xs
xsm
sm
md
lg

“โลแคร์รี่” เที่ยวละไม เสื้อผ้าของใช้เช่าได้ปลายทาง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

หมดสนุกแน่ถ้าต้องลากกระเป๋าเดินทางไปด้วยทุกที่ “โลแคร์รี่” ช่วยคุณได้
จะดีแค่ไหนถ้าไม่ต้องแบกกระเป๋าเดินทางใบโตไปเที่ยว แต่มีแอกเซสเซอรีครบครันรออยู่ปลายทาง

ชิมเปอิ วาตานาเบะ ผู้ประกอบการมือใหม่ ได้ไอเดียนี้ตอนที่หอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่เดินทางไปจีนและเพื่อนที่นั่นบอกว่า ไม่เห็นต้องขนอะไรมามากมายเพราะทุกอย่างหาเช่าได้หมด

แม้บริการให้หยิบยืมเสื้อผ้าไม่ใช่ไอเดียใหม่ เช่น เรนต์ เดอะ รันเวย์ ที่ตอนนี้กลายเป็นธุรกิจมูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว แต่บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นธุระจัดหาเองทั้งหมดและเปิดให้ผู้ใช้ขอยืม ขณะที่โลแคร์รี่ (Locarry) ดูจะเป็นเจ้าแรกที่เป็นตัวกลางให้ผู้ใช้เข้าไปแชร์และขอยืมข้าวของกัน

วาตานาเบะลาออกจากไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ (PwC) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา และเริ่มสตาร์ทอัพของตัวเองต้นเดือนสิงหาคม

ระหว่างครุ่นคิดวางแผนตั้งโลแคร์รี่ วาตานาเบะบอกว่า แรงบันดาลใจของเขาคือ แอร์บีเอ็นบีที่ชวนคนแชร์บ้าน, เมอร์คารี แอปตลาดนัดญี่ปุ่น และคารูเซลล์ แอปซื้อขายผ่านมือถือของสิงคโปร์ และสุดท้ายเขาตัดสินใจคลุกเคล้าโมเดลตลาดกับบริการแชริ่ง โดยโฟกัสที่ความสะดวกสบายและคล่องตัวสำหรับนักเดินทางเป็นหลัก

วาตานาเบะมองว่า นักเดินทางควรมีของที่ต้องการในเวลาที่ต้องการ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ไปด้วยตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสร้างเครือข่ายการแชร์ที่นักเดินทางสามารถหยิบยืมทั้งเสื้อผ้า กล้อง และของใช้ที่จำเป็นอื่นๆ
โลแคร์รี่ช่วยให้ผู้ใช้สร้างรายการสิ่งของที่พร้อมให้ผู้ใช้อื่นๆ หยิบยืม โดยอาจกำหนดราคาค่าเช่าเป็นรายวัน หรือถ้าใจดีจะให้ยืมใช้ฟรีก็ไม่เกี่ยง

ผู้ใช้โลแคร์รี่ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิก หลังจากลงชื่อสมัคร คุณสามารถเรียกดูรายการสิ่งของที่มีให้หยิบยืม/เช่า หรือลิสต์รายการสิ่งของที่ต้องการ หากมีสิ่งของนั้น เว็บไซต์จะเป็นตัวกลางให้คุณส่งข้อความถึงเจ้าของเพื่อนัดหมายสถานที่รับและส่งคืน นอกจากนั้นบนเว็บยังมีส่วนที่เปิดให้ผู้ใช้ติชม

โลแคร์รี่หวังสร้างเครือข่ายผู้ใช้ในระดับโลก ภายใต้เป้าหมายที่ไม่ใช่แค่การสร้างช่องทางเพื่อให้คนมาแชร์ของใช้กันเท่านั้น แต่เป็นการแชร์ไลฟ์สไตล์ เนื่องจากการเดินทางที่คล่องตัวไม่ต้องคอยพะวงกับสัมภาระจะทำให้นักเดินทางมีเวลาและพลังงานเต็มที่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสถานที่และทุกสิ่งที่พานพบ

