xs
sm
md
lg

บทพิสูจน์ 3 ไอเดียสร้างสรรค์...เนรมิตธุรกิจยั่งยืน

เผยแพร่:

สมัยนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่ดีที่สุดคือ 'งานดีไซน์' และ 'นวัตกรรมใหม่' พิสูจน์ได้จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เลือกเสพที่สิ่งแตกต่าง เริ่มเบื่อสิ่งเดิมๆ โดยเฉพาะงานแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องประดับที่ต้องโฉบเฉี่ยวแต่ยังคงความเรียบหรู สิ่งเหล่านี้ผู้ประกอบการไทยเริ่มเล็งเห็น และหยิบจับงานดีไซน์มาปรับใช้กับธุรกิจจนประสบความสำเร็จมาหลายรายแล้ว


และหากพูดถึงรางวัลแห่งเกียรติยศที่นักออกแบบหน้าใหม่ของไทยใฝ่ฝัน เชื่อว่าหนึ่งในนั้นคือ รางวัลระดับประเทศตัดสินโดยภาครัฐของไทย อย่าง Demark (Design Excellence Award), Designer's room และ Talent Thai โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่มอบรางวัลเหล่านี้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยมากว่าหนึ่งทศวรรษ
มาดูกันว่านักธุรกิจทั้ง 3 สาขารางวัล มีไอเดียด้านการออกแบบที่สามารถกลายเป็นธุรกิจได้จริงเป็นอย่างไร

***ครีเอทีฟสาวคว้า DEmark กับกระเป๋ารักษ์โลก***

สิริวรรณ ชิวารักษ์ สาวสวยทันสมัย เจ้าของผลงานกระเป๋าจากกระดาษประเก็นแบรนด์ Artwork ที่ใช้เวลาว่างจากงานประจำ ในตำแหน่งครีเอทีป มาหยิบจับงานออกแบบกระเป๋าจากกระดาษ โดยนำความต้องการกระเป๋าในชีวิตประจำวันของตัวเองมาปรับใช้ พร้อมสอดแทรกงานดีไซน์ ความคิดสร้างสรรค์ จนว้ารางวัล DEmark มาครอง โดยเธอได้แนวคิดในการเริ่มต้นธุรกิจจากกระแสรักษ์โลกจากสินค้าที่มีขายตามท้องตลาด พบว่ากระเป๋าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้เหมาะกับผู้ใหญ่ ในขณะที่เด็กวัยรุ่นไม่กล้าซื้อใช้ จึงคิดออกแบบกระเป๋าสำหรับเด็กวัยรุ่น แต่ต้องไม่เป็นการทำร้านสัตว์
สุดท้ายมาลงตัวที่กระดาษประเก็น (กระดาษสำหรับทำป้ายกางเกงยีนส์) ซึ่งมีความเหนียวทนทาน โดยเมื่อนำมาทำเป็นกระเป๋าก็ให้ความรู้สึก นุ่ม เบา สบาย แข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้ 4-5 กก. และดูเรียบง่ายใช้งานได้ทุกโอกาส รวมถึงยังตัดเย็บง่าย ส่งผลให้มีลูกค้าต่างชาติที่อุดหนุนสินค้าเธอมีกว่า 70% และอีก 30% เป็นคนไทยในวัยทำงานและวัยรุ่น ปัจจุบันกระเป๋า Artwork มีจำหน่ายที่ร้าน Propaganda สยามดิสคัฟเวอรี่ , TCDC และอื่นๆ รวมถึงเตรียมผลิตเพื่อ ส่งขายไปยังประเทศญี่ปุ่น และเจาะตลาดเกาหลี ฮ่องกง และอเมริกา สนนราคาอยู่ที่ 1,300-3,200 บาท โทร.08-5907-5767
***2 หนุ่มสาวสร้างชื่อแฟชั่นไทยขายตลาดสากล 100%***

เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว ที่นักออกแบบเสื้อผ้าของไทยได้ประกาศศักดาให้ต่างชาติได้ประจักษ์ผลงานเสื้อผ้าโทนขาว-ดำ ภายใต้แบรนด์ The Urban Apparel ที่นอกจากจะออกแบบเสื้อผ้าแล้ว ยังมีเครื่องประดับ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยธุรกิจนี้เป็นการต่อยอดวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโท เน้นเรื่องการขายสินค้าเสื้อผ้าในตลาดสหรัฐฯ ของ “นุกูลกิจ เอียมละออ” โดยได้ร่วมธุรกิจกับเพื่อน “จรุณีย์ เตียสุวรรณ์” ที่เรียนมาทางการการบริการธุรกิจแฟชั่น จากประเทศอังกฤษ ซึ่งนายนุกูลกิจตั้งธงในการทำวิจัยว่า สินค้าแฟชั่นของไทยได้เปรียบในเรื่องค่าแรงที่ถูกกว่าสหรัฐฯ ดังนั้นธุรกิจในเรื่องเสื้อผ้าน่าจะไปได้ดี แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่เป็นตามคาด แท้จริงแล้วธุรกิจจะยั่งยืนได้ต้องอยู่ที่การดีไซน์และนวัตกรรม

