xs
xsm
sm
md
lg

อร่อย

เผยแพร่:   โดย: ฉัตรพรรษ พงษ์เจริญ


ในยามพระอาทิตย์ลับลาขอบฟ้าริมแนวเขา ทุกคนมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายที่บ้านพักของพี่ห้อย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก จังหวัดตาก จนคล้ายเป็นกิจวัตรที่ทุกครั้งเมื่อคณะวิจัยมีโอกาสได้เดินทางเข้ามาทำการสำรวจและศึกษาความหลากหลายของกล้วยไม้ ณ สถานที่แห่งนี้จะต้องมาขอฝากท้องเรื่องอาหารการกินกับครัวที่นี่ และเหมือนเป็นโชคดีในวันนั้นแม่ครัวแสดงฝีมือในการทำหมูกระทะให้ได้ลิ้มลอง แม้รูปร่างหน้าตาความหรูหราไม่อาจเทียบร้านอาหารบุฟเฟต์ราคาสูงล้ำแต่รสชาติในความรู้สึกแสนอบอุ่นไร้ความเศร้าหมอง

"เดี๋ยวก็ได้เจอกัน อาจารย์โดมจะกลับมาจากทุ่งนาน้อยวันพรุ่งนี้ครับ" พี่ห้อยตอบ เมื่อผมถามถึงข่าวคราวของคณะสำรวจความหลากหลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมซึ่งเดินทางมาเมื่อสองวันก่อนหน้าที่ผมจะมาถึง ก่อนขอตัวลาแยกย้ายกลับเข้าบ้านพักเพื่อเตรียมของสำหรับงานในเช้าของวันรุ่งขึ้นและพักผ่อนจากการเดินทางไกลกว่าสิบชั่วโมง

หลังจากติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ในการศึกษาวิจัยเสร็จและจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยในวันถัดมาก็ล่วงเวลาพอดีประจวบเหมาะกับคณะสำรวจที่เดินทางกลับมาถึง หลังจากกล่าวคำสวัสดีทักทายคณะเดินทางทั้งสองคณะก็เดินไปฝากท้องมื้อเย็นในยามท้องฟ้าเริ่มถูกประดับด้วยแสงของดวงดาวที่ครัวบ้านพี่ห้อยเช่นเคย มื้ออาหารประกอบด้วยกับข้าวหลายอย่างแต่ความธรรมดาของรายการอาหารไม่ได้ทำให้รสชาติอ่อนน้อยลงเลยเมื่อการสนทนาสารทุกข์สุกดิบ ไถ่ถามเรื่องราว แลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในช่วงวันให้แก่กันดังขึ้นอยู่ตลอด ความรู้สึกในรสชาติอาหารในค่ำวันนั้นให้แลกด้วยสิ่งใดผมคงต้องขอเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพชน

"ช้างครับอาจารย์โดม กินโป่งอยู่ตรงโรงจอดรถเก่า ไปดูไหมครับ" มื้ออาหารถูกขัดจังหวะด้วยพี่อุไร เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอีกคนที่โผล่เข้ามาริมวงรับประทานอาหาร ไม่รอช้า กล้องถ่ายภาพดิจิตอลและเลนส์ถูกเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนเป็นเลนส์เทเลโฟโต้กำลังขยายสูงแต่เปลี่ยนเป็นเลนส์มาโครขนาด 105 มม. ซึ่งมีระยะรับภาพที่เหมาะสมกว่าเนื่องจากระยะห่างจากวัตถุซึ่งก็คือช้างไม่ได้อยู่ไกลมากนักจากคำบอกเล่าของพี่อุไร

"โหย นี่มันไม่เรียกใกล้แล้วพี่ นี่เรียกชิดได้เลย" ผมหันไปบอกพี่อุไรเบา ๆ เมื่อเดินมาถึงจุดที่ช้างกำลังขุดกินดินโป่ง ระยะห่างระหว่างตัวผมและโขลงช้างซึ่งกำลังกินดินโป่งอยู่นั้นไม่น่าเกินพริบตาเดียวถ้าพวกมันอยากจะวิ่งเข้าใส่ โขลงช้างตรงหน้าของผมมีจำนวนประมาณ 6 ตัว ไม่ใช่เพียงตัวเดียวตามสรรพนามที่ถูกใช้ "มีลูกมันด้วยนะพี่" ผมกระซิบบอกรุ่นพี่ซึ่งตามมาข้างหลัง

ช้างขนาดตัวใหญ่ที่สุดซึ่งผมเข้าใจว่ามันน่าจะเป็นช้างแม่แปลกหรือก็คือช้างเพศเมียอายุมากซึ่งเป็นตัวนำโขลงกำลังขุดกินดินโป่ง ผมเพิ่งเคยเห็นการขุดกินดินโป่งของช้างเป็นครั้งแรก พวกมันใช้ตีนหน้าแตะเข้าไปตรงจุดที่ลาดชันซ้ำ ๆ หลายครั้งจนเกิดชะง่อนดิน จากนั้นจึงใช้ตีนเหยียบกดให้ดินที่เป็นชะง่อนทลายลงก่อนใช้งวงหยิบก้อนดินเหล่านั้นเข้าปาก "ได้ความรู้ใหม่อีกแล้ว" ผมคิดระหว่างที่ดูลูกช้างเตะเล่นก้อนดินโป่งไปมากับลูกช้างอีกตัวหนึ่ง ชั่วครู่ถัดมาสมาชิกในโขลงก็เพิ่มขึ้นจากช้างตัวหนึ่งที่เดินเข้ามายังแสงไฟ

"อ้าว สีดอ นี่" พี่อุไรเอ่ย ช้างตัวล่าสุดที่เพิ่มขึ้นมาไม่มีงาแต่อวัยวะเพศผู้โผล่ออกมาโดดเด่นชัดเจนประดุจขาข้างที่ห้า มันเดินเข้าใกล้โขลงและใช้งวงสัมผัสกับช้างตัวเมียหลายตัว ตัวเมียตัวหนึ่งหันหน้าเข้าหาและใช้โคนงวงดันกลับไปกลับมา "สงสัยจะโดนไล่เสียแล้ว" ผมคิดไม่ทันเสร็จ ช้างตัวเมียตัวนั้นก็ออกเดินนำหายเข้าไปในความมืดริมป่าโดยที่เจ้าสีดอตัวนั้นจะตามไปแบบแนบติด "ได้ลูกช้างให้ดูแลเพิ่มแล้วครับพี่อุไร" ผมหันไปเย้าพี่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

ตั้งแต่เดินมาถึงเสียงม่านชัตเตอร์และสปริงกระจกสะท้อนภาพของกล้องดิจิตอลดังต่อเนื่องจากการกดถ่ายรูปไม่หยุดของรุ่นพี่และผมนานเกือบสิบนาทีก่อนเสียงคนคุยกันดังขึ้นให้ได้ยินเบา ๆ คณะฝากท้องเดินจากบ้านพักมาร่วมวงชมโขลงช้างด้วย อาจเพราะเสียงทำงานของกล้องที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายตัว เสียงคุยกันที่เริ่มดังขึ้น หรือเสียงแปลก ๆ ที่พี่ห้อยร้องออกมาก็ไม่ทราบได้ โขลงช้างเริ่มแสดงพฤติกรรมต่างออกไปในทำนองเริ่มระแวดระวังภัย ใบหูเริ่มตั้งและงวงถูกชูขึ้นรับกลิ่นในอากาศ ไม่นานนักช้างแม่แปลกก็ต้อนโขลงของมันลับกลับเข้าไปในเงามืดของราวป่าด้านหลัง

"พวกมันเองก็คงกำลังเพลิดเพลินกับมื้ออาหารดินโป่งเค็มจนกระทั่งโดนมนุษย์มารบกวนล่ะนะ" ผมคิดขณะลดกล้องถ่ายรูปลง ถ้าเป็นตัวผมเองเจอสถานการณ์อย่างนี้บ้างคงหงุดหงิดเป็นเรื่องใหญ่

"ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี่ยวพรุ่งนี้พวกมันก็มาอีก" พี่อุไรและพี่ห้อยบอกผมขณะกำลังเดินกลับ

หัวใจผมพองโตอีกครั้งหนึ่ง

เกี่ยวกับผู้เขียน

"แต่เดิมเป็นเด็กบ้านนอกจากจั
งหวัดจันทบุรี ที่มีความมุ่งมันตั้งใจศึกษาต่อ ณ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากความสนใจส่วนตัวและการชักชวนจึงเข้าเรียนในสาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ จึงได้เข้าไปสัมผัสเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าหลากหลายประเภทในพื้นที่อนุรักษ์หลากหลายแห่งทั่วประเทศไทย หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต กระนั้นก็ยังโหยหาและพยายามนำพาตัวเองเข้าป่าทุกครั้งที่โอกาสอำนวย"


พบกับบทความ "แบกเรื่องป่าใส่บ่ามาเล่า" ของ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน


กำลังโหลดความคิดเห็น...