xs
xsm
sm
md
lg

เปิดข้อมูลดาวเทียมส่องพื้นที่น่าห่วง “ภัยแล้ง”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้เชี่ยวชาญภูมิสารสนเทศเปิดข้อมูลดาวเทียมส่องพื้นที่ประสบ “ภัยแล้ง” เผยเป็นห่วงภาคการเกษตรนอกเขตชลประทานในภาคเหนือ-อีสาน แต่คาดหวังฝนจะมาช่วง ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปตามปกติของร่องมรสุม อีกทั้งห่วงใยตลิ่งริมแม่น้ำโขงพังเนื่องจากปริมาณน้ำน้อยกว่าปกติมาตั้งแต่ต้นปี

นายอนุสรณ์ รังสีพานิช รักษาการนักภูมิสารสนเทศเชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า เผยกับทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์ถึงสถานการ์ณภัยแล้งในปี พ.ศ.2562 ว่า ปีนี้ฝนมาล่าช้ากว่าปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเปรียบเทียบเฉพาะปริมาณน้ำฝนในเดือน มิ.ย.ระหว่างปีที่ผ่านมาและปีนี้ พบว่าปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ 30-40% ส่วนเดือน ก.ค.ปีนี้ มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าที่ผ่านมา 10%

“เชื่อว่าในเดือน ส.ค.น้ำฝนจะเข้าสู่ภาวะปกติ เราได้ใช้ข้อมูลดาวเทียมวิเคราะห์จากเมฆเปลี่ยนเป็นฝน 4 ปีย้อนหลัง ช่วงเดือน มิ.ย.จะเห็นชัด เห็นเป็นภาพว่าบริเวณไหนมีปริมาณมากหรือน้อย เราเห็นว่าเฉพาะช่วงเดือน มิ.ย. ภาคเหนือ ภาคอีสาน โดยเฉพาะอีสานใต้ จะน้อยกว่า 3-4 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน” นักภูมิสารสนเทศจากจิสด้าแจกแจง

สำหรับสภาพภัยแล้งที่เรียกว่า “ฝนทิ้งช่วง” นั้น นายอนุสรณ์ระบุว่าอยากให้เปลี่ยนเป็น “สภาพฝนที่มาช้า” ส่วนการปลูกข้าวนั้น ในภาคกลางยังถือว่าปกติ โดยเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 2 ปี พบว่าการปลูกข้าวในภาคกลางในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ได้ปลูกข้าวน้อยกว่าปกติค่อนข้างปกติ เพราะมีพื้นที่ชลประทานค่อนข้างเยอะ แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปลูกข้าวน้อยตามปริมาณน้ำฝนที่มีน้อย

“ทั้งภาคอีสานปลูกข้าวน้อยกว่าปีที่ผ่านๆ มาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะภาคอีสานตอนกลางและตอนล่างไม่มีคนปลูกเลย แต่คาดหวังว่า ในเดือน ส.ค. เป็นช่วงที่ฝนจะมา ทางภาคอีสานจะได้ปลูกข้าวจริงๆ” นายอนุสรณ์กล่าว

นายอนุสรณ์ยังเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้ง โดยพิจารณาจากค่าดัชนีภาวะความแห้งแล้ง (Drought Risk Index) เปรียบเทียบ 3 ช่วงเวลาในช่วงต้นเดือน มิ.ย.-กลางเดือน มิ.ย., ช่วงกลางเดือน-ปลายเดือน มิ.ย. และช่วงต้นเดือน ก.ค.-ปลายเดือน ก.ค. ของปี พ.ศ.2561 และ พ.ศ.2562 นี้

“จะเห็นว่าจริงๆ แล้วสถานการณ์ภัยแล้งช่วงเดือน พ.ค.เราแตกต่างจากปีที่แล้วค่อนข้างเยอะ เห็นพื้นที่สีแดงชัดเจน แต่ช่วงปลายๆ เดือน มิ.ย.จะค่อยๆ ดีขึ้น ความแห้งแล้งจะลดลง รวมถึงช่วงนี้สถานการณ์ภัยแล้งก็ค่อนข้างลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นไปไปตามภาวะของฤดูฝน แต่พอเปรียบเทียบกับข้อมูลปีที่แล้ว จะเห็นว่าปีนี้สถานการณ์ภัยแล้งของปีนี้ก็หนักกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด” นายอนุสรณ์กล่าว

แม้เชื่อว่าสถานการณ์น้ำฝนในช่วงเดือน ส.ค.นั้นจะดีขึ้น แต่นายอนุสรณ์แสดงความกังวลต่อปริมาณน้ำโขงที่ปัจจุบันลดลงมากเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อนำข้อมูลการวัดระดับน้ำริมตลิ่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบตัวเลขที่ผิดสังเกตมาตั้งแต่ช่วง ม.ค.-ก.พ.62 โดยพบว่ารัดับน้ำ ลดลงอย่างต่อเนื่อง

“เราดูข้อมูลแถวเชียงแสน และดูแถวมุกดาหาร -นครพนม เพราะน้ำโขงก่อนเข้าประเทศไทยมี 2 ช่วง คือ ก่อนเข้าประเทศลาว กับ หลังออกประเทศลาว ดูแล้วมีปริมาณน้ำเข้าลาวน้อย ช่วง มี.ค.-เม.ย.ลาวก็ปล่อยน้ำมาน้อย เพราะมีน้ำที่เข้าลาวน้อย ทำให้สถานการณ์ภาพรวมของริ่มตลิ่งแม่น้ำโขงทั้งหมด น่ากังวลทั้งหมด แต่เราก็ยังไม่เห็นแนวโน้มว่าจะมีการปล่อยน้ำเข้ามาเพิ่มด้วย” นายอนุสรณ์กล่าว และบอกว่ายังต้องหาข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนของจีนและลาวเพิ่มเติม จึงจะคาดการณ์ต่อไปได้ว่าจะมีการปล่อยน้ำมาเพิ่มหรือไม่

หากมรสุมเข้าจะช่วยให้สถานการณ์แม่น้ำโขงดีขึ้น แต่ถ้ามีปริมาณฝนน้อย จะทำให้สถานการณ์แม่น้ำโขงทั้งของปีนี้ (พ.ศ.2562)และของปีหน้า (พ.ศ.2563) นั้นจะน่ากังวล เพราะหากน้ำในเขื่อนของต่างประเทศที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขงมีปริมาณน้อย จะซ้ำเติมภัยแล้งให้หนักกว่านี้อีก

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนิโญนี้ ถือว่าอยู่ในภาวะภัยแล้งกลางๆ ถึงแล้งอ่อนๆ แต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ทั้งโลกแล้ว นายอนุสรณ์ระบุว่า ประเทศไทยค่อนข้างแล้งอย่างผิดสังเกต เพราะแล้งมาตั้งแต่ช่วงเกิดสถานการณ์หมอกควันและภัยป่า ซึ่งช่วงนั้นมีปริมาณน้ำฝนน้อยมาก และน้อยมาอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ของภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้นั้นมีฝนเข้ามาจึงทำให้สถานการณ์ดีกว่าทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ







กำลังโหลดความคิดเห็น...