xs
xsm
sm
md
lg

“AI” อนาคตสุกใสแบงก์เอเชีย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“โซเฟีย” หุ่นยนต์เอไอจากแฮนสัน โรโบติกส์ในงานไรส์ เทคโนโลยี คอนเฟอเรนซ์ที่ฮ่องกงเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม
ธนาคารในเอเชียเร่งปรับใช้เอไอ เล็งผลเลิศในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ สำหรับยุคดิจิตอล ตลอดจนถึงเพื่อลดต้นทุนที่อาจมากถึงล้านล้านดอลลาร์ คาดจีนจะเป็นผู้นำโลกในด้านการวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนั้น ความแพร่หลายของสมาร์ทโฟนที่ช่วยส่งเสริมเทคโนโลยีการเงินยังมีแนวโน้มทำให้โซลูชันที่อิงกับเอไอเติบโตแบบทวีคูณ

ผลศึกษาธนาคาร 34 แห่งจากอเมริกา ยุโรป สิงคโปร์ แอฟริกา ออสเตรเลีย และอินเดียที่จัดทำโดยเมดิชี ทีมเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า แบงก์ 27 จาก 34 แห่งนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาปรับใช้ในส่วนงานต่างๆ แบงก์ใหญ่ของอเมริกาทั้งหมดในการศึกษากำลังทดลองใช้เอไอใน 1 ใน 4 ส่วนงานคือ ส่วนที่ให้บริการโดยตรงกับลูกค้าหรือ front-office, ส่วนสนับสนุนที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับลูกค้าโดยตรงหรือ back-office, การบริหารพอร์ตและการซื้อขายในตลาดการเงิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

สำหรับเอเชีย เอไออาจสร้างเศรษฐกิจมูลค่า 1.8-3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ การประหยัดต้นทุนจากผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ราคาโดยรวมลดลง และไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายขึ้น และแม้สองประเทศเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกกำลังครอบงำการวิจัยและพัฒนาเอไอ แต่เครดิตสวิสคาดว่า จีนจะเข้าเส้นชัยก่อนอเมริกา ขณะเดียวกัน กระบวนการทำงานอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ (อาร์พีเอ) ถูกคาดหมายว่า จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกคิดเป็นมูลค่าถึง 6.7 ล้านล้านดอลลาร์ และทำให้การใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีทั่วโลกเพิ่มขึ้น 40-45%

ปัจจุบัน ธนาคารในเอเชียกำลังผลักดันโซลูชันเอไอด้วยเหตุผลที่ดีอย่างยิ่งคือการลดต้นทุน โดยรายงานฉบับใหม่จากบริษัทวิจัยด้านการเงิน “ออโตโนมัส” ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของแบงก์และบริษัทบริการการเงินมีแนวโน้มลดลงถึง 22% จากการปรับใช้เอไอ หรือเท่ากับการประหยัดต้นทุนกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนั้นความแพร่หลายของสมาร์ทโฟนที่ช่วยส่งเสริมเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมการเงินยังมีแนวโน้มทำให้โซลูชันที่อิงกับเอไอเติบโตแบบทวีคูณในเอเชีย

โอซีบีซีเป็นแบงก์แห่งแรกในสิงคโปร์ที่ก่อตั้งหน่วยเอไอ ปลายเดือนกรกฎาคม ยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ แบงก์ (ยูโอบี) ตกลงเป็นพันธมิตรกับเพอร์ซันเนติกส์ ผู้จัดหาแอปพลิเคชัน Cognitive Banking เพื่อให้ยูโอบีนำศักยภาพของเอไอมาทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าและออกแบบบริการการธนาคารดิจิตอลที่สร้างสรรค์ ตอบสนอง และมีความรับผิดชอบมากขึ้น

ผลสำรวจชิ้นใหม่ของแมกคินซีย์พบว่า การธนาคารระบบดิจิตอลในเอเชียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในบางประเทศมีอัตราการเข้าถึง 97% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีการทำธุรกรรมดิจิตอลมากกว่าทำที่สาขาธนาคารถึง 60-400%
ด้วยอัตราการเติบโตนี้ แบงก์ในเอเชียจึงอยู่ในตำแหน่งที่เอื้ออย่างยิ่งสำหรับการเป็นผู้นำนวัตกรรมดิจิตอล นอกจากนั้นลูกค้าในเอเชีย-แปซิฟิกยังมีส่วนร่วมในกิจกรรมการธนาคารบนมือถือมากกว่าภูมิภาคใดๆ ในโลก

เทคโนโลยีเอไอในบริการการเงินของเอเชียไม่ได้จำกัดวงเฉพาะในด้านการธนาคารลูกค้ารายย่อยเท่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทจัดการสินทรัพย์ ชโรเดอร์ เพิ่งเปิดตัว “ชโรเดอร์ โก” เวอร์ชันเบตา หรือแชตบ็อตออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กแมสเซนเจอร์
สำนักงานการเงินหรือแบงก์ชาติสิงคโปร์ยังต้องการส่งเสริมการยอมรับไอเอในภาคบริการการเงินของประเทศ
กระนั้น แนวโน้มการพัฒนาและการปรับใช้เอไอในแต่ละประเทศของเอเชียจะแตกต่างกันไปตามอัตราการกระจุกตัวของข้อมูล เช่น ตลาดพัฒนาแล้วที่มีข้อมูลมากกว่าอย่างญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ อาจมีความคืบหน้าในการปรับใช้เอไอเร็วกว่ามาเลเซียหรือไทย

และแม้มีการพัฒนาเอไออย่างน่าตื่นเต้นในศูนย์กลางการเงินประจำภูมิภาคเหล่านี้ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือจีนที่เป็นแหล่งข้อมูลทางเลือก แถมรัฐบาลยังกระตือรือร้นอย่างชัดเจนในการพัฒนาเอไอ

การบริหารประเทศและเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์ของจีนเป็นหลักประกันว่า ข้อมูลอันมีค่าและแพล็ตฟอร์มที่จัดการข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ในความครอบครองและการควบคุมของผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย แม้ขณะนี้จีนยังไม่มีข้อมูลทางการเงิน เช่น ประวัติบัตรเครดิต มากเท่าในอเมริกา แต่ก็พร้อมทุกเมื่อในการรวมข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่ส่วนกลาง

ปัจจุบัน จีนกำลังพัฒนาระบบเครดิตทางสังคม (social credit system) เพื่อให้คะแนนบุคคลและสถาบันโดยอิงกับข้อมูลการยื่นภาษีหรือประวัติการขับขี่ โดยมีโครงการนำร่องเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งรวมถึงโครงการของแอนต์ ไฟแนนเชียลในเครืออาลีบาบา และเทนเซ็นต์

อีกปัจจัยที่ทำให้ระดับการพัฒนาเอไอในเอเชียลดหลั่นกันคือ ผลลัพธ์จากข้อมูลทางเลือก การขาดแคลนข้อมูลแบบเดิมในหลายประเทศเท่ากับว่า ข้อมูลทางเลือกและข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างชัดเจนจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการปรับใช้เอไอ

ข้อมูลผู้บริโภคหลายอย่างที่หาได้ง่ายหรือมีอยู่แล้วในภูมิภาคอื่น เช่น คะแนนเครดิตหรือประวัติบัตรเครดิต กลับไม่มีในบางประเทศของเอเชีย นอกจากนั้นคนนับล้านในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีบัญชีธนาคาร ขณะที่กลุ่มผู้สูงวัยไม่ยอมใช้บัตรเครดิต จากรายงานของเคพีเอ็มจี ประชากรในเอเชียอาคเนย์เพียง 27% ที่มีบัญชีธนาคาร

แบงก์และสถาบันการเงินอื่นๆ ในเอเชียเผชิญปัญหานี้มาหลายทศวรรษ ความที่มีประวัติเครดิตน้อยมาก บริษัทต่างๆ จึงใช้ประวัติผู้บริโภคประเภทอื่นแทน เช่น การใช้มือถือและโปรไฟล์บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพื่อตรวจวัดความน่าเชื่อถือทางการเงิน

เวอร์จินี เมซองเนิร์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของอีสต์สปริง บอกว่า 90% ของข้อมูลในขณะนี้มาจากเมื่อสองปีก่อน และมีเพียง 1% ที่ได้รับการวิเคราะห์ และสำทับว่า การไหลเวียนของข้อมูลมีความสำคัญต่อ machine learning หรือการเรียนรู้ของคอมพิวเตอร์

ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลทางเลือกจำนวนมากจะทำให้ปฏิบัติการต่างๆ คืบหน้าไปอีกขั้น และเอไอถูกคาดหมายว่า จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของชุดข้อมูลทางเลือกและเปิดโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ มากมายในอุตสาหกรรมการเงินของเอเชีย


กำลังโหลดความคิดเห็น...