xs
xsm
sm
md
lg

อัดความฝันลงกระป๋อง สานความหวังเด็กไทยส่งดาวเทียมไปอวกาศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.อ.ดร.ปรีชา ประดับมุข (ถือจรวดสีแดง) และทีมนักวิจัยและพัฒนา สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.)

ภาพจรวดที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าเพื่อส่งดาวเทียมไปยังอวกาศ อาจเป็นเพียงแค่ความฝันและเป็นเรื่องไกลที่จับต้องได้ยากตัวของเด็กๆ นักเรียนหลายคนที่อยากได้เรียนรู้และสัมผัสเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่โลกแห่งวิทยาศาสตร์นั้นพัฒนาไม่สิ้นสุด จึงทำให้ปัจจุบันเทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป


สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ “THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2019” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้เทคโนโลยีด้านการประดิษฐ์จรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล (Sugar Rocket) และการประดิษฐ์ดาวเทียมกระป๋องหรือแคนแซท (CanSat)


หลังเรียนรู้ทฤษฎีจนถึงขั้นตอนประดิษฐ์ดาวเทียมกระป๋อง เยาวชนทั่วปรนัเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายได้แข่งขันรอบชิงชนะเลิศการปล่อยแคนแซทขึ้นสู่อากาศเพื่อเก็บข้อมูล ณ สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี อีกทั้งในปี พ.ศ.2562 นี้ นับเป็นปีแรกที่มีการแข่งขันการส่งแคนแซทขึ้นสู่อากาศด้วยจรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล


สทป.ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับ อพวช.โดยได้ส่งทีมนักวิจัยและพัฒนา ร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการประดิษฐ์จรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับส่งดาวเทียมแคนแซทขึ้นสู่อากาศ ให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้


“จรวดเชื้อเพลิงน้ำตาลนั้น เป็นจรวดประดิษฐ์ที่ประกอบหัวจรวด กระโปรงจรวด และครีบจรวดเข้าด้วยกัน โดยจรวดชนิดนี้จะมีน้ำตาลทรายและดินประสิว เป็นส่วนผสมของดินขับ อันเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนจรวดให้ขึ้นสู่อากาศ ภายในจรวดจะใช้บรรจุแคนแซทและร่มชูชีพไว้ เมื่อยิงขึ้นสู่อากาศแล้ว ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็จะทำงานตามคำสั่งที่ตั้งไว้ หัวจรวดจะเปิดออกและปล่อยแคนแซทออกมา พร้อมกับร่วมชูชีพของจรวดด้วย" พล.อ.อ.ดร.ปรีชา กล่าวเสริม


จรวดเชื้อเพลิงน้ำตาลนั้นมีข้อดี คือ สามารถทะยานขึ้นสู่อากาศได้สูง มีความรวดเร็ว และมีระยะการเคลื่อนที่ได้ไกล การปล่อยด้วยจรวดเชื้อเพลิงน้ำตาลจึงส่งแคนแซดขึ้นไปสู่อากาศได้สูงขึ้นและรวดเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับการปล่อยด้วยอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน มีความสูงในระยะที่จำกัดและต้องใช้เวลาในการทำความรวดเร็วเพื่อบินขึ้นสู่อากาศ


แคนแซทเป็นดาวเทียมขนาดเล็กเท่าขนาดกระป๋องเครื่องดื่ม ที่จำลองการทางานเหมือนดาวเทียมจริง โดยติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ภายใน อาศัยโดรนหรือบอลลูนปล่อยลงมาจากที่สูง และเมื่อแคนแซทถูกปล่อยออกมาแล้ว ก็จะกางร่มโดยอัตโนมัติ จากนั้นระบบจะเริ่มทำงานเก็บและส่งข้อมูลทางอากาศสู่อุปกรณ์ภาคพื้นดิน เพื่อนำไปวิเคราะห์ตามที่ต้องการ


การแข่งขัน “THAILAND CANSAT– ROCKET COMPETITION 2019” ที่สนามฝึกใช้อาวุธทางอากาศชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี แบ่งเป็นการปล่อยแคนแซทด้วยโดรน และการปล่อยแคนแซทด้วยจรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล ซึ่งการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนี้ประกอบด้วย 15 ทีมที่ได้รับการคัดเลือกมาจาก 50 ทีมทั่วประเทศ


ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้ร่วมติดตามบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยแต่ละทีมต่างเต็มที่ทั้งเรื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือล้ำสมัยที่ดูไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการแข่งขันของเยาชน และทุกทีมต่างตั้งอกตั้งใจในการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อใช้สำหรับแข่งขัน


สมาชิกแต่ละทีมแบ่งงานรับผิดชอบตามความถนัด เช่น ทีมติดตั้งแคนแซท ทีมทำจรวด ทีมเก็บข้อมูลภาคพื้น และทีมทีมตามเก็บอุปกรณ์ ซึ่งที่มองแล้วเป็นทีมเหนื่อยกว่าใครๆ บางทีมต้องวิ่งตามแคนแซทที่ปล่อยลงมาจากอากาศไปไกลหลายร้อยเมตร เพื่อไม่ให้แคนแซทตกกระทบพื้นจนเกิดความเสียหาย


