xs
sm
md
lg

นวัตกรไทยเผยแรงบันดาลใจจาก “ในหลวง ร.๙”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของในหลวง ร.๙ ด้านนวัตกรรมโดยการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาแก่พสกนิกร ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์จึงขอนำเสนอมุมของ “นวัตกรไทย” ซึ่งเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นต้นแบบด้านนวัตกรรมของไทย

มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. เพิ่งประกาศผลการประกวดนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2560 เมื่อ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าข้าวไทยที่น่าสนใจจำนวนมาก เช่น ผงข้าวทำความสะอาดใบหน้า ผลิตภัณฑ์รักษาผมร่วงและกระตุ้นผมงอกใหม่จากข้าวเหนียวดำ ฉนวนกันความร้อนและดูดซับเสียงจากฟางข้าว

โอกาสนี้ทีมข่าวผู้จัดการออนไลน์จึงได้สัมภาษณ์นวัตกรผู้เข้าแข่งขันประกวดนวัตกรรมข้าวและได้รับรางวัลบางส่วนว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นต้นแบบนวัตกรรมแก่พวกเขาอย่างไรบ้าง และนวัตกรรมใดจากพระปรีชาสามารถของในหลวง ร.๙ ที่นวัตกรไทยประทับใจ

นางสาวกรรจิต นาถไตรภพ ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจริญไตรภพ
เจ้าของผลงาน GANFAI ผลิตภัณฑ์ฉนวนกันความร้อนและดูดซับเสียงสำหรับตกแต่งอาคารและที่อยู่อาศัย จากฟางข้าวและเยื่อกระดาษ
รางวัลชนะเลิศนวัตกรรมข้าวไทย ระดับอุตสาหกรรม
“พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างเรื่องความเสียสละ เพราะนวัตกรรมที่พระองค์ได้ทรงคิดค้นนั้น ทรงตระหนักถึงพสกนิกรเป็นหลัก และพระองค์ยังทรงเป็นแบบอย่างเรื่องการสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่สิ่งของที่ดูไม่มีค่าให้มีค่าขึ้นมาอีกครั้ง ประทับใจนวัตกรรมทุกชิ้นของพระองค์ เนื่องจากสิ่งที่พระองค์ทรงคิดค้นและทรงประดิษ์นั้น ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมที่ดีหรือของใหม่ แต่ทรงเล็งเห็นว่าพสกนิกรจะได้รับอะไรบ้างจากนวัตกรรมนั้น”

นายสุพัฒน์ เลาระวัตร ผู้จัดการ บริษัท สกินอินเตอร์โปรดักส์ จำกัด
เจ้าของผลงาน Facial Cleaning Powder Set ผงข้าวทำความสะอาดใบหน้า
รางวัลที่ 3 นวัตกรรมข้าวไทย ระดับอุตสาหกรรม

“ท่านทรงเป็นต้นแบบเรื่องนวัตกรรมที่ช่วยเหลือประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนาซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ดังนั้นผมอยากจะเจริญรอยตามพระราชปณิธานของพระองค์ และช่วยเหลือพี่น้องชาวนาไทยในการคิดนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว ผมประทับใจนวัตกรรมทุกชิ้นของพระองค์ เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระอัจฉริยภาพ พระองค์พระปรีชาสามารถทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรงนำองค์ความรู้ทั้งหมดมาช่วยเหลือประชาชนของพระองค์ได้ และทรงสร้างมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์เกษตรทุกประเภท”

นางสาวอนงค์นุช ต๊ะคำ กรรมการผู้จัดการผลิตภัณฑ์บริษัท คอสเมเฮลท์ แชนแนล จำกัด
เจ้าของผลงานผลิตภัณฑ์รักษาผมร่วงและกระตุ้นผมงอกใหม่ จากสารประกอบเชิงซ้อนข้าวเหนียวดำ
รางวัลชมเชย นวัตกรรมข้าวไทย ระดับอุตสาหกรรม
“ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงคิดและทรงทำเพื่อคนไทย เพราะนวัตกรรมที่พระองค์ได้ประดิษฐ์คิดค้นมานั้นท่านคิดแต่เพียงว่าจะนำไปช่วยเหลือประชาชนของท่านได้อย่างไร นี้ทำให้เป็นแรงบันดาลใจในการนำข้าวไทยมาพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่วนตัวแล้วชื่นชอบกังหันน้ำชัยพัฒนา เนื่องจากเป็นนวัตกรรมแรก ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่นวัตกรหลายๆ คนและเป็นนวัตกรรมแรกๆ ที่ประชาชนหลายคนรู้จัก”