วาตานาเบะคาดว่า โลแคร์รี่จะสร้างงานให้ผู้ใช้ในประเทศกำลังพัฒนาและมีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางอ้อม เขาประเมินว่า ในบางที่ผู้ใช้อาจทำเงินได้ถึงเดือนละ 600-700 ดอลลาร์ (ประมาณ 20,000 -23,000 บาท) จากการนำข้าวของมาเปิดให้ยืมผ่านโลแคร์รี่

ถ้าจะเปรียบเทียบกับแอร์บีเอ็นบี ข้อดีของโลแคร์รี่คือทุกคนมีโอกาสเพิ่มรายได้ ไม่เฉพาะคนรวยหรือคนชั้นกลางที่มีบ้านหลายหลังเท่านั้น

เพื่อดึงดูดผู้ใช้ทั้งฝ่ายที่ต้องการยืมและฝ่ายที่พร้อมให้ยืม วาตานาเบะพยายามติดต่อผู้ให้บริการแอร์บีเอ็นบีที่มีกลุ่มเป้าหมายที่อาจต้องการหยิบยืมเสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่างๆ อยู่ในมือ เช่น สมมติว่า คุณเป็นนักเดินทางและไปถึงที่พักในเครือข่ายแอร์บีเอ็นบี คุณจะมีเสื้อผ้ารอให้เลือกใส่อยู่แล้วเต็มตู้

ความสะอาดของเสื้อผ้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โลแคร์รี่จึงมีระบบตรวจสอบ รวมถึงการยืนยันด้วย SMS และบัตรประชาชนจริงเพื่อความปลอดภัยของนักเดินทาง
เนื่องจากโลแคร์รี่ไม่คิดค่าคอมมิชชั่นจากการเช่า วาตานาเบะยอมรับว่า สตาร์ทอัพของเขาตอนนี้ไม่มีทางทำเงินได้เลย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ปกติใน gig economy หรือระบบเศรษฐกิจที่คนทำงานรับงานเป็นครั้งคราวตามความต้องการ หรือรับงานชั่วคราว งานฟรีแลนซ์ เป็นนายตัวเอง และตัดขาดจากระบบดั้งเดิมในการเป็นลูกจ้างบริษัท

แต่สำหรับวาตานาเบะ เขามองว่า การคิดค่าคอมมิชชั่นจะทำให้ผู้ให้ยืมต้องตั้งราคาแพงขึ้น และคงยากที่จะขยายเว็บไซต์ออกไปทั่วโลกถ้าจะต้องมีปัญหากับบริการชำระเงินยิบย่อย

อย่างไรก็ตาม โลแคร์รี่มีแผนสร้างรายได้ในอนาคตด้วยการเพิ่มออปชั่นพรีเมียม ตลอดจนถึงการแสดงโฆษณา คล้ายกับแนวทางตลาดออนไลน์ที่ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่นแต่เก็บเงินจากผู้ค้าที่ทำยอดขายได้มากที่สุด

เกือบหนึ่งปีที่วาตานาเบะทิ้งงานใน PwC มาริเริ่มสตาร์ทอัพ เขาบอกว่า ชีวิตการเป็นผู้ประกอบการ “สนุกเหลือเชื่อ”

ด้วยพนักงาน 4 คนของโลแคร์รี่ วาตานาเบะจัดสรรบทบาทที่ทำให้เขาสามารถใช้วิจารณญาณของตัวเองอย่างเต็มที่ เขาเชื่อว่า นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่มนุษย์เราพึงทำได้ เพราะนับจากนี้ไป การรวบรวมหรือวิเคราะห์ข้อมูล และงานอื่นๆ อีกมากมาย จะถูกเทกโอเวอร์โดย AI หรือปัญญาประดิษฐ์ และส่วนการเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์ (machine learning)


กำลังโหลดความคิดเห็น...