xs
xsm
sm
md
lg

ใช้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ยืนยันเผาในที่โล่งก่อหมอกควันจริง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ทัศนียภาพภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่มีหมอกควันบดบังจางๆ
เข้าสู่เดือน มี.ค.-เม.ย.ฤดูกาลหมอกควันที่ชาวเหนือต้องเผชิญทุกปี โดย "การเผา" ถูกชี้ให้เป็นสาเหตุหลัก ซึ่งนักวิจัยสิ่งแวดล้อม มช.ได้พิสูจน์ให้เห็นชัดๆ ด้วยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่า การเผาในที่โล่งก่อมลพิษจริง และยังมีข้อมูลการระบายอากาศในพื้นที่เพื่อช่วยในการวางแผนจัดการลดหมอกควันในอนาคต

ผศ.ดร.สมพร จันทระ หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ผ่านมามีการระบุว่าปัญหาหมอกควันทางภาคเหนือนั้นเกิดจากการเผาในที่โล่งแต่ยังไม่มีงานวิจัยพิสูจน์ จึงได้วิจัยเพื่อพิสูจนว่าการเผาในที่โล่งทำให้เกิดมลพิษจริงหรือไม่ และผลการวิจัยพิสูจน์แล้วว่าจริง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่สภาพการถ่ายเทของอากาศด้วย

สำหรับภาคเหนือนั้น ผศ.ดร.สมพร ระบุว่ามี 3 ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควัน ปัจจัยแรกคือลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่ง มีภูเขาสูงล้อมรอบ ปัจจัยที่สองคือสภาพอากาศที่ช่วงหน้าหนาวเปลี่ยนเข้าสู่หน้าร้อน อากาศจะนิ่งทำให้พัดพามลพิษไปไม่ได้ และปัจจัยที่สามคือการเผาในที่โล่ง ทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร

พร้อมกันนี้หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมได้ให้ข้อสังเกตว่า เมื่อปี พ.ศ.2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ปีนั้นมีฝนมาก มีความชื้น ทำให้เผาได้ยาก จึงเป็นปีที่ไม่พบปัญหาหมอกควัน และจากการศึกษายังพบรูปแบบการเผาว่ามีการซ้ำที่เดิมทุกๆ 2-5 ปี และพบการเผาซ้ำซ้อน คือเผาที่เดิมทุกปีมากที่สุดที่ จ.แม่ฮ่องสอน

“จากการติดตามการเผาในที่โล่งในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด พบว่ามีการเผาชีวมวลในพื้นที่เกษตรทุกเดือนในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือน ม.ค.-เม.ย. โดยพบการเผาชีวมวลมากในพื้นที่เกษตรมากที่สุดที่ จ.น่าน และ จ.พะเยา ส่วนการเผาชีวมวลในพื้นที่ป่าพบว่ามักเกิดช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย. และเผามากที่สุดในเดือน มี.ค. โดยพื้นที่มีการเผาชีวมวลในพื้นที่ป่ามากที่สุดคือ จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีพื้นที่ป่ามาก” ผศ.ดร.สมพรให้ข้อมูล

ทีมวิจัยยังพบด้วยว่า การกระจายของพื้นที่มีการเผาในที่โล่งนั้นสอดคล้องกับลักษณะการใช้ที่ดิน และจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแลนด์แซท (Landsat) ย้อนหลัง 10 ปี ในช่วงปี พ.ศ.2549-2558 พบการเปลี่ยนแปลงของการใช้ที่ดินอย่างชัดเจน โดยมีพื้นที่ป่าลดลงกว่า 14,000 ตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่เกษตรเพิ่มขึ้นเกือบ 13,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งทีมวิจัยสรุปว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เกษตรบนที่สูงอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้เก็บตัวอย่างชีวมวลทั้งจากพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรมาทดสอบเผาเพื่อศึกษาฝุ่นจากการเผาชีวมวลเหล่านั้น โดยได้ทดสอบเผาชีวมวล 4 ชนิด คือ ฟางข้าว เศษต้นข้าวโพด เศษใบไม้จากป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ และพบว่าการเผาฟางข้าวและใบไม้จากป่าทั้งสองชนิดปล่อยปริมาณฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอนหรือ PM 2.5 มากกว่าการเผาเศษต้นข้าวโพด

ทว่าจากการวิเคราะห์พบว่าฝุ่นจากฟางข้าวและต้นข้าวโพด ทีมวิจัยพบว่า มีปริมาณโพแทสเซียมและคลอไรด์สูงกว่าการเผาใบไม้จากป่าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดว่ามาจากการใช้ปุ๋ยและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในพืชเกษตร และพบว่าฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอน จากการเผาข้าวโพดมีสัดส่วนสารก่อมะเร็งในสารประกอบพอลิไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarban) หรือสารพีเอเอช (PAHs) มากกว่าการผาชีวมวลชนิดอื่นๆ เล็กน้อย ซึ่งอาจเสี่ยงให้เกิดมะเร็งจากการสัมผัสฝุ่นควันจากการเผาชีวมวล

ข้อมูลรายงานฝุ่นละอองขนาด 10 ไมครอนในอากาศที่รายงานโดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.มีค่าความเข้มของฝุ่นที่ส่งผลต่อสุขภาพเพียง 1-5 วัน แต่เดือน มี.ค.มีค่าความเข้มของฝุ่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตลอดทั้งเดือน และทีมวิจัยยังได้ประเมินสภาพอากาศด้วยข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี โดยวิเคราะห์ดัชนีอัตราการระบายอากาศ (Ventilation Index) ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการระบายอากาศออกจากพื้นที่ดดยใช้ข้อมูลความเร็วลมและระับความสูงที่มลพิษสามารถฟุ้งกระจายได้ พบว่า ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ษ.เป็นช่วงที่มีการระบายอากาศดีที่สุด และเดือน ม.ค.ขเม.ย.เป็นช่วงที่มีอัตราการระบายอากาศค่อนข้างแย่

“จากข้อค้นพบนี้สามารถนำไปปรับเปลี่ยนรูปแบบการระบายอากาศดีที่สุด เป็นข้อมูลสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาหมอกควันต่อไปในอนาคต เนื่องจากมีผลวิเคราะห์ถึงสาเหตุหลักของการเกิดปัญหาหมอกควันที่แท้จริง ซึ่งนอกจากการจราจรในพื้นที่เมืองแล้ว ยังมาจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งผลงานวิจัยนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกในการจัดการชีวมวล โดยพยากรณิากาศล่วงหน้า เพื่อประเมินสภาพอากาศและอัตราการระบายอากาศรายวัน สำหรับวางระเบียบการเผาภายใต้การควบคุมอย่างเคร่งครัด” ผศ.ดร.สมพรสรุป
ผศ.ดร.สมพร จันทระ
สถานีตรวจวัดสภาพอากาศและหมอกควัน
ดอยสุเทพจากมุมมองสนามบินนานาชาติที่ถูกหมอกควันบดบัง


กำลังโหลดความคิดเห็น...