xs
xsm
sm
md
lg

กสอ.เผยยุทธศาสตร์ปี 62 ทุ่ม 800 ล้านดันมาตรการ “การตลาด-นวัตกรรม” หนุน “โค้ช 4 ด้าน” ติวเข้ม ผปก.SMEs

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เผยงบประมาณพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ปี 2562 รวมกว่า 800 ล้านบาท ผลักดันผู้ประกอบการก้าวสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก 2 รูปแบบ คือ การตลาดนำการส่งเสริมและนวัตกรรมนำการส่งเสริม ทั้งนี้ การดำเนินงานจะมีลักษณะเหมือน "โค้ช" ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนวทางเฉพาะด้าน 4 ด้าน ได้แก่ โค้ชเตรียมความพร้อมสู่ยุค 4.0 โค้ชการค้า การขายและช่องทางจำหน่ายในตลาด โค้ชสนับสนุนด้านสินเชื่อและเงินทุน และโค้ชเชื่อมโยง SMEs สู่ระดับโลก


นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เผยว่า ในปี 2562 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกว่า 800 ล้านบาท โดยมี 80 โครงการเพื่อใช้ในการช่วยเหลือและพัฒนา SMEs ประมาณ 5,000 กิจการ พัฒนาผู้ประกอบการ/บุคลากรอุตสาหกรรม ประมาณกว่า 25,000 คน พัฒนาวิสาหกิจชุมชนกว่า 2,000 ราย ยกระดับผลิตภัณฑ์และการบริการอีกประมาณกว่า 2,000 รายการ คาดว่าการส่งเสริมทั้งหมดจะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินงานที่สำคัญในปีถัดไปจะอยู่ภายใต้นโยบาย “From Local to Global” by Marketing and Innovation คือผลักดันให้ผู้ประกอบการก้าวสู่ระดับภูมิภาค และระดับโลกมากขึ้น



กระบวนการที่สำคัญ 2 รูปแบบ ได้แก่ การตลาดนำการส่งเสริม ซึ่งเป็นแนวคิดด้านการบริหารจัดการ เพื่อให้ปริมาณการผลิตและความต้องการสินค้าต่างๆ เกิดความสมดุล พร้อมช่วยลดปัญหาการสต๊อกสินค้าและสินค้าล้นตลาด ซึ่ง กสอ.จะมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำน้อยให้ได้มาก เปลี่ยนแนวคิดการผลิตจากเดิมที่หวังผลผลิตสูงสุดเป็นกำไรสูงสุด โดยมีแนวทางปฏิบัติทั้งในด้านบุคลากรและการสร้างแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นจำนวนมาก ได้แก่ การผลักดันสู่ช่องทางการค้าออนไลน์ เช่น อาลีบาบา ลาซาด้า

ปี 2562 ได้ตั้งเป้าให้ SMEs เข้าสู่ช่องทางดังกล่าวไม่น้อยกว่า 10,000 ราย กิจกรรมส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างแบรนด์สำหรับธุรกิจ เช่น วิดีโอ อินฟลูเอนเซอร์ การสอนถ่ายภาพเพื่ออีคอมเมิร์ซ พัฒนาอี-แค็ตตาล็อกบนเว็บไซต์เพื่อโปรโมตสินค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น สนับสนุนการใช้บิ๊กดาต้า เช่น ฐานข้อมูลเพื่อการจับคู่ธุรกิจบน T-Goodtech, J-Goodtech การให้ข้อมูลเรื่องเทรนด์ หรือกระแสความเปลี่ยนแปลงของตลาดทั้ง micro moment หรือพฤติกรรมรายวัน รายเดือน รายหกเดือน ฯลฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าให้มีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น



สำหรับนวัตกรรมนำการส่งเสริม จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของเอสเอ็มอีด้วยการนำผลงานวิจัยหรือกระบวนการใหม่ๆ มาใช้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การเชื่อมโยงความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ในการนำงานวิจัยไปต่อยอดสินค้า หรือพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ การสนับสนุนเงินทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เช่น อาหารแห่งอนาคต เกษตรแปรรูป ผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว ฯลฯ

การพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็นตัวช่วยในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ เช่น แอปพลิเคชันเพื่อการจัดทำบัญชี แอปพลิเคชันท่องเที่ยวหมู่บ้าน CIV การผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมกับภาคเอกชนขนาดใหญ่ หน่วยงานส่งเสริมนวัตกรรม และสถาบันการเงิน พร้อมด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการลดต้นทุนด้านลอจิสติกส์อย่างจริงจังเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังจะมีการใช้พื้นที่บริเวณย่านกล้วยน้ำไทให้เป็นศูนย์รวมการบริการด้านนวัตกรรมที่ครบวงจร โดยความร่วมมือของศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น



