xs
sm
md
lg

อิจฉา

เผยแพร่:

ท้องฟ้าครึ้มสลัวเมื่อรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อมาถึงจุดเริ่มต้นเส้นสำรวจ สมาชิกถูกแบ่งออกเป็นสองชุดเดินออกจากจุดเดียวกันแต่เป็นคนละทิศทาง ชุดสำรวจ 6 คน เดินตามกันเป็นแถวตอนเรียงหนึ่งเข้าไปในพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี สมาชิกประกอบด้วยนิสิตปริญญาตรีของสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จำนวน 3 คน และรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่ดูแลช่วยคุมการฝึกงานอีก 3 คน (ผมเองเป็นหนึ่งในนั้น) สมาชิกในคณะเริ่มสำรวจเก็บข้อมูล

Line Transect Survey คือวิธีที่ใช้ในการฝึกเก็บข้อมูลในครั้งนี้ เป็นการบันทึกข้อมูลโดยที่ผู้สำรวจจะเดินเก็บข้อมูลบนเส้นทางสำรวจที่ถูกกำหนดขึ้น ข้อมูลที่บันทึกจะแบ่งออกเป็นในส่วนของสัตว์ป่า เช่น ชนิด จำนวน ช่วงอายุ เพศถ้าสามารถระบุได้ เป็นต้น และข้อมูลของตำแหน่งที่ปรากฏ เช่น มุมองศาจากเส้นสำรวจถึงตัวสัตว์ ระยะห่างจากเส้นสำรวจ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้จะนำไปใช้คำนวนเพื่อประเมินประชากรของสัตว์ป่าเหล่านั้นในโปรแกรม Distance samplingอีกทีหนึ่ง

เดิมทีอุปกรณ์ภาคสนามที่เคยใช้ครั้งเมื่อยังเป็นนิสิตฝึกงานมีเพียงสมุด ปากกา แผนที่ และเข็มทิศเท่านั้น การคำนวนระยะหรือมุมจำต้องใช้ประสบการณ์ประกอบร่วมส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนค่อนข้างสูงหากผู้สำรวจขาดประสบการณ์ แตกต่างจากอุปกรณ์ภาคสนามในปัจจุบันที่สามารถบอกแสดงมุมและระยะทางของจุดที่เราต้องการวัดได้เพียงแค่ปุ่มกด ช่วยลดความคลาดเคลื่อนและความผิดพลาดของข้อมูลลงได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามสิ่งที่เป็นเรื่องยากยังคงยากอยู่และต้องอาศัยความชำนาญอันเกิดขึ้นจากการฝึกฝนอยู่เช่นเดิม การมองและการฟังเสียงที่ต้องรวดเร็วว่องไว อีกทั้งการจำแนกชนิดสัตว์และนับจำนวนตัวเมื่อพบเห็นได้อย่างถูกต้อง เหล่านี้เองที่เทคโนโลยียังไม่สามารถทดแทนได้

จากเมื่อเริ่มออกเดินจนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ฝนเริ่มปรอยลงมาเล็กน้อย สีเขียวสดใสของใบไม้ทั้งแก่อ่อนไหวตามหยดน้ำตกกระทบเข้าสู่สายตา สภาพป่าในฤดูชุมฉ่ำแสนจะแตกต่างจากความแห้งแล้งระอุของเดือนก่อนหน้าอย่างเทียบกันไม่ได้ อีกทั้งร่องห้วยที่เคยแห้งก็มีน้ำไหลรินเอื่อยแม้จะไม่มากแต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีแก่เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่ความขาดแคลนนั้นจะบรรเทาลง

ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าจนต้องตั้งคอมองตระหง่านอยู่ตรงหน้าติดเส้นทางสำรวจใกล้ห้วยสร้างความตื่นตาได้มาก แต่จำนวนของไม้ใหญ่เหล่านี้ต่างหากที่ทำให้รู้สึกตื่นชื่นในใจมากกว่า

“รังผึ้งอันเบ้อเร่อ” สมาชิกคนหนึ่งในชุดสำรวจเอ่ยขึ้น

“ไม่ใช่แค่รังเดียวนะนั่น เป็นสิบรังเลย” สมาชิกคนหนึ่งส่งเสียง ชักจูงให้คนอื่น ๆ เงยหน้าขึ้นและเริ่มมองนับจำนวนรัง “มองฝั่งเดียวไม่ครบ อีกฝั่งก็มีซ่อนอยู่ กิ่งไม่มันบังไว้” ทำให้คณะสำรวจเริ่มเดินวนไปรอบๆ

“รังผึ้งมากขนาดนี้ จะมีหมีบ้างหรือเปล่าเนี่ย?” ผมเอ่ยเป็นคำถามให้สงสัย ไม่ผิดไปจากที่คาดเพียงแค่เดินไปที่โคนไม้ใหญ่รอยกรงเล็บหมีก็ปรากฏต่อสายตา และจากร่องรอยไม่ได้มีหมีเพียงแค่ตัวเดียวอย่างแน่นอน

สัญลักษณ์ภาษามือถูกส่งมาจากสมาชิกทางด้านหน้าบอกถึงระยะทางบนเส้นสำรวจ

“725 เมตร” เสียงพึมพำเบาๆ จากคนจดบันทึกข้อมูลพร้อมๆ กับขยับข้อมือจดข้อมูลลงไปบนกระดาษบันทึก “ต้นผึ้งและร่องรอยหมี” เสียงพึมพำดังออกมาอีกครั้ง

คณะสำรวจออกเดินกันต่อจนกระทั่งหมดระยะสำรวจ ตลอดระยะ 2,400 เมตร น่าเสียดายที่ไม่พบเจอสัตว์โดยตรงด้วยสายตา ถึงอย่างนั้นก็มีร่องรอยของสัตว์ป่า เสียงร้องประกาศอาณาเขตของชะนีมือขาว เสียงร้องเตือนภัยของเก้ง รอยตีนแมวดาว ร่องรอยหมูดุดคุ้ยเขี่ยหากิน รอยตีนกวาง กระทิง และช้างปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเส้นทาง

...

“ทีมหนูเจอวัวแดงด้วย ตั้ง 9 ตัว มันนอนเคี้ยวเอื้องอยู่ พอเดินสำรวจไปเจอมