xs
xsm
sm
md
lg

เฟซบุ๊กส่อเค้าซุ่มพัฒนาคริปโต เล็งบริการโอนเงินผ่านวอตส์แอป

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บลูมเบิร์กเผยเฟซบุ๊กอาจกำลังพัฒนาคริปโตของตัวเองเพื่อให้บริการโอนเงินข้ามพรมแดนผ่านวอตส์แอป
ข่าวสะพัด เฟซบุ๊กกำลังพัฒนาวิธีใช้คริปโตเพื่อโอนเงินบน “วอตส์แอป” โดยจะประเดิมในอินเดียเป็นแห่งแรก และใช้ “สเตเบิลคอยน์” หรือเงินดิจิตอลที่ผูกกับดอลลาร์ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าและมีภูมิต้านทานความผันผวนแทนที่จะเป็นบิตคอยน์ นักวิเคราะห์บางคนชี้ถ้าเฟซบุ๊กเอาจริง ผลิตภัณฑ์นี้จะเป็นคริปโตที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก

นอกจากนั้น ข่าวการว่าจ้างอดีตประธานเพย์พาลยังจุดชนวนข่าวลือว่า เฟซบุ๊กเตรียมกระโจนลงสนามบริการทางการเงินในอนาคต

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วโดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า เฟซบุ๊กกำลังพัฒนาเงินดิจิตอลสำหรับการชำระเงินทั่วโลก โดยเริ่มแรกจะโฟกัสที่การโอนเงินมูลค่าไม่มากนักในอินเดียผ่านบริการวอตส์แอป และใช้สเตเบิลคอยน์ที่ตรึงกับดอลลาร์เพื่อป้องกันปัญหาความผันผวนเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับบิตคอยน์ที่ปีนี้รูดลงอยู่เหนือ 4,000 ดอลลาร์ จากที่พุ่งเฉียดหลัก 20,000 ดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

สเตเบิลคอยน์คือคริปโตที่ผูกกับเงินกระดาษจึงมีภูมิต้านทานความผันผวน

นอกจากใช้ในการโอนเงินข้ามประเทศแล้ว สเตเบิลคอยน์ยังใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง ตั้งแต่ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ การจ่ายเงินแบบ peer-to-peer หรือระหว่างบุคคลโดยไม่ต้องมีคนกลาง และการเทรดคริปโต เป็นต้น
ตรงข้ามกับบิตคอยน์ที่ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับของบริษัทชั้นนำในอเมริกา ตัวอย่างเช่น วอร์เรน บัตเฟตต์ นักลงทุนระดับตำนานที่วิจารณ์บิตคอยน์รุนแรงและเตือนนักลงทุนให้ระวังฟองสบู่แตก และจากข้อมูลของคอยน์เดสก์ มูลค่าบิตคอยน์เฉพาะปีนี้ดำดิ่งกว่า 70%

ขณะเดียวกัน วอตส์แอปเป็นที่นิยมอย่างมากในอินเดีย มีผู้ใช้งานจริงเดือนละมากกว่า 200 ล้านคน นอกจากนั้นอินเดียยังเป็นประเทศที่การโอนเงินข้ามพรมแดนถือเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ จากข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า ปีที่แล้วมีการโอนเงินจากประเทศอื่นไปยังอินเดียถึง 69,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กสำทับว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนเชิงกลยุทธ์เท่านั้น และกว่าจะเริ่มให้บริการจริงคงอีกพักใหญ่

ทางด้านเฟซบุ๊กไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวนี้แต่อย่างใด แต่มีรายงานว่า โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่แห่งนี้ก่อตั้งทีมบล็อกเชนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เพื่อแสวงหาลู่ทางในเทคโนโลยีเกิดใหม่นี้ โดยมีเดวิด มาร์คัส อดีตประธานเพย์พาล เป็นหัวหน้าทีม และมีลูกทีมราว 30 คน

การว่าจ้างมาร์คัสยังทำให้ลือกันหนักว่า ที่สุดแล้วเฟซบุ๊กจะกระโจนลงสนามบริการทางการเงิน โดยอดีตผู้บริหารจากเพย์พาลผู้นี้มาทำงานกับเฟซบุ๊กตั้งแต่ปี 2014 รับผิดชอบแอปแมสเซนเจอร์

เฟซบุ๊กนั้นเป็นหนึ่งในบรรดาบริษัทเทคโนโลยีและบริการทางการเงินยักษ์ใหญ่ที่กำลังสำรวจลู่ทางเกี่ยวกับบล็อกเชน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่รองรับบิตคอยน์และคริปโตสกุลอื่นๆ สำหรับบริษัทชื่อดังแห่งอื่นๆ ที่กำลังทดสอบเทคโนโลยีนี้ยังรวมถึงแอมะซอน, เจ.พี. มอร์แกน, วอลมาร์ท และไอบีเอ็ม ฯลฯ

แอนโทนี พอมพลิอาโน นักวิเคราะห์คริปโต และผู้ก่อตั้ง-หุ้นส่วนมอร์แกน ครีก ดิจิตอล แอสเส็ตส์ เชื่อว่า ถ้าเฟซบุ๊กออกสเตเบิลคอยน์ จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในบรรดาคริปโตทั้งหมด เนื่องจากแม้ขณะนี้มีโปรเจ็กต์สเตเบิลคอยน์แจ้งเกิดมากมาย แต่โอกาสอยู่รอดไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แม้แต่สเตเบิลคอยน์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดอย่างยูเอสดี เทตเทอร์ ยังกำลังถูกตรวจสอบหนักเนื่องจากกิจกรรมหลายอย่างไม่โปร่งใสและน่าวิตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่องค์กรที่อยู่เบื้องหลังไม่เคยเปิดเผยว่า มีเงินกระดาษรองรับโทเคนของตัวเองตามข้อกำหนดหรือไม่

ตรงข้ามกับเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้งานจริงกว่า 2,000 ล้านคน และมีรายได้ปีละกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ นี่ยังไม่รวมผู้ใช้วอตส์แอปอีก 1,500 ล้านคน, แมสเซนเจอร์ 1,300 ล้านคน และอินสตาแกรม 1,000 ล้านคน และหากเฟซบุ๊กเปิดตัวคริปโตในอนาคตอันใกล้ จะถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่แห่งแรกที่มีคริปโตของตัวเอง
ปัจจุบัน แอปแชตทั่วโลก อาทิ ไลน์ของญี่ปุ่น, เทเลแกรมจากรัสเซีย และคาคาโอสัญชาติเกาหลีใต้ ต่างเปิดแผนขยับขยายเข้าสู่บล็อกเชน เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ไลน์ เป็นหนึ่งในบริษัทจดทะเบียนแห่งแรกที่เปิดตัวบล็อกเชนของตัวเองในชื่อ Mainnet พร้อมเหรียญคริปโต “LINK”


กำลังโหลดความคิดเห็น...