงโฉมบริการทางการเงิน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กูรูชี้คู่แข่งตัวจริงที่แบงก์ต้องกริ่งเกรงคือบิ๊กเทคอย่างเฟซบุ๊กมากกว่าบริษัทฟินเทค
บริการทางการเงินเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญด้วยพลังอำนาจของเหล่าบิ๊กเทคอย่างกูเกิล, แอปเปิล, เฟซบุ๊ก, แอมะซอน และอาลีบาบา ที่กำลังใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกมากมายในการนำเสนอประสบการณ์พิเศษเฉพาะบุคคลเพื่อสร้างความเกี่ยวพันกับลูกค้าและเพิ่มความกดดันต่อสถาบันการเงินดั้งเดิม

ลอรา โครเซียร์ ผู้อำนวยการอุตสาหกรรมทั่วโลกด้านบริการทางการเงินของซอฟต์แวร์ เอจี บอกว่า บริษัทฟินเทคมักถูกพาดพิงถึงว่า เป็นภัยคุกคามสำคัญของแบงก์เก่าแก่ แต่ความจริงคู่แข่งที่แบงก์ต้องกริ่งเกรงคือบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มากกว่า เพราะแม้บริษัทฟินเทคสามารถเปลี่ยนแปลงจังหวะนวัตกรรม แต่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดไปได้ไม่เท่าไหร่

โครเซียร์เสริมว่า บรรดาบิ๊กเทคอย่างแอมะซอน, กูเกิล และแอปเปิลแอบย่องเข้าสู่บริการทางการเงินด้วยวิธีการต่างๆ โดยไม่ออกหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่สำหรับปัจจุบันบริษัทเหล่านี้ไม่คิดว่า ต้องพยายามปิดบังอีกต่อไป ประกอบกับความเชี่ยวชาญด้านดิจิตอลยิ่งทำให้บิ๊กเทคกลุ่มนี้น่ากลัวมากขึ้นสำหรับธนาคาร

ผู้เล่นเหล่านี้ยังจัดการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าซึ่งส่งผลกระทบลึกล้ำไปทั่วทุกอุตสาหกรรม รวมถึงบริการทางการเงิน บรรดาบิ๊กเทคยังช่ำชองด้านแพล็ตฟอร์มดิจิตอลและรู้ลึกรู้จริงเรื่องการลดต้นทุนการดำเนินงาน นี่ยังไม่รวมจุดแข็งจากการมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาที่ทำให้มีข้อมูลมากมายก่ายกองที่ช่วยให้เข้าใจและคาดการณ์พฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ การมีเงินสดสำรองเหลือเฟือสำหรับริเริ่มโครงการใหม่ๆ

ตัวอย่างความสำเร็จของบิ๊กเทคหนีไม่พ้นตำนานของแอนต์ ไฟแนนเชียล บริษัทการเงินในเครืออาลีบาบา ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีน แอนต์ ไฟแนนเชียลให้บริการการชำระเงินในชื่อ อาลีเพย์ นอกจากนั้นยังมีบริการบริหารความมั่งคั่งผ่านหยูเอ๋อเป่า บริการสินเชื่อผ่านธนาคารออนไลน์ มายแบงก์ และบริการประกันภัยผ่านแอนต์ อินชัวรันซ์ เซอร์วิส

บริษัทแห่งนี้ยังพัฒนาระบบเครดิตสังคม เซซามิ เครดิต ที่ให้คะแนนเครดิตโดยอิงกับข้อมูล 5 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนตัว ความสามารถในการชำระเงิน ประวัติเครดิต เครือข่ายสังคม และพฤติกรรม

ปัจจุบัน แอนต์ ไฟแนนเชียลขึ้นแท่นบริษัทฟินเทคที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก และสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นที่มีมูลค่ามากที่สุดคือ 150,000 ล้านดอลลาร์

แต่ขณะที่อาลีบาบาปฏิวัติวงการอีคอมเมิร์ซและบริการทางการเงินในเอเชีย บริษัทไฮเทคตะวันตกอย่างแอมะซอนและเฟซบุ๊กก็กำลังเล็งสร้างปรากฏการณ์ใหม่โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงประสบการณ์ของลูกค้า นวัตกรรม การแตกธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน

แอมะซอนนั้นสร้างและเปิดตัวเครื่องมือและบริการที่ส่วนใหญ่เน้นการชำระเงิน การฝากเงินสด และสินเชื่อ บริการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้าและลูกค้าในระบบนิเวศของบริษัทโดยการอำนวยความสะดวกให้ซื้อง่ายขายคล่องมากขึ้น

