xs
xsm
sm
md
lg

พบครั้งแรก “ระบบดาวสามดวง” ในทางช้างเผือก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

Apep – ระบบดาวฤกษ์สามดวงที่พบในกาแล็กซีทางช้างเผือกเป็นครั้งแรก (Callingham et al. / European Southern Observatory / AFP)
หอดูดาวยุโรปเผยภาพระบบดาวสามดวงที่เพิ่งค้นพบใหม่มีมวลมหาศาล และเป็นแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาแหล่งแรกที่พบในกาแล็กซีทางช้างเผือก โดย “ลมดาวฤกษ์” ที่มีพลังมหาศาลได้สร้างสายธารฝุ่นเป็นรูปกังหันรอบๆ

หอดูดาวซีกฟ้าใต้แห่งยุโรป (European Southern Observatory) เผยภาพระบบดาวสามดวง (triple star system) ที่เพิ่งพบล่าสุด บันทึกได้ด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพย่านรังสีอินฟราเรด (VISIR) และอุปกรณ์บันทึกภาพย่านแสงปกติ NACO ที่ติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์เวรีลาร์จ (VLT) ของหอดูดาว โดยระบบดาวสามดวงดังกล่าวมีชื่อเล่นว่า “อาเปป” (Apep) ซึ่งตั้งตามชื่อมังกรในตำนานเทพเจ้ากรีก

รายงานข่าวระบุว่าระบบดาวนี้เป็นแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาแหล่งแรกที่เราพบในกาแล็กซีทางช้างเผือก ซึ่งการปลดปล่อยรังสีแกมมาในรูปการระเบิดรังสีแกมมา (gamma-ray burst: GRB) และลมดาวฤกษ์ (stellar winds) ของระบบดาวนี้ได้สร้างสายเมฆฝุ่นที่หมุนรอบดาวฤกษ์ทั้งหมดเป็นรูปกังหันที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว

ดาวฤกษ์ในระบบดาวสามดวงนี้ ประกอบด้วยระบบดาวคู่ที่มีดาวฤกษ์ประเภท “ดาววูล์ฟ-ราเยท์” (Wolf-Rayet stars) ดาวฤกษ์ขนาดใหญ่กับดาวฤกษ์ขนาดเล็กกว่าโคจรรอบกัน และยังมีดาวฤกษ์เดี่ยวอีกดวงถูกดึงไว้รอบๆ ด้วยแรงโน้มถ่วง ซึ่งภาพที่เผยแพร่นั้นจะเห็นดาวฤกษ์สว่างเพียงสองดวง ดวงที่สว่างกว่าเป็นดาวในระบบดาวคู่ ส่วนแสงสีน้ำเงินที่เล็กกว่าเป็นดาวฤกษ์เดี่ยวที่โคจรรอบ รวมตัวกันเป็นระบบดาวฤกษ์สามดวง

สำหรับการระเบิดรังสีแกมมานั้น นับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่มีพลังงานมหาศาลมากที่สุดในเอกภพ โดยปรากฏได้นานตั้งแต่เสี้ยววินาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง ซึ่งสามารถปลดปล่อยพลังงานออกครั้งหนึ่งได้มากเท่ากับพลังงานที่ดวงอาทิตย์ของเราสามารถปลดปล่อยออกมาทั้งชีวิต ชื่อว่าการระเบิดระเบิดรังสีแกมมาระยะยาวที่นาน 2 วินาทีในระบบดาวฤกษ์นี้เป็นเหตุให้เกิดระเบิดซูเปอร์โนวาของดาววูล์ฟ-ราเยท์ในระบบ

มีดาวฤกษ์มวลมหาศาลบางดวงที่เข้าไปอยู่ในระบบของดาววูล์ฟ-ราเยท์ ดาวฤกษ์ดวงนั้นจะพบจุดจบในเร็ววัน ส่วนดาววูล์ฟ-ราเยท์จะเหลือรอดต่อมา โดยช่วงเวลาดังกล่าวกินเวลาสั้นเพียงไม่กี่แสนปี ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแสนสั้นสำหรับเวลาในทางปรากฏการณ์ดาราศาสตร์

ระหว่างที่ดาวดวงหนึ่งกำลังจะสิ้นสุดนั้น ช่วงเวลานี้มีสสารปริมาณมหาศาลที่ถูกปล่อยออกมาในรูปลมดาวฤกษ์ แล้วหมุนควงด้วยความเร็วหลายล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งคำนวณแล้วลมดาวฤกษ์ในระบบดาวอาเปปน่าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 12 ล้านกิโลเมตรต่อชั่วโมง

ดังนั้นระบบดาวคู่ภายในระบบดาวอาเปปนี้คือต้นต่อของสายฝุ่นรูปกังหันที่หมุนรอบดาวฤกษ์ทั้งสามดวง โดยภาพของระบบดาวฤกษ์สามดวงซึ่งเป็นแสงสว่างสีน้ำเงินนั้น บันทึกด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพย่านแสงปกติ NACO ส่วนภาพแขนกังหันฝุ่นสีแดงของระบบดาวนั้น บันทึกด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพย่านรังสีอินฟราเรด

“นี่เป็นระบบประเภทนี้ระบบแรกที่ค้นพบในกาแล็กซีของเรา เราไม่คาดคิดว่าจะระบบดาวฤกษ์แบบนี้อยู่หลังบ้านของเราเอง” โจเซฟ คอลลิงแฮม (Joseph Callingham) หัวหน้าทีมวิจัยจากสถาบันดาราศาสตร์วิทยุเนเธอร์แลนด์ (Netherlands Institute for Radio Astronomy: ASTRON) ซึ่งรายงานการค้นพบระบบดาวฤกษ์สามดวงนี้ เปรียบเทียบการค้นพบระบบดาวที่อยู่ใกล้ๆ ในกาแล็กซีทางช้างเผือก

สำหรับชื่อทางการของระบบดาวฤกษ์สามดวงนี้คือ 2XMM J160050.7-514245 แต่นักดาราศาสตร์เลือกชื่ออาเปปให้วัตถุอวกาศนี้ตามชื่อมังกรอาเปปในตำนานเทพเจ้ากรีกที่ก่อสร้างความวุ่นวาย ซึ่งสอดคล้องกับรูปร่างของระบบที่คล้ายงูใหญ่โอบกอดระบบดาวฤกษ์ไว้ตรงกลาง เหมือนกำลังต่อสู้กับเทพเจ้าเร (Ra) เทพแห่งดวงอาทิตย์


กำลังโหลดความคิดเห็น...