xs
xsm
sm
md
lg

แนวโน้มดีปี 2019 คริปโตได้ไปต่อ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บิตคอยน์ คริปโตยอดนิยมที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนห่วงว่า ราคาอาจตกเหลือไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ก่อนสิ้นปีนี้
กูรูเชื่อปีนี้ภาครัฐจะเริ่มมองเงินตราสกุลดิจิตอลอย่างจริงจังมากขึ้นและบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะดึงดูดให้ผู้เล่นประเภทสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญที่สำคัญจำเป็นเปิดหน้าลงสนามคริปโตกันอย่างคึกคัก กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังคงมองว่า การลงทุนในคริปโตเป็นแค่การเก็งกำไร และหากไม่ได้นำมาใช้จ่ายจริงก็คงเป็นเพียงเงินสมมติที่ไม่มีค่าอะไร และเผลอๆ ราคาบิตคอยน์อาจร่วงเหลือไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ก่อนสิ้นปี 2019

เฮนรี อาร์สเลเนียน ผู้นำธุรกิจฟินเทคและคริปโตของไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ (PwC) ฮ่องกง คาดว่า ปีนี้ผู้เล่นประเภทสถาบันจะลงเล่นในอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิตอลมากขึ้น และจะมีหลายสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นในระบบนิเวศคริปโต โดยปรากฏการณ์หนึ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากปีที่ผ่านมาคือ กฎระเบียบมีความชัดเจนมากขึ้น

เขาคาดว่า จะมีแบงก์ใหญ่มากมายดาหน้าลงสนามทั้งด้วยการออกคริปโตของตัวเอง เป็นหุ้นส่วนหรือลงทุนในบริษัทคริปโต และผู้เล่นเหล่านี้จะมาพร้อมความเชี่ยวชาญระดับสถาบันที่อุตสาหกรรมนี้ต้องการอย่างยิ่ง

ล่าสุดมีสถาบันการเงินขนาดใหญ่บางแห่งออกมาประกาศแผนการบ้างแล้ว เช่นที่คอยน์เทเลกราฟรายงานเมื่อเดือนธันวาคมว่า แนสแด็ก ตลาดหุ้นใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลก ยืนยันแผนการเริ่มซื้อขายบิตคอยน์ฟิวเจอร์ในช่วงครึ่งแรกปีนี้

ขณะที่อินเตอร์คอนติเนนตัล เอ็กซ์เชนจ์ (ICE) ผู้ดำเนินการตลาดหุ้น 23 แห่งซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ประกาศแผนเปิดตัวแพล็ตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิตอล Bakkt วันที่ 24 เดือนนี้

นอกจากนั้น แม้ปีที่ผ่านมาค่าเงินดิจิตอลหลายสกุลอ่อนระทวยกระทั่งทำให้เหล่าขาใหญ่ในวอลล์สตรีทเลื่อนแผนการเข้าสู่ธุรกิจคริปโต แต่ข้ามฟากมาที่เอเชีย คริปโตยังคงเป็นความหวังที่ควรค่าแก่ความเสี่ยงสำหรับสถาบันการเงินหลายแห่ง

เอเชีย นิกเกอิ รีวิวรายงานว่า มิซูโฮ แบงก์ สถาบันการเงินใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่น กำลังเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อคลอดสเตเบิลคอยน์ในเดือนมีนาคม ภายใต้เป้าหมายในการส่งเสริมการชำระเงินในประเทศแบบไม่ใช้เงินสด รวมทั้งเพิ่มยอดการโอนเงินข้ามพรมแดนโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม โดยสเตเบิลคอยน์ของมิซูโฮจะผูกกับเงินเยนในสัดส่วน 1-1

นอกจากมิซูโฮแล้ว เมกะแบงก์แดนปลาดิบที่มีส่วนร่วมในโปรเจ็กต์คริปโตยังรวมถึงมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ปที่เปิดตัวสเตเบิลคอยน์ “MUFG” ตั้งแต่เดือนเมษายน 2018 และมีแผนกระจายเหรียญนี้ทั่วประเทศภายในปีหน้า

ในส่วนกฎระเบียบที่อาร์สเลเนียนคาดว่า จะมีความชัดเจนขึ้นนั้น สอดคล้องกับความเห็นของเบรนต์ เจคิว หัวหน้าแผนกบล็อกเชนของยูโทเปีย มิวสิก ที่ให้สัมภาษณ์เว็บไซต์ Cryptonews.com ว่า ปี 2019 จะเป็นปีที่รัฐบาลทั่วโลกมองตลาดคริปโตจริงจังมากขึ้น และเริ่มนำกฎระเบียบสำคัญบางอย่างมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎระเบียบด้านภาษี การนำเสนอและการจำหน่ายคริปโตแก่สาธารณชน

ทั้งนี้ กลางปีที่แล้ว ประเทศเกาะขนาดเล็กอย่างมอลตากลายเป็นประเทศแรกในโลกที่กำหนดกรอบโครงกฎระเบียบสำหรับคริปโตและการเสนอขายเหรียญดิจิตอลครั้งแรก (initial coin offering – ICO) ต่อมาในช่วงครึ่งหลังปี 2018 ประเทศตลาดเกิดใหม่สำคัญ เช่น รัสเซียและอินเดีย ลุกขึ้นมาจัดเตรียมกฎหมายสำหรับคริปโตอย่างจริงจัง ตอกย้ำว่า ปี 2019 กำลังจะเป็นปีที่กฎระเบียบในอุตสาหกรรมนี้แพร่หลาย เป็นทางการ และเป็นสากลมากขึ้น

แต่ขณะเดียวกัน แกรี แม็กฟาร์เลน นักวิเคราะห์ด้านคริปโตของอินเตอร์แอ็กทีฟ อินเวสเตอร์ มองว่า ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นผลดีสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตรวมถึงเทคโนโลยีบล็อกเชนที่รองรับ แต่ก็อาจส่งผลลบต่อบรรดาแฟนคลับของเหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใช้ (privacy coin) อย่างเช่นโมเนโรและเวิร์จ ที่อาจถูกห้ามเทรดในตลาดภายใต้กรอบโครงกฎระเบียบใหม่

แม็กฟาร์เลนสำทับว่า ตลาดที่ดำเนินการแบบมืออาชีพที่สุดต่างปฏิบัติตามมาตรฐานอยู่แล้ว ดังนั้น พวกที่กังวลกับกฎระเบียบใหม่คงมีแต่ผู้เล่นที่นำเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญ นักเศรษฐศาสตร์ ศาสตราจารย์การเงิน และนักขุดเหรียญหลายคนมองว่า การลงทุนในบิตคอยน์และคริปโตสกุลอื่นๆ ไม่ใช่การลงทุนแต่เป็นการเก็งกำไรล้วนๆ

ดรูว์ ฟาร์นสเวิร์ธ หุ้นส่วนบริษัทออกแบบศูนย์ข้อมูลและให้คำปรึกษา กรีน เลน ดีไซน์ ทิ้งท้ายว่า คริปโตคงไม่มีค่าเลยเว้นแต่มีจะมีการนำมาใช้จริง และถ้าไม่มีการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ บิตคอยน์มีสิทธิ์จมดิ่งเหลือไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์ก่อนสิ้นปี 2019


กำลังโหลดความคิดเห็น...