เมื่อเขาค้นพบคำตอบก็เริ่มลงมือออกแบบเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ตัวเองร่วมกับจรุณีย์ เน้นคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าตามไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่ต้องการเสื้อผ้าในแบบที่ดูทันสมัย โฉบเฉี่ยว ไม่จำเจในรูปแบบเดิมๆ เน้นโทนสีขาว-ดำ และสีทึมๆ ไม่เน้นสีฉูดฉาด ขณะที่แพทเทิร์นเน้นความซับซ้อน เช่น เสื้ออาจดูบิดเบี้ยวไป หรือติดกระดุมกลับด้าน ส่วนลวดลายเป็น Abstract ชวนให้คิดต่อถึงความหมายที่เจ้าของผลงานต้องการถ่ายทอด ซึ่งผลิตโดยฝีมือคนไทย 100% และส่งขายในต่างประเทศทั้งหมดเช่นกัน ทำให้คนไทยจะไม่รู้จักแบรนด์นี้ แต่เป็นที่ยอมรับในสายตาต่างชาติ

ซึ่งเขาให้ข้อคิดกับนักออกแบบแฟชั่นรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วงการนี้ว่า ควรสร้างคาแลคเตอร์ที่ชัดเจนของกับสินค้าของตนเองก่อน เพราะไม่ว่าเทรนด์แฟชั่นจะเปลี่ยนไป แต่หากมีจุดยืนที่แข็งแกร่งตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด เมื่อนั้นความยั่งยืนทางธุรกิจจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โทร.08-1645-1652
***Carletta จิวเวอรี่ดีไซน์ คว้ารางวัล Talent Thai 2013***

ดูเหมือนจะได้เปรียบในเรื่องต้นทุนประสบการณ์ด้านจิวเวอรี่ของครอบครัวมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อทายาทธุรกิจอย่าง “สุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา” เจ้าของจิวเวอรี่แบรนด์ Carletta Jewelly ขอลองทำธุรกิจเองเขาใช้เวลาศึกษาขั้นตอนผลิตแบบเจาะลึก การออกแบบ เขียนแบบจิวเวอรี่ และนำความรู้ที่เรียนมาทางด้านการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศมาปรับใช้ เขาใช้เวลาถึง 6 ปี ก่อนสร้างธุรกิจนี้ เพียงเพราะเขาต้องการเป็นตัวจริงในวงการจิวเวอรี่

'ธรรมชาติ' กับ 'ประวัติศาสตร์' สองสิ่งที่ถูกนำมาผนวกกันสร้างสรรค์สู่เครื่องประดับที่บอกเล่าเรื่องราวที่ชัดเจนกับ 4 คอลเลคชั่น ได้แก่ Journey to the garden of Eden, Medieval Knight, Volcanic Re-Stage และ Bird of Prey เน้นงานออกแบบที่แตกต่าง โดยเฉพาะแหวนมีการเพิ่มความพิเศษในการเปลี่ยนหน้าแหวนได้ด้วยเทคนิคการถอดประกอบเปลี่ยน โดยใช้แม่เหล็กเป็นตัวเชื่อม อีกทั้งตัวหน้าแหวนยังปรับเป็นจี้ หรือสร้อยข้อมือได้ ขณะที่สินค้ายอดนิยมคือ แหวนที่มีหน้าเป็นตัวอักษร A-Z ซึ่งดีไซน์เฉพาะ และเปลี่ยนตัวอักษรได้เช่นกัน โดยวัสุดที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเงินแท้ หรือทองคำ ประดับด้วยพลอยและเพชร วางจำหน่ายที่ร้าน Wonder Room สยามเซ็นเตอร์ และโรงแรมใน จ.ภูเก็ต ราคาเริ่มต้นที่ 2,000-30,000 บาท โทร.08-3920-3899
ใครสนใจสามารถไปดูผลงานจริงของพวกเขาได้ที่งาน 'Siam Center Presents POP FaD by DITP ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 29 มิถุนายนนี้ ณ สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 (พื้นที่จัดกิจกรรมหน้าทางออกรถไฟฟ้า BTS)


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า SME ผู้จัดการออนไลน์ รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *




กำลังโหลดความคิดเห็น...