ด้าาการส่งเสริมผู้ประกอบการของ กสอ.ในปีถัดไปยังจะมุ่งเน้นการดำเนินงานให้มีลักษณะเหมือน “โค้ช” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ชี้แนวทางปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ การถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้ที่จำเป็นต่างๆ เป็นที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงทั้งปัญหาทั่วไปและปัญหาเฉพาะด้าน โดยได้วาง “โค้ช” ไว้ 4 ด้าน ได้แก่


1. โค้ชเตรียมความพร้อมสู่ยุค 4.0 โดยในกลุ่มนี้จะใช้ผู้เชี่ยวชาญ บริการและเครื่องมือที่ทันสมัยพัฒนาให้ SMEs รู้จักกระบวนการทางธุรกิจที่ก้าวหน้ามากกว่าองค์ความรู้เดิมๆ โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม การแปรรูป และการออกแบบ เช่น ศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือเอสเอ็มอี ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 ระดับจังหวัด (Mini ITC) ที่จะให้ความช่วยเหลือและต่อยอดธุรกิจผู้ประกอบการได้ครบทุกพื้นที่

2. โค้ชการค้า การขาย และช่องทางจำหน่ายในตลาด ซึ่งจะมุ่งเน้นการให้ความรู้ผ่านการฝึกอบรมต่างๆ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น หลักสูตรเชิงปฏิบัติการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มยอดขาย การจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับบริษัททั่วโลก โดยยังจะมีการผลักดันเข้าสู่ช่องทางใหม่ๆ ที่สามารถรองรับการจัดจำหน่ายได้จริง เช่น J-Goodtech /Lazada/Alibaba

3. โค้ชสนับสนุนด้านสินเชื่อและเงินทุน โดยจะให้คำปรึกษาและการฝึกปฏิบัติด้านการเขียนแผนธุรกิจ เพื่อขอรับทุนการให้องค์ความรู้เรื่องหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการยื่นคำขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ SMEs มีขีดความสามารถทางธุรกิจโดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าสินค้าและการบริการในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ กสอ.ยังมีสินเชื่อเพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ได้แก่ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นวงเงินคนตัวใหญ่ คงเหลือ 750 ล้านบาท และคนตัวเล็ก คงเหลือ 3,100 ล้านบาท ส่วนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทยของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมีจำนวน 100 ล้านบาท

4.โค้ชเชื่อมโยง SMEs สู่ระดับโกลบอล เป็นการบ่มเพาะและเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงส่วนภูมิภาคให้ก้าวสู่ตลาดโลก ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุน เช่น โครงการเตรียมความพร้อม SMEs เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ การจับคู่กับธุรกิจต่างชาติเพื่อให้เอื้อต่อการดำเนินงานด้านการผลิต การแบ่งปันองค์ความรู้ เทคโนโลยีที่สามารถปรับใช้ได้ในกระบวนการต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังจะมีการดึงต้นแบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก และขนาดกลางเพื่อเรียนรู้เทคนิคในการก้าวสู่ตลาดต่างชาติ พร้อมนำไปเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริงในการดำเนินธุรกิจ



นอกจากนี้ ธุรกิจของผู้ประกอบการที่สามารถประสบผลสำเร็จจากการเข้ารับคำแนะนำของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้แก่
1.ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกระบวนการ Freeze Dry เทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ บริษัท ณธีนนท์ ฟู้ด แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าผลลัพธ์ของกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมการเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโดยใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูง

2. Herbalist Siam ผลิตเวชสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบครบวงจร บริษัท วธูธร จำกัด ที่ทางกรมฯ ได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาทั้งในด้านการพัฒนาเรื่องมาตรฐานและการสร้าง Brabding จนทำให้เกิดแบรนด์ Herbalist Siam

3.ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผลไม้ Nita บริษัท โรแยล พลัส โดยทางกรมฯ ได้สนับสนุนตั้งแต่การทำวินิจฉัยประสิทธิภาพความสามารถด้านต่างๆ เป็นที่ปรึกษามืออาชีพในการเข้าให้คำปรึกษาเพื่อปรับปรุงการทำงานด้านต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพ


กำลังโหลดความคิดเห็น...