xs
xsm
sm
md
lg

อดีตนายก ส.ค้าปลีกไทย มองทางรอด ผปก.รายย่อยปัจจุบัน-อนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ดร.สมชาย สาโรวาท ประธานเครือข่ายพัฒนาพัฒนาศักยภาพไทยและอดีตนายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ในยุคปัจจุบันและอนาคต นอกจากความเจริญและการพัฒนาในด้านต่างๆ แล้วเรายังจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของโลกอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงที่มีส่วนสำคัญมากนั้นมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และดิจิทัลที่ไปมีผลต่อสิ่งต่างๆ มากมาย

ผลกระทบที่สำคัญที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะทำให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค” (Consumer Behavior) และ “การแข่งขัน” ทั้งในระดับภายในประเทศและระดับโลกซึ่งมีผลต่อวิถีการดำรงชีวิต รสนิยม และการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการของประชาชนไปอย่างมาก

ทั้งนี้ แน่นอนว่าในการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมย่อมได้รับการผลกระทบมีทั้งในทางการบวกและทางลบ ถ้าเป็นผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็อาจจะพอที่จะรับมือปรับตัวหรือได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ต้องล้มหายตายจากไป

แต่สำหรับผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดกลาง หรือโดยเฉพาะยิ่งรายย่อย (SME) ที่ไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ก็อาจเกิดปัญหา หรือจะไม่สามารถอยู่รอดได้ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องหาทางรอดให้ยืนอยู่ได้ หรืออยู่ได้อย่างดีในสถานการณ์เหล่านี้

จากการวิเคราะห์มองช่องทางในการปรับตัวหรืออยู่รอดของธุรกิจรายย่อย เช่น ร้านค้าปลีก ธุรกิจค้าขายสินค้าบริการต่างๆ มีหลักที่สำคัญคือ

1. การรับรู้ต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้ศึกษาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นในอนาคต สามารถหาข้อมูลได้จากข่าวสารหรืออินเทอร์เน็ต และที่สำคัญที่สุดก็คือจะต้องรับรู้และยอมรับมัน ไม่มองจำกัดแค่ตัวเองและอย่าฝืน ขัดขืน คิดเข้าข้างตัวเอง หรือมีความประมาท

2. การเตรียมพร้อมรับมือหรือปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

เมื่อรับรู้แล้วจะต้องพิจารณาดูว่าเรามีความจำเป็นจะต้องทำอะไรบ้าง มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร เพื่อให้สามารถรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ถ้ามีจุดแข็งที่หนักแน่น เช่น ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงดี อาหารรสดี มีคุณภาพ ทำเลดีก็อาจอยู่ได้ แต่ถ้าเป็นร้านทั่วไปร้านอาหารเล็กๆ ไม่มีจุดแข็งอะไรก็อาจจะถูกร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เกตแย่งลูกค้าไปได้



3. ค้นหา ศึกษา หาช่องทาง รูปแบบ พัฒนา หรือหาวิธีการใหม่

ในการทำธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม อาจจะมีหลายแนวทางที่จะสามารถทำได้ เช่น SME ที่มีปัญหาในการทำธุรกิจ ก็ต้องพยายามหาตัวช่วย ที่แก้ปัญหาด้านต่างๆ ให้กิจการนั้นดำเนินไปได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชน จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านของแหล่งความรู้หรือแหล่งเงินทุน แต่ก็ยังมีปัญหาทีอาจจะไม่ทั่วถึง อย่าปล่อยให้ “ใครมือยาวสาวได้สาวเอา” ได้ประโยชน์ไปเท่านั้น

และกรณี เช่น ถ้าธุรกิจเดิมทำการค้าขายสินค้าและบริการ ที่ร้านหรือที่ตลาด ก็อาจปรับเพิ่มรูปแบบ เพิ่มการขายที่เรียกว่าอีคอมเมิร์ซ หรือออนไลน์เข้าไปด้วย หรือทำทั้งออนไลน์ & ออฟไลน์ รวมทั้งอาจจะหาทางเข้าไปขายในห้าง ศูนย์การค้า เป็นต้น

4. เปลี่ยนกิจการ ไปทำกิจการอื่นที่มีอนาคตกว่า

ในกรณีที่ได้วิเคราะห์ดูแล้วว่ากิจการ สินค้าหรือบริการเดิม ที่ทำอยู่อาจจะมีปัญหาหรือไปไม่รอด ก็อาจจะต้องเปลี่ยนอยู่ด้วยกันไปทำกิจการอื่นที่ เช่น กิจการ เกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ ที่โซเชียลมีเดียเข้ามาแทนที่ ถ้าเป็นร้านขายหนังสือพิมพ์อาจจะต้องเปลี่ยนไปขายสินค้าหรือบริการอื่นแทน

แม้แต่เรื่องกิจการการเกษตร ถ้าทำการเพาะปลูกพืชผลใดแล้ว ไม่มีอนาคตขาดทุนตลอด ก็ควรเปลียนไปทำอย่างอื่น เช่น เคยปลูกข้าวเชิงเดี่ยว ก็เปลี่ยนไปทำไรนาส่วนผสม หรือเลี้ยงกบ เลี้ยงไก่ หรือเพาะเห็ดขาย ซึ่งมีรายได้ดีกว่า เป็นต้น

5. ประเมินและรู้ทันความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ต้องพยายาม ประเมิน และติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตน และใช้สิ่งเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์

ทั้งหมดนี้เป็นหลักใหญ่ๆ ที่คิดว่าน่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้มองเห็นช่องทางในการที่จะดำเนิน กิจการต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยให้สามารถที่จะอยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดอย่างรวดเร็วในทุกมุมโลก


กำลังโหลดความคิดเห็น...