ไฮไลท์การแข่งขันของปีนี้คือ การปล่อยแคนแซทขึ้นสู่อากาศด้วยจรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล แต่ละทีมจึงประดิษฐ์และตกแต่งจรวดออกมาได้อย่างสวยงาม เป็นการบูรณาการวิทยาศาสตร์และศิลปะเข้ากันอย่างลงตัว ส่วนในช่วงการปล่อยจรวดนั้น มีบางทีมปล่อยได้ตามเป้าหมายสูงหลายร้อยเมตร บางทีมก็เกิดระเบิดกลางอากาศ บางทีมจรวดขึ้นสูงอากาศแต่ร่มแคนแซทไม่กาง บรรยากาศภายในงานจึงหลากหลาย มีทั้งสมหวัง ไม่สมหวัง ทั้งยินดีและเสียใจคละกันไป


ทีม “YSP CANSAT – ROCKET” จาก จ.ยโสธร เป็นหนึ่งใน 15 ทีม ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศ และเป็นอีกหนึ่งทีมที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะในช่วงการเดินทางเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นช่วงที่ จ.ยโสธร ประสบอุทกภัย อันเป็นผลกระทบจากพายุที่ทำให้เกิดฝนตกหนัก


นางสุถาพร สุดบนิด ครูวิทยาศาสตร์ โรงเรียนยโสธรพิทยาคม และครูที่ปรึกษาทีม YSP CANSAT – ROCKET กล่าวว่า เป็นครั้งที่ 2 ที่ตัวแทนจากโรงเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์นี้ โดยเมื่อปีที่ผ่านมาตัวแทนจากโรงเรียนได้รับรางวัลอันดับที่ 2


“อยากให้นักเรียนได้ออกมาเห็นเทคโนโลยีนอกโรงเรียน ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างและมีการพัฒนาถึงไหนแล้ว กิจกรรมในครั้งนี้มีการสอนความรู้หลากหลายด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ หากนักเรียนไม่ออกมาก็จะไม่รู้เลยว่า เทคโนโลยีนั้นได้พัฒนาไปถึงไหน การมาร่วมกิจกรรมนั้นไม่ได้หวังผลว่าต้องชนะ แต่อยากให้นักเรียนได้ความรู้ไปใช้ในอนาคต และมีประสบการณ์มากที่สุด”


ปีนี้ทีม YSP CANSAT – ROCKET ได้ทำแคนแซทเพื่อเก็บข้อมูลรูปภาพทางอากาศในด้านภูมิศาสตร์ เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในภาคประชาชน และการเดินทางมาร่วมกิจกรรมในปีนี้ก็ยังมีอุปสรรคเนื่องจากน้ำท่วมถนน แต่ถึงแม้จะมีความวิตกกังวลครูที่ปรึกษาได้ให้กำลังใจนักเรียน โดยให้สลัดความพะวง และทำเต็มที่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


ในช่วงการแข่งขันแคนแซทด้วยเชื้อเพลิงน้ำตาลนั้น ทีม YSP CANSAT – ROCKET สามารถยิงจรวดได้ในระดับ 518 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าทุกทีม จนพิธีกรประจำการแข่งขันได้ออกปากแซวว่า “สมฉายายโสธรเมืองแห่งบั้งไฟ จริงๆ”


นางสาวอันนา แซ่เตีย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนยโสธรพิทยาคม สมาชิกทีม “YSP CANSAT – ROCKET” กล่าวว่า มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เพราะคิดว่า เรื่องอวกาศนั้นเป็นเรื่องไม่ไกลตัว และกิจกรรมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้เทคโนโลยีการสร้างดาวเทียมและจรวด สามารถนำความรู้ที่ได้นี้ไปต่อยอดในการศึกษาในด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคต และนำไปถ่ายทอดให้แก่เพื่อนๆ และน้องๆ ที่โรงเรียนได้อีกด้วย


จะเห็นได้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีด้านจรวดและดาวเทียมได้กลายมาเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวแล้ว หากมีสนับสนุนความความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ให้เยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีล้ำสมัยได้ง่ายขึ้น เชื่อว่าเด็กไทยจะเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ
ทีมนักวิจัยและพัฒนา สทป. ช่วยดูแลเรื่องจรวดให้แก่เยาวชนที่มาร่วม กิจกรรม “THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2019”
จรวดทะยานฟ้านำส่งดาวเทียมแคนแซท
คุณครูสุถาพร สุดบนิด (คนยืนใส่แว่น) และ น้องอันนา แซ่เตีย ทีม YSP CANSAT – ROCKET

เตรียมพร้อมปล่อยจรวด

ดาวเทียมแคนแซทหลังจากถูกปล่อยด้วยจรวด ค่อยๆ ตกกลับสู่พื้นโลก โดยมีรุ่มชูชีพช่วยชะลอความเร็วในการตก



กำลังโหลดความคิดเห็น...