xs
xsm
sm
md
lg

สสน.เผยฝนสะสม 7 วันมากกว่า 100 มิลลิเมตรแล้ว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จากอิทธิพลจากร่องมรสุม “นครราชสีมา บุรีรัมย์ ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล” หนัก ชี้ฝนสะสม 7 วัน 17 จังหวัดรวม กทม.มากกว่า 100 มิลลิเมตร เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยที่มีฝนสะสมมากและอาจเกิดน้ำหลากได้ ที่ “ปราจีนบุรี นครนายก ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี” แม่น้ำปราจีนบุรี - คลองพระปรง น้ำล้นตลิ่ง

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำของประเทศไทยว่า ได้รับรายงานจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.) ถึงปริมาณฝนสะสมจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณตอนกลางของประเทศส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน

"ปรากฏว่ามีฝนสะสม 7 วันตั้งแต่วันที่ 17 – 23 ก.ย.ที่ผ่านมา มากกว่า 100 มิลลิเมตรแล้ว โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุรินทร์ ศรีษะเกษ อุบลราชธานี ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ราชบุรีและ เพชรบุรี แต่ถ้าวัดปริมาณฝนสะสมย้อนหลัง 24 ชั่วโมงวันที่ 23 ก.ย.วันเดียว ปรากฏว่า จ.ราชบุรี มีฝนตกมากถึง 108 มิลลิเมตร กาญจนบุรี 101 มิลลิเมตร ประจวบคีรีขันธ์ 90 มิลลิเมตร ชุมพร 76 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพฯ 57 มิลลิเมตร"

ทั้งนี้ วันที่ 23 – 24 ก.ย.ประเทศไทย ยังคงมีฝนจากแนวร่องมรสุม ส่งผลให้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนพื้นที่เสี่ยงภัยที่มีฝนสะสมมากและอาจเกิดน้ำหลากได้ ประกอบไปด้วย จ.ปราจีนบุรี นครนายก ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และตอนบนของประจวบคีรีขันธ์

ดร.สุวิทย์ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ดังกล่าวขอให้เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำบางปะกง อ.กบินทร์บุรี มีแนวโน้มสูงขึ้น และคลองพระปรง อ.เมือง จ.สระแก้ว ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับระดับน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำชี – มูล บริเวณ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ ทำให้ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นเวลานาน ส่วนลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล ในเขต จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี มีน้ำเพิ่มขึ้นและไหลลงมาเติมในแม่น้ำมูลสายหลัก ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำมูลที่ล้นท่วมบริเวณ จ.อุบลราชธานี แม้ยังคงมีแนวโน้มลดลงแต่อัตราการลดลงเริ่มชะลอตัว ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ อาจส่งผลให้ระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติช้าออกไปถึงช่วงต้นเดือน ต.ค.


กำลังโหลดความคิดเห็น...