xs
xsm
sm
md
lg

กายจำลองทดสอบยา-วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล นวัตกรรมล้ำๆ ที่มาแน่ในอนาคต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเปิดงาน  “THAILAND TECH SHOW 2019”

กายจำลองทดสอบยา หายาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน-วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล หรือ Exoskeleton เสริมพลังกำลังมนุษย์จากโครงเสริมนอกกาย ส่วนหนึ่งของนวัตกรรมล้ำๆ ที่มาแน่ในอนาคต

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดงาน THAILAND TECH SHOW 2019 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรม 360 องศา เพื่อความยั่งยืน” เพื่อเสริมความเข้มแข็งของธุรกิจเทคโนโลยีด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) แบบครบวงจรอย่างยั่งยืน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 - 6 กันยายน 2562 ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์)


ภายในงานมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ บรรยายพิเศษเรื่อง 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองประจำปี 2562 , กิจกรรม NSTDA Investors' Day 2019 เวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยนำเสนอผลงาน และให้ผู้เข้าร่วมงานช่วยกันโหวตผลงานที่น่าลงทุนที่สุด และผลงานที่นำเสนอดีที่สุด และยังมีการออกบูธบริการจาก สวทช. ที่ช่วยสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี เช่น การให้คำปรึกษาเทคโนโลยี การบ่มเพาะธุรกิจ รวมทั้งบริการทางการเงินเพื่อนวัตกรรม

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า งาน THAILAND TECH SHOW 2019 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นวัตกรรม 360 องศา เพื่อความยั่งยืน” ซึ่งจัดในรูปแบบตลาดเทคโนโลยี มีผลงานจัดแสดงจาก สวทช. และหน่วยงานพันธมิตร ประกอบด้วย พันธมิตรสนับสนุน พันธมิตรหน่วยงานวิจัยภาครัฐ พันธมิตรหน่วยงานวิจัย สถาบันศึกษา และพันธมิตรหน่วยงานวิจัยเอกชน


ภายในงานมีผลงานวิจัย 234 ผลงาน จาก 29 มหาวิทยาลัย 8 หน่วยงานวิจัยภาครัฐ 4 บริษัทภาคเอกชน เพื่อเสริมความเข้มแข็งของธุรกิจด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยในภาคเอกชน ส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาต่อยอดในภาคเอกชน พร้อมเป็นแหล่งรวมผลงานวิจัยและพัฒนาที่เข้าถึงได้ง่าย ช่วยผลักดันการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ตลอดจนเป็นเวทีรับทราบข้อมูลปัญหา อุปสรรคและข้อจำกัดของเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลงานวิจัยให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งในการถ่ายทอดเทคโนโลยีกับผู้ใช้งาน ทั้งที่เป็นนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ตลอดจนผู้ที่มองหานวัตกรรมและพร้อมลงทุน
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล บรรยายพิเศษ เรื่อง “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ประจำปี 2562”
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ยังบรรยายพิเศษในเรื่อง 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ประจำปี 2562 (10 Technologies To Watch) โดยจะเป็นเรื่องราวของเทคโนโลยีที่น่าจะเห็นผลกระทบได้ชัดเจนใน 5 - 10 ปีข้างหน้า และในอนาคตอันใกล้ ได้แก่

1.เครือข่ายมือถือ 5G/6G (Mobile Network 5G/6G) สำหรับ 5G จะมีการรับส่งข้อมูลสูงสุดเพิ่มขึ้นไปอีก 20 เท่าจาก 4G แต่พิเศษคือใช้ได้แม้เคลื่อนที่เร็วถึง 500 กิโลเมตร/ชั่วโมง และส่งข้อมูลต่อพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก 100 เท่า ปัญหาตอนอยู่ในที่ชุมชนคนจำนวนมากใช้สัญญาณมือถือไม่ได้จะหมดไป รวมถึง 5G จะเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีอื่นๆ เข้าด้วยกัน เช่น AI, Big Data, Cloud และ IoT ทำให้ระบบอุตสาหกรรมสามารถนำมาควบคุมอุปกรณ์เครื่องจักรและหุ่นยนต์ได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น รองรับการใช้โดรนในการเกษตร และโลจิสติกส์ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วน 6G ยังเป็นแค่ขั้นตั้งไข่ ไม่แน่ชัดว่าจะมีประสิทธิภาพเพียงใด แต่คาดว่าจะรับส่งข้อมูลได้ระดับเทระบิต (terabit)/วินาที ซึ่งดีกว่า 5G ถึง 1,000 เท่า

