xs
xsm
sm
md
lg

ชื่น

เผยแพร่:   โดย: ฉัตรพรรษ พงษ์เจริญ


เสียงน้ำไหลดังฟังชัดซัดผ่านโขดหินกลางลำห้วยแตกเป็นฟองขาวและสลายไป ระดับน้ำเพิ่มสูงกว่าวันวานพอสมควร ฝนที่ตกตลอดทั้งคืนทำให้สีของน้ำเริ่มขุ่นขึ้นแต่ก็ไม่มากนักยังพอจะมองเห็นก้นห้วยและหมู่ปลาที่แหวกว่ายอยู่ ผมละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และงานที่คั่งค้างทอดสายตามองไปยังลำห้วยจากอาคารชั้นเดียวริมน้ำ “ครัวริมธาร” คือชื่อของอาคารซึ่งบ่งบอกถึงเป้าประสงค์ของการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นตัวอาคารก็ถูกใช้งานในอีกหลายรูปแบบกิจกรรม ทั้งเป็นอาคารจัดกิจกรรมค่าย จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นอาคารอบรม ต้อนรับแขกและเจ้าหน้าที่ดูงาน ใช้ในการเรียนการสอน และอีกจิปาถะ

“วันนี้ย้ายสำนักงานมาที่นี่ชั่วคราวครับ จนกว่าทางฝั่งนู้นจะซ่อมไฟโซล่าเซลล์เสร็จ” รุ่นน้องที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ชี้แจงเมื่อเข้ามาถึงพร้อมอุปกรณ์สำนักงานเต็มอัตรา “ถึงไฟฟ้าในสำนักงานใช้ได้เป็นผมก็จะมานั่งทำงานที่นี่แหล่ะ” ผมคิดอยู่ในใจ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เอกสาร ถูกจัดวางเพื่อเตรียมใช้งาน วันนี้อาคารโรงอาหารถูกเปลี่ยนเป็นสำนักงานขนาดย่อมเยา

“จวี้ดดดดๆ ๆ” เสียงร้องหวีดดังลากยาวจากฝั่งตรงข้ามห้วยกลบเสียงจากแป้นพิมพ์และเครื่องพิมพ์เอกสาร ทุกคนเงยหน้าจากงานและคอมพิวเตอร์ “ตัวอะไรน่ะ” คำถามส่งต่อกันไปมาในสำนักงานชั่วคราวจนกระทั่งเสียงร้องดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งถึงจะหาตำแหน่งต้นตอที่มาของเสียงได้ สีแดงสดของปากตัดชัดกับปีกสีน้ำเงินและขนสีน้ำตาลของลำตัว “นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา” นกกระเต็นขนาดใหญ่เกาะอยู่บนกิ่งไม้โล้นโล่งยื่นเข้ากลางห้วย หกหน้าหกหลังก้มเงยตรวจหาเหยื่อสลับร้องเสียงหลังดัง “เมื่อวันก่อนมันก็มา เกาะกิ่งไม้นี่แหล่ะ พุ่งลงน้ำจับปลาแต่ไม่ได้” รุ่นพี่เอ่ยถึงกิจกรรมของนกกระเต็นที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน

นกกระเต็นหยุดร้องและหันมองมาทางเสียงร้องที่ดังสวนขึ้นใกล้อาคารโรงอาหาร “วี๊ดดด แอ่กๆๆๆๆ” ฝูงนกขุนแผนเจ้าประจำบินมารวมตัวกันหากิน อาจจะเพราะเป็นจำนวนมากหรือเพราะเสียงที่ดังสนั่นป่า นกกระเต็นใหญ่สีน้ำตาลถึงเลิกกิจกรรมและหันมาเฝ้ามองกิจกรรมของฝูงนกขุนแผนเสียแทน จากการปรากฏตังของนกขุนแผนเพียงชั่วครู่ ฝูงนกขุนแผนและนกกระเต็นใหญ่ตัวนั้นก็หยุดกิจกรรมจากการมาเยือนของหมูป่าฝูงใหญ่และเหล่าลูกหมูลายแตงไทยที่วิ่งวุ่นกันไปมา อาจะเป็นเพราะความระมัดระวัง อาจจะเป็นเพราะความใคร่สงสัย อาจจะเพราะความอยากรู้อยากเห็นทำให้นกทั้งสองชนิดนิ่งเงียบและกลายเป็นผู้เฝ้ามอง สำหรับผมเพราะความน่ารักของพวกมันนั่นเองเกินเหลือที่จะทานทนละสายตาตีจาก สมาชิกในอาคารอีกหลายคนคงเช่นเดียวกันต่างพากันเฝ้ามองฝูงหมูคุ้ยหากินพักใหญ่ก่อนพากันเดินข้ามลำห้วยบริเวณน้ำตื้นลับหายไปในราวป่า

ฝนเริ่มพรำพรั่งกระทบโขดหิน ระลอกคลื่นจากเม็ดฝนกระทบผิวน้ำในลำห้วยเป็นฉากหน้า ผืนป่าใบเขียวสดเป็นพื้นหลัง จุดรวมสายตาถูกเปลี่ยนอีกครั้งจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และเอกสารมาเป็นฝูงละองละมั่งกำลังยืนนิ่งอยู่กลางลำห้วย

ตกลงพี่ๆ น้องๆ ที่นั่งทำงานและย้ายมาที่สำนักงานก็ต่างพากันชมธรรมชาติรอบตัวจนการงานไม่เดินหน้าเสียล่ะมั้ง ผมคิดในใจ กระนั้นก็เหล่าสมาชิกก็ตั้งหน้าตั้งตาชื่นชมธรรมชาติกันต่อจนสิ้นแสงหมดวันจึงเริ่มกิจกรรมซึ่งคั่งค้างกันไว้ต่อ

ผืนป่าเขียวชอุ่มชุ่มชื่น เหล่าสัตว์ป่าออกหากิน ผู้คนเฝ้ามองร่วมอยู่ไม่เบียดบัง

ชื่นจิตชุ่มใจ ...

เกี่ยวกับผู้เขียน

จองื้อที

แต่เดิมเป็นเด็กต่างจังหวัดจากภาคตะวันออก มุ่งมั่นเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสนใจส่วนตัวและถูกชักชวน จึงเลือกเข้าศึกษาในภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ สาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเก็บข้อมูลงานวิจัยสัตว์ป่าในหลายพื้นที่ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อยังสถาบันอื่น จึงได้เข้ามาศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทต่อมาถึงในระดับปริญญาเอก และยังคงมีสถานภาพเป็นนิสิตอยู่ในปัจจุบันขณะ


"เราพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เพื่อที่สุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้งเราไม่ได้รู้อะไรเลย"



พบกับบทความ "แบกเรื่องป่าใส่บ่ามาเล่า" ของ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน


กำลังโหลดความคิดเห็น