ทางฝั่งเฟซบุ๊กเปิดตัวฟีเจอร์การชำระเงินเมื่อเดือนมีนาคม 2015 ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับส่งเงินผ่านแอปแมสเซนเจอร์ ปีต่อมาผู้ให้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่แห่งนี้เริ่มขยายธุรกิจบริการทางการเงินออกนอกอเมริกาด้วยการจดทะเบียนเฟซบุ๊ก เพย์เมนต์ อินเตอร์เนชันแนล ลิมิเต็ดในไอร์แลนด์ ตามด้วยสเปน

ต้นปี 2018 วอตส์แอป แพล็ตฟอร์มรับส่งข้อความในเครือเฟซบุ๊ก เริ่มทดสอบการทำธุรกรรมระหว่างบุคคลในแดนภารตะ ซึ่งเป็นตลาดที่วอตส์แอปได้รับความนิยมโลดลิ่วด้วยจำนวนผู้ใช้งานจริงกว่า 200 ล้านคนต่อวัน

เดือนสิงหาคมปีเดียวกัน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า เฟซบุ๊กถลำลึกเข้าสู่ธุรกิจบริการทางการเงินด้วยการพยายามโน้มน้าวให้แบงก์ต่างๆ ในอเมริกาแบ่งปันข้อมูลทางการเงินของลูกค้าอย่างละเอียด ซึ่งรวมถึงการทำธุรกรรมผ่านบัตร พฤติกรรมการช้อปปิ้ง และการตรวจสอบยอดคงเหลือในบัญชี

ไอเดียของเฟซบุ๊กก็คือ เพิ่มจำนวนธนาคารพันธมิตรที่จะนำเสนอบริการผ่านแอปแมสเซนเจอร์ จากเดิมที่บริษัทมีเครือข่ายอยู่แล้วในแวดวงการเงิน ได้แก่ อเมริกัน เอ็กซ์เพรสส์, มาสเตอร์การ์ด, มันนี่แกรม และเพย์พาล ตัวอย่างเช่น บังโก บราเดสโกของบราซิลที่อนุญาตให้ลูกค้าทำธุรกรรมธนาคารประจำวันผ่านเฟซบุ๊ก และอาศัยฟังก์ชันการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าของเครือข่ายสังคมแห่งนี้ในการเล็งผู้ใช้เป้าหมาย

ส่วนที่เฟซบุ๊กให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้คือบล็อกเชนและคริปโต โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทเพิ่งว่าจ้างทีมนักวิจัยจากเชนสเปซ สตาร์ทอัพบล็อกเชนจากลอนดอนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่ออำนวยความสะดวกสัญญาอัจฉริยะ

แต่เกือบปีก่อนหน้านี้เฟซบุ๊กดึงตัวเดวิด มาร์คัส อดีตหัวหน้าทีมแมสเซนเจอร์และอดีตประธานเพย์พาล มาสำรวจลู่ทางให้เฟซบุ๊กใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชน

นอกจากนั้นปลายปีที่แล้วยังมีข่าวหลุดออกมาว่า เฟซบุ๊กกำลังซุ่มพัฒนาสเตเบิลคอยน์ หรือคริปโตที่ผูกกับเงินกระดาษอย่างดอลลาร์ซึ่งน่าเชื่อถือและมีภูมิต้านทานความผันผวนมากกว่าบิตคอยน์ เพื่อใช้ในบริการชำระเงินทั่วโลกบนวอตส์แอป โดยโฟกัสที่อินเดียเป็นแห่งแรก

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า สำหรับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียที่ใช้มือถือแพร่หลาย สเตเบิลคอยน์ของเฟซบุ๊กที่ผูกกับดอลลาร์และกระเป๋าเงินดิจิตอลจะหมายถึงทั้งระบบนิเวศเคลื่อนที่สากลและที่จัดเก็บเงินที่เสถียรกว่าสกุลเงินกระดาษท้องถิ่น นักวิเคราะห์บางคนถึงขั้นฟันธงว่า ถ้าข่าวนี้เป็นจริง สเตเบิลคอยน์ของเฟซบุ๊กจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในบรรดาคริปโตทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เฟซบุ๊กเป็นเพียงหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีระดับหัวกะทิที่กำลังสำรวจวิธีใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยเมื่อเร็วๆ นี้แอมะซอน, กูเกิล และไมโครซอฟท์ ต่างเปิดตัวโปรเจ็กต์บล็อกเชน ขณะที่แอปเปิลยื่นขอสิทธิบัตรที่บ่งชี้ความสนใจในเทคโนโลยีนี้ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...