2. การคำนวณและวิศวกรรมควอนตัม (Quantum Computing and Engineering) โลกข้างหน้าจะสามารถรองรับข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับโจทย์ปัญหาต่าง ๆ ที่ละเอียดและยากยิ่งขึ้น คอมพิวเตอร์จึงต้องการหน่วยประมวลผลที่ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีควอนตัม จะเข้ามามีบทบาททำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพดีขึ้นหลายพันเท่าจนจัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว สามารถถอดรหัสดีเอ็นเอสิ่งมีชีวิตที่ยาวมากเป็นพันๆ ล้านหน่วย สร้างแบบจำลองเพื่อค้นหายาใหม่ๆ อย่างแม่นยำกับผู้ป่วย หรืออาจมีเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับสิ่งปนเปื้อนในอุตสาหกรรมอาหารและยาได้อย่างละเอียด

3.เอไอแห่งอนาคต (Future AI) AI จะมีส่วนที่เป็นหัวใจหรือสมองของระบบ ได้แก่ เทคโนโลยีเรียนรู้เครื่องหรือ (Machine Learning) เครือข่ายประสาทเทียม (Deep Neural Network) ซึ่งสร้างเลียนแบบเครือข่ายเซลล์ประสาทสมองคนเรา ระบบนี้จะช่วยประมวลผลข้อมูลได้จำนวนมากและมีประสิทธิภาพสูงมากแบบที่ AI ยุคก่อนทำไม่ได้ เช่น AlphaGo ที่สามารถล้มแชมป์มืออาชีพที่เล่นโกะได้ หรือ AI ชื่อ CheXNet วินิจฉัยผลตรวจโรคปอดบวมแข่งกับรังสีแพทย์ได้แม่นยำกว่า อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม AI ในอนาคตจะไม่มาทำงานแทนคนหรือแข่งกับคน แต่จะทำงานร่วมกันหรือเรียนรู้ร่วมกัน
“10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ประจำปี 2562”
4.เดินทางแบบไร้รอยต่อ (Mobility-as-a-Service, MaaS) ในเมืองที่จราจรคับคั่งและมีทางเลือกมาก การให้บริการนำผู้โดยสารไปยังที่หมายอย่างสะดวกสบายและเร็วที่สุดจึงเป็นที่มาการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี Maas เช่น อูเบอร์ (Uber) ของสหรัฐฯ กับ ตี๊ตี๊ (DiDi) ของจีน รวมถึงบริการส่งของต่างๆ ด้วย เช่น GrabFood และ Line Man ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในไทยขณะนี้

5.เซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์ (Perovskite Solar Cell) เป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีโครงสร้างผลึกคล้ายแร่แคลเซียมไทเทเนียมออกไซด์ (CaTiO3) หรือแร่เพอรอฟสไกต์ ดูดซับแสงและเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ดี ประยุกต์ใช้กับการนำไปพิมพ์บนแผ่นฟิล์มหรือพื้นผิวต่าง ๆ มีต้นทุนต่ำคือ 30 - 50% ของเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอน พร้อมยังเพิ่มประสิทธิภาพเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นไฟฟ้าจาก 4% เป็น 24% ถือเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากที่สุด และมีแนวโน้มจะพัฒนาขึ้นได้อีกในอนาคต ประเมินว่าในปี 2025 อาจจะนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ ได้

6.แบตเตอรี่ลิเทียมยุคหน้า (Next Generation Lithium Ion Batteries) สมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแบตเตอรี่เสื่อมและหมดไวมาก แต่แบตเตอรี่ลิเทียมยุคหน้าจะใช้งานได้นานมากขึ้น ชาร์จไวขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น แต่น้ำหนักเบาและราคาถูกลง พร้อมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้จะยังไม่มีแบตเตอรี่ที่มีคุณสมบัติครบทุกอย่างในขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาอย่างเข้มข้น อย่างในประเทศไทย เอ็มเทค สวทช. มีงานวิจัยด้านวัสดุใหม่ๆ และการออกแบบขึ้นรูปเซลล์ในแบตเตอรี่แบบ Solid-state lithium ion และ Lithium-air โดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพอายุใช้งาน และลดราคาต้นทุน

7.โครงเสริมภายนอกกาย (Exoskeleton) เป็นเทคโนโลยีช่วยให้มนุษย์มีพละกำลังเสริม และป้องกันอันตรายบางอย่างต่อร่างกายได้ โดยผสานความรู้และเทคโนโลยีจาก 3 ศาสตร์คือ ชีววิทยา กลศาสตร์ และอิเล็กทรอนิกส์ คือต้องรู้กายวิภาคของมนุษย์ สัญญาณจากกล้ามเนื้อ สัญญาณจากสมอง การออกแบบเชิงกลไก วิทยาการหุ่นยนต์ และเซนเซอร์แบบต่างๆ มีใช้งานบ้างแล้ว เช่น อุปกรณ์สวมใส่ติดอยู่บริเวณเอว ขา และเท้าของผู้ใช้ สามารถกางออกเป็นเก้าอี้ได้ คาดว่าภายในปี 2030 จะมีการใช้งาน exoskeleton อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ

8.ไฟเบอร์สารพัดประโยชน์จากแบคทีเรีย (Bacterial Multifunctional Fiber) เส้นใยหรือไฟเบอร์ที่มีมากที่สุดคือ ผ้าฝ้ายมีเซลลูโลสมากถึง 90% ซึ่งสามารถนำจุลินทรีย์หลายชนิดที่สามารถสร้างเซลลูโลสได้ในพืชเหล่านี้ แยกมาทำให้บริสุทธิ์ได้ง่าย แข็งแรง ขึ้นรูปง่าย และยังอุ้มน้ำได้ดีกว่า ประยุกต์ใช้ได้กับวงการอาหาร การแพทย์ และอุตสาหกรรม เช่น เติมในวุ้นมะพร้าว เต้าหู้ ไอศกรีม หรือทำเป็นโปรตีนเกษตร ใช้เป็นตัวปรับรสสัมผัสของอาหาร หรือในด้านอุตสาหกรรมใช้จุลินทรีย์เพื่อดัดแปลงยีนบางอย่าง ถือเป็นสาขาใหม่ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในทศวรรษที่ผ่านมา

9.กายจำลองทดสอบยา (Companion Diagnostics) ความก้าวหน้าครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ จากระบบที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อออแกนอยด์ของอวัยวะต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านระบบของเหลว จนได้ผลลัพธ์คล้ายเป็นร่างกายเทียมขนาดจิ๋วหรือเป็น “กายจำลอง” ที่นำมาใช้ทดสอบยาได้ ทำให้ออกแบบใช้ได้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

10.วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล (Personalized Cancer Vaccine) วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความพยายามที่จะทำวัคซีนหรือยาสำหรับโรคมะเร็งแบบเฉพาะบุคคลขึ้น โดยเริ่มจากนำเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยออกมาอ่านรหัสดีเอ็นเอ เปรียบเทียบรหัสในตำแหน่งต่างๆ ว่ามีตำแหน่งใดบ้างที่เปลี่ยนแปลงไป และใช้ซอฟท์แวร์ทางชีวสารสนเทศ (bioinformatics) มาจัดลำดับความสำคัญที่เปลี่ยนแปลง และใช้เป็นจุดตั้งต้นสร้างวัคซีนชนิดพิเศษ นีโอแอนติเจนวัคซีน (neoantigen vaccine) ก่อนจะฉีดวัคซีนเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย ซึ่งจะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มร่างกายจดจำเซลล์มะเร็งได้ก่อนเริ่มค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งอย่างจำเพาะโดยไม่ยุ่งกับเซลล์ปกติ ถ้าได้ผลจะนับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่


กำลังโหลดความคิดเห็น...