xs
xsm
sm
md
lg

ลูกขยันจีน-เกาหลีใต้ส่งเอเชียนำไกลนวัตกรรมคริปโต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

คริปโตเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันมากขึ้น ตัวอย่างเช่นร้านกาแฟแห่งนี้ที่ยอมให้ลูกค้าจ่ายด้วยเงินดิจิตอล
บริษัทจีนและเกาหลีใต้เป็นเจ้าของและยื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับคริปโตรวม 149 ฉบับจากทั้งหมด 437 ฉบับทั่วโลก นอกจากนั้น ในบรรดาสิทธิบัตร 85 ฉบับที่ได้รับอนุมัติทั่วโลก ยังเป็นของบริษัทจีนและเกาหลีใต้ถึงครึ่งหนึ่ง

ข้อมูลข้างต้นที่มาจากบริษัทวิเคราะห์ด้านสิทธิบัตรชั้นนำ “ไซเฟอร์” รวมทั้ง “เบริงเกีย” นักลงทุนที่เน้นการร่วมลงทุน (venture capital) ในภาคพื้นแอตแลนติก ยังบอกว่า สิทธิบัตรจากการประดิษฐ์คิดค้นเกี่ยวกับเงินดิจิตอลหรือคริปโตเคอเรนซีโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าจาก 33 ฉบับในปี 2012 เป็น 437 ฉบับในขณะนี้

ที่น่าสังเกตคือ องค์กรจากอเมริกาและยุโรปถูกกลุ่มธุรกิจจีนและเกาหลีใต้ทิ้งหลุดลุ่ยในแง่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีคริปโตที่มีสิทธิบัตรคุ้มครอง

ในอเมริกามีการมอบสิทธิบัตรเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้เพียง 25 ฉบับ โดย 11 ฉบับเป็นของแบงก์ ออฟ อเมริกา ขณะที่ในยุโรปมีแค่ 3 ฉบับ

งานวิจัยชิ้นนี้พบว่า แบงก์ ออฟ ไชน่า ซึ่งเป็นของรัฐบาลจีนและเพิ่งเปิดหน่วยวิจัยสกุลเงินดิจิตอลเมื่อปีที่แล้ว ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านการครอบครองสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับคริปโตของโลก ด้วยสิทธิบัตรที่ได้รับและอยู่ระหว่างการพิจารณาถึง 56 ฉบับ

แม้ทางการจีนแบน ICO (initial coin offerings – การเสนอขายเหรียญในระยะเริ่มต้นเพื่อระดมทุน) แต่เห็นได้ชัดว่า ทั้งหน่วยงานรัฐและสถาบันชั้นนำต่างมุ่งมั่นที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสำคัญที่อยู่เบื้องหลังคริปโต

เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่อ้าแขนรับการวิจัยและพัฒนาเพื่อปูทางสู่การใช้เงินดิจิตอลอย่างคึกคัก โดยเฉพาะคอยน์ปลั๊กที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรถึง 18 ฉบับหรือมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก นอกจากนั้นยังให้บริการคริปโตและเป็นผู้สร้างตู้เอทีเอ็มบิตคอยน์

ในทางกลับกัน สถาบันการเงินอเมริกันและยุโรปตอบรับเทคโนโลยีนี้แบบกล้าๆ กลัวๆ จากข้อมูลของไซเฟอร์นั้น แบงก์ ออฟ อเมริกาที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรเทคโนโลยีการเงินกว่า 2,500 ฉบับ แต่มีเพียง 11 ฉบับเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต และแม้แบงก์แห่งนี้มีสิทธิบัตรคริปโตมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ด้วยจำนวนน้อยนิดนี้สะท้อนว่า บริษัทในอเมริกาเหนือยังล้าหลังระดับนวัตกรรมและการแข่งขันของผู้เล่นเอเชียไกลมาก

นอกจากแบงก์ ออฟ อเมริกาแล้ว ไม่มีธนาคารจากอเมริกาหรือยุโรปอื่นใดอีกเลยที่ติดกลุ่มท็อป 10 เจ้าของสิทธิบัตรคริปโตทั่วโลก

สำหรับอังกฤษที่ถูกยกให้เป็นฮับเทคโนโลยีการเงินสำคัญของโลก แถมข้อมูลล่าสุดจากเคพีเอ็มจีที่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้วยังระบุว่า บริษัทอังกฤษแซงคู่แข่งจากอเมริกาและเอเชียเป็นครั้งแรกในแง่การลงทุนด้านฟินเทคในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ แต่กลับมีผู้เล่นแดนสิงโตคำรามไม่กี่แห่งที่เอาดีกับการขอสิทธิบัตรคริปโต และมีแค่เอ็นเชน โฮลดิ้งส์เท่านั้นที่ติดกลุ่มท็อปเทน (อันดับ 4)

มาสเตอร์การ์ด, เพย์พาล, ไอบีเอ็มและวีซ่า เข้าสู่ท็อปเทนที่เหลือด้วยการถือครองสิทธิบัตรแห่งละ 5-6 ฉบับเท่านั้น

ในทางกลับกัน คริปโตได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเกาหลีใต้ ปลายเดือนสิงหาคม จังหวัดคยองบุกหรือคยองซังบุกโด ทางชายฝั่งด้านตะวันออกของเกาหลีใต้ ประกาศแผนเปลี่ยนสกุลเงินท้องถิ่นเป็นคริปโตที่รัฐบาลออกเอง รวมทั้งแผนการสร้างตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญคยองบุก ซึ่งหลังก่อตั้งแล้วเสร็จ ผู้ค้าที่เข้าร่วมจะสามารถใช้คิวอาร์โค้ดเพื่อรับคริปโต

สกุลเงินที่จังหวัดนี้เล็งเปลี่ยนคือบัตรของขวัญที่ออกโดยเทศบาล 9 เมือง แรกเริ่มเดิมทีบัตรของขวัญเหล่านี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และสามารถใช้กับบางจุดขายภายในจังหวัดเท่านั้น โดยโปฮังเป็นเมืองที่ออกบัตรของขวัญมากที่สุด หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานว่า เมืองนี้ขายบัตรของขวัญไปแล้วรวม 90 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว

แผนกนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคยองบุกยอมรับว่า ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการ ที่สำคัญเร่งด่วนที่สุดคือการออกเหรียญและอบรมผู้ค้าให้รู้จักกลไกการทำงานของเหรียญ

อย่างไรก็ตาม แผนการนี้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทีมเจ้าหน้าที่ที่ประกอบด้วยตัวแทน 10 คนเดินทางไปยัง Zug ในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพบกับนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากเมืองนี้เป็นที่ตั้งบริษัทคริปโตโด่งดังหลายแห่ง และยังพัฒนากฎหมายท้องถิ่นที่เป็นมิตรกับเงินดิจิตอลด้วย

อุตสาหกรรมคริปโตเกาหลีใต้ยังคงไปได้ดีแม้มีข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า จะมีการแบนเงินดิจิตอล และแม้เมื่อเดือนมิถุนายน ตลาดบิตธัมป์ถูกแฮกเงินไปหลายสิบล้านดอลลาร์ก็ตาม

เดือนเดียวกันนั้น รัฐบาลเกาหลีใต้อนุญาตให้ใช้บิตคอยน์ในการส่งเงินกลับประเทศ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่จะช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมคริปโตในประเทศนี้ คอยน์เทเลกราฟยังรายงานว่า เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตลาดเกาหลีใต้ประมวลผลการเทรดบิตคอยน์ 14% ของทั่วโลก


กำลังโหลดความคิดเห็น...