xs
xsm
sm
md
lg

ทีเซลล์ปูทาง "เวชศาสตร์ฟื้นฟู" สู่อุตสาหกรรมขนาดเล็ก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หลังจากที่มนุษยชาติได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านเภสัชกรรมและการแพทย์ด้วยการใช้สารเคมี สุดท้ายพวกเราก็ได้ย้อนกลับมามองที่หาความมหัศจรรย์ของการรักษาที่หลับไหลอยู่ภายในร่างกายมนุษย์เป็นร้อยเป็นพันปี ก่อกำเนิดศาสตร์ที่เรียกกันว่า เวชศาสตร์ฟื้นฟู

เวชศาสตร์ฟื้นฟูคือการแพทย์แขนงใหม่ที่มุ่งเน้นการทดแทน การซ่อมเสริม การฟื้นฟูเซลล์ เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะที่เสื่อมถอยหรือได้รับบาดเจ็บทั้งจากความแก่ตามธรรมชาติและโรคภัยไข้เจ็บ เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ก้าวหน้าไปมาก จากที่เราเคยกินยาเม็ดหรือยาน้ำ (เภสัชภัณฑ์ทั่วไป) เราก็ได้มีการพัฒนาเป็นการบำบัดด้วยยีน (gene therapy) เนื้อเยื่อที่ผ่านการดัดแปลง (engineered tissue) การรักษาโดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดและเซลล์ที่ได้จากเซลล์ต้นกำเนิด (stem cell-based therapy) รวมทั้งเวชศาสตร์นาโน (nano-medicine)

แล้วงานวิจัยทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูจะขยับสู่ระดับอุตสาหกรรมขนาดเล็กได้หรือไม่นั้น มีคำตอบจากการสัมมนาเรื่อง “เวชศาสตร์ฟื้นฟูจากงานวิจัยสู่อุตสาหกรรมขนาดเล็ก” ที่จัดขึ้น ณ โรงแรมเซนจูรี่ปาร์ค กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.60 ที่ผ่านมา โดยความร่วมมือระหว่างศูนย์ความเป็นเลิศด้านด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (องค์การมหาชน) หรือ TCELS และสมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟู หน่วยงานเอกชน และมหาวิทยาลัยโอซากาจากประเทศญี่ปุ่น

ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศทั้งก็กำลังเข้าสู่ยุคของผู้สูงอายุ เหมือนดังเช่นที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งต้องการการดูแลในเรื่องของสุขภาพและรายได้ ประเทศในยุโรปนั้นมีเรื่องสวัสดิ์การด้านสุขภาพของคนในประเทศที่ดี โดยงบประมาณด้านสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 10 ของ GDP ซึ่งประเทศไทยใช้งบประมาณด้านสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 4.6 ของ GDP โดยร้อยละ 3.7 ของงบประมาณด้านนี้มาจากเงินอุดหนุนจากรัฐบาล นั้นหมายความว่ารายจ่ายที่รัฐบาลใช้ในเรื่องสุขภาพมาจากภาษี และด้วยความที่สังคมผู้สูงอายุนั้นกำลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ รัฐบาลก็ยิ่งต้องใช้งบประมาณไปกับเรื่องสุขภาพมากขึ้นๆ โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปกับโรคหลอดเลือดหัวใจและศัลยกรรมกระดูก

ในปัจจุบันประเทศไทยโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ได้มีการทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine)ในระดับมหาวิทยาลัย (Academic Scale) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยสงขลานขรินทร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการทำวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยียีนบำบัด การพัฒนาสเต็มเซลล์ให้สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์จำเพาะของเนื้อเยื่อชนิดอื่นๆ ได้หลายชนิด วัสดุทางชีวภาพและวิศวกรรมเนื้อเยื่อ
ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS)
มาโนะ เคียวสุเกะ (Mr. Kyosuke Mano) จากสมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟู ของประเทศญี่ปุ่น (japan society of regenerative medicine: JSRM) กล่าวว่า ทางสมาคมได้แยกตัวออกมาตั้งเป็นองค์กรเมื่อปี 2001 ซึ่งมีนโยบายเกี่ยวกับความปลอดภัยทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูในเรื่องของมาตรฐานของสถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการเพาะเลี้ยงเซล์ลรวมถึงกระบวนการของเครื่องมือ อีกนโยบายหนึ่งคือนโยบายด้านเครื่องมือทางการแพทย์และเภสัชกรรม ที่เน้นเรื่องการปรับปรุงการอนุมัติการติดตั้งเครื่องมือใหม่และลิขสิทธิ์ระบบพื้นฐานของคุณลักษณะผลิตภัณฑ์เวชศาสตร์ฟื้นฟู อีกทั้งทางสมาคมเวชศาสตร์ฟื้นฟู ของประเทศญี่ปุ่น มีฐานข้อมูลที่มาจากการทำวิจัยคลีนิกเพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์

ในอนาคตพันธะกิจในการดำเนินโครงการ ความร่วมมือด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูระดับชาติ (Regenerative Medicine National Consortium) ซึ่งมีด้วยกัน 5 เป้าหมายคือ ให้การสนับสนุนงานวิจัยระดับคลินิก พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาระบบข้อมูลของงานวิจัยระดับคลินิก ให้ความร่วมมือในการสื่อสารระหว่างสถาบันการศึกษาและโรงงาน และสุดท้ายคือมีการทำงานร่วมกันกับชุมชนทั้งผู้ป่วยและชาวบ้านโดยเปิด "คอลเซนเตอร์" ให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของเซล์ลบำบัดโทรเข้ามาปรึกษาได้ตลอด

ส่วนทาง ศาสตราจารย์ คิโนะโอกะ มาซาฮิโระ (Prof. Masahiro Kino-oka) จากมหาวิทยาลัยโอซากากล่าวว่า ด้วยความที่ตัวเขานั้นเป็นอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเรื่องวิศวกรรม เขาจึงใช้ความรู้ในการสนับสนุนการวิจัยเวชศาสตร์ฟื้นฟู โดยหาทุนจากทางรัฐบาล สร้างเครื่องมือเพื่อใชในงานวิจัยเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เช่น ผู้ป่วย ชุมชนและสถาบันการศึกษาในเรื่องอาสาสมัครที่จะให้สะเต็มเซล์ลและความรู้ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู การสนับสนุนจากรัฐบาลในเรื่องของการนำเวชศาสตร์ฟื้นฟูไปใช้ พร้อมทั้งการสนับสนุนจากนักวิจัยในการวิจัยสะเต็มเซล์ลเพื่อเวชศาสตร์ฟื้นฟู และเพื่อแก้ปัญหาของสะเต็มเซล์ลมีชีตอาศัยอยู่ได้ไม่นาน ทางกลุ่มของศาสตราจารย์ประกอบด้วยผู้คนจากทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชนจึงได้มาหรือร่วมกัน และเกิดเป็นครื่องมือชื่อ FMP (Flexible Modular Platform) ตัวต้นแบบ ซึ่งตอนนี้มีการทดลองใช้ในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย

กระบวนการพัฒนาระบบวิศวกรรมระดับเซลล์ ของสะเต็มเซล์ลมนุษย์ที่มีความหลากหลายในการรักษา เพื่อนำไปใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูมีดังนี้ คือนำสเต็มเซลล์ที่เป็น IPS cell (เซลล์มีคุณภาพเกือบเหมือนกับสเต็มเซลล์ตัวอ่อน แต่ว่าสร้างมาจากเซลล์ธรรมดาที่โตแล้วไม่ได้สร้างมาจากตัวอ่อน) จากผู้ป่วย มาทำเข้ากระบวนการให้เซล์ลขยายตัวละปรับสภาพในระบบปิดซึ่งกระทำด้วยแขนกลอัตโนมัติ จากนั้นส่งไปคัดแยกเซล์ลและบรรจุ แล้วกับเก็บด้วยการแช่แข็งก่อนทำการขนส่งออกไปยังธนาคารเก็บ IPS cell ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการนำ IPS cell ไปใช้รักษาผู้ป่วยคนอื่นที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ IPS cell นำไปช่วยในทางการแพทย์

ด้าน ดร.นเรศ กล่าวเพิ่มเติมกับทางทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์ว่า TCELS มีโครงการพัฒนาเรื่องของเซลล์กับยีนบำบัดมาเป็นเวลาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ได้พัฒนาความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รางวัลโนเบลในเรื่องสเต็มเซลล์ และยังพัฒนาเครือข่ายการทำวิจัยเชิงคลีนิค และการทำวิจัยขึ้นขั้นเอาไปใช้กับผู้ป่วย มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย

"ทาง TCELS จึงอยากจะเรียนรู้จากประเทศญี่ปุ่น ในงานนี้จึงได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย บริษัทและผู้แทนสมาคมการแพทย์เวชกรรมฟื้นฟูเข้ามา และมีการจัดสัมมนาและหารือกัน เพื่อที่พัฒนาประเทศไทยให้มีการวางระบบการเก็บข้อมูล การทำการวิจัย การให้ทุนสนับสนุนทุนวิจัย การผลักดันเข้าสู่การทดสอบทางคลินิกและการนำไปใช้ประโยชน์"

ดร.นเรศคาดว่าประเทศไทยต้องใช้เวลานาหลายปีจึงจะสามารถทำเทคโนโลยีนี้มาใช้ โดยสิ่งสำคัญคือการวางรากฐานไว้ตั้งแต่ต้น และเทคโนโลยีนี้มีการพัฒนามาเป็นลำดับคิดว่าอีกหลายปีจึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงโดยทั่วไป แต่ในช่วงเวลาเตรียมตัวนั้นจะต้องทำเรื่องของข้อมูลให้ดีและมีความเป็นวิทยาศาสตร์ในมากที่สุด เพื่อจะยื่นยันประสิทธิผลและความปลอดภัย
กำลังโหลดความคิดเห็น...