นางสาววรรณภา ยาโส ฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท สยาม เนเชอรัล โปรดักซ์ จำกัด
หนึ่งในทีมพัฒนาโลชั่นระงับกลิ่นไม่พึงประสงค์สำหรับผู้สูงวัย
รางวัลชมเชย นวัตกรรมข้าวไทย ระดับอุตสาหกรรม
“พระองค์ทรงคิดค้นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สิ่งของที่ไม่มีคุณค่า ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง เพราะเหตุนี้จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เรานำแกลบจากโรงงานไฟฟ้ามาพัฒนาและต่อยอดทำเป็นผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ และนอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียทางการเกษตรอีกด้วย โดยส่วนตัวประทับใจฝนหลวง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่นั้น เป็นคนต่างจังหวัดที่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร เมื่อฝนนั้นไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกษตรกรในบ้างพื้นที่ก็ไม่สามารถเพาะปลูกพืชผลได้ ดังนั้นฝนหลวงจึงเปรียบเสมือนการต่อลมหายในให้แก่เกษตรกรหลายๆ พื้นที่”

นางสาวภฤชฎา ศรีเนี่ยง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากทรัพยากรชีวภาพในชุมชน
เจ้าของผลงานเซรั่มบำรุงผิวจากข้าว
รางวัลที่ 3 นวัตกรรมข้าวไทย ระดับวิสาหกิจชุมชน
“พระองค์ทรงเป็นพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย ทรงคิดค้นและทรงริเริ่มนวัตกรรมหลายๆ อย่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนของพระองค์ โดยเฉพาะพี่น้องที่เป็นเกษตรกร ทางตัวดิฉันเองก็อยากเจริญรอยตามพระองค์ จึงได้ตัดสินใจออกจากงานมาช่วยเหลือที่บ้านในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้แก่ข้าวของจังหวัดพิจิตร ซึ่งเปรียบเสมือนอัตลักษณ์ของจังหวัด โดยส่วนตัวชื่นชอบนวัตกรรมในโครงการแกล้งดิน เนื่องจากหลายพื้นที่นั้นมีปัญหาเรื่องดินเปรี้ยวดินดินเค็ม ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ พระองค์ได้ทรงคิดค้นนวัตกรรมเกี่ยวกับการแกล้งดินขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้”

นางสาวอุไรวรรณ ภู่วัตร วิสาหกิจชุมชนชาข้าวก่ำ
เจ้าของผลงาน ผลิตภัณฑ์กระดาษจากฟางข้าว
รางวัลชมเชย นวัตกรรมข้าวไทย ระดับวิสาหกิจชุมชน
“พระองค์ทรงเป็นต้นแบบในการใช้ทุกอย่างให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากทางวิสาหกิจชุชนของเรานั้นปลูกข้าวอยู่แล้ว เราจึงช่วยกันคิดว่านอกจากนำมารับประทาน แล้วยังสามารถนำไปทำอย่างอื่นได้อีกหรือไม่ โดยส่วนตัวประทับใจฝนหลวง เนื่องจากเป็นสิ่งที่แปลกที่มนุษย์สามารถก่อให้เกิดฝนตกได้ และฝนหลวงยังเป็นเหมือนการให้ชีวิตให้พืชผลของพี่น้องเกษตรกร”











ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2549 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็น "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรม และให้วันที่ 5 ตุลาคมของทุกปี เป็น "วันนวัตกรรมแห่งชาติ"

สำหรับวันที่ 5 ตุลาคมนั้นตรงกับวันที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินโครงการของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เมื่อปี 2535 และทรงได้มีพระราชดำรัสแสดงถึงความเป็นนวัตกรรมของ โครงการ แกล้งดิน ที่ไม่มีใครทำมาก่อนและทั้งนี้ได้ทรงพระราชทาน พระราชดำริให้ทำเป็นตำรา คือ คู่มือปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดเพื่อการเกษตร สำหรับที่จะใช้พัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวอื่นๆ ต่อไป

ส่วนการใช้กรรมวิธี “แกล้งดิน” คือ การทำดินให้เปรี้ยว ด้วยการทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันเพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดินให้มีความเป็นกรดจัดมากขึ้นจนถึงที่สุด จากนั้นจึงมีการทดลองปรับปรุงดินเปรี้ยวโดยวิธีการต่างๆ กัน เช่น โดยการควบคุมระบบน้ำใต้ดินเพื่อป้องกันการเกิดกรดกำมะถัน การใช้วัสดุปูนผสมประมาณ 1-4 ตันต่อไร่ การใช้น้ำชะล้างจนถึงการเลือกใช้พืชที่จะเพาะปลูกในบริเวณนั้น และทำการศึกษาวิเคราะห์ เพื่อหาวิธีปรับปรุงดินเปรี้ยวให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
กำลังโหลดความคิดเห็น...