xs
xsm
sm
md
lg

บสย.ประกาศเป้าค้ำสินเชื่อเอสเอ็มอีทะลุแสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
บสย.ประกาศเป้าค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี ปี 2560 มูลค่า 102,500 ล้านบาท แจงยอด 4 เดือนแรกค้ำแล้ว 2 หมื่นล้านบาท เชื่อครึ่งปีหลังยอดจะพุ่งเมื่อเข้าสู่ไฮซีซัน และธนาคารต่างๆ ออกแคมเปญกระตุ้น ประเดิมขับเคลื่อน “กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ” แห่งแรก จ.น่าน จำนวน 2 ราย วงเงิน 13 ล้านบาท

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า สำหรับปีนี้ (2560) บสย.ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี วงเงิน 102,500 ล้านบาท ซึ่ง 4 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา ยอดค้ำประกันสินเชื่อไปแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท โดยยอมรับว่าภาพรวมหนี้ภาคครัวเรือนสูงขึ้นเทียบกับปีที่ผ่านมาจึงส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีมาตรการเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าครึ่งหลังของปีจะมียอดค้ำประกันสินเชื่อสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบกับผู้ประกอบการมักมีการขอสินเชื่อช่วงเวลาดังกล่าวจำนวนมากทุกปี ขณะที่ธนาคารต่างๆ ก็จะมีแคมเปญสินเชื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ประกอบการออกมาจูงใจ

ทั้งนี้ ตลอด 25 ปีของการดำเนินงานของ บสย.ที่ผ่านมา สนับสนุนส่งเสริมและช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยออกหนังสือค้ำประกันสินเชื่อไปแล้ว 300,000 สัญญา วงเงินค้ำประกัน 600,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดสินเชื่อหมุนเวียนในระบบกว่า 900,000 ล้านบาท

จากที่ บสย.และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล สร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจังหวัดต่างๆ ได้สินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำและได้รับการค้ำประกันสินเชื่อเต็มวงเงินภายใต้โครงการสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Transformation Loan” อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ค้ำประกันสินเชื่อเต็มจำนวนสูงสุด 15 ล้านบาท โดยรัฐช่วยลดภาระต้นทุนจ่ายค่าธรรมเนียมแทนปีแรก เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศเข้าถึงโครงการนี้มากที่สุด

สำหรับจังหวัดน่าน เป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 2 เดือน หลังการลงนาม MOU โดย บสย.มียอดค้ำประกันแล้ว 500 ล้านบาท และมีการอนุมัติหนังสือค้ำประกัน 125 สัญญา นอกจากนี้ น่านยังเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่ได้ขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ซึ่งได้มีการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ พร้อมอนุมัติวงเงินสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการจังหวัดน่านรวม 2 ราย คือ “น่านดูโอ คอฟฟี่” และ “กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน ชมพูภูคา” พร้อมมอบเงินสนับสนุน วงเงิน 13 ล้านบาท

ด้านนายกันตพนธ์ แก้วมณี ปฏิบัติหน้าที่ผู้รับผิดชอบสายงานสาขา 1 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบด้วยการมอบสินเชื่อ เป็นการสานต่อนโยบายรัฐบาลส่งเสริมความรู้พัฒนาทักษะการบริหารจัดการและการสร้างโอกาสในการเพิ่มศักยภาพธุรกิจ

ทั้งนี้ ทาง ธพว.ได้นำร่องปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ จ.น่าน ใน 2 โครงการ ได้แก่ 1. กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐวงเงินกองทุน 20,000 ล้านบาท เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จดทะเบียน ในรูปแบบของนิติบุคคล โดยมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี หมดอายุสัญญา ระยะเวลาชำระคืน 7 ปีไม่ต้องผ่อนชำระใน 3 ปีแรก และไม่ต้องมีหลักประกัน ให้กู้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย โดยธุรกิจต้องอยู่ในกลุ่มยุทธศาสตร์ของแต่ละจังหวัด เช่น ภาคการเกษตรแปรรูปอาหารแหล่งท่องเที่ยวกลุ่ม Start up และกลุ่มเทคโนโลยีนวัตกรรม

2. สินเชื่อ SMEs Tranformation Loan วงเงิน 15,000 ล้านบาท กู้ได้รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 7 ปีปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือนอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่ 3 ปีแรก ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี สำหรับกรณีกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถให้ บสย.ทำประกันได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์เป็นการให้ความช่วยเหลือผลประกอบการเอสเอ็มอีที่จดทะเบียนในรูปแบบของนิติบุคคลที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ทำให้กิจการมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มความเข้มแข็ง โดยเป็น ผู้ประกอบการ (New/Start Up) หรือที่มีนวัตกรรม ศักยภาพ หรือมีแนวโน้มเติบโตเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และเอสเอ็มอี 4.0 โดย จ.น่าน ล่าสุดได้รับการอนุมัติสินเชื่อ 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนนำชัยวัฒน์ และ ห้างหุ้นส่วนจำกัดน่านอินเตอร์ ซัพพลาย รายละ 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจจำหน่ายวัสุก่อสร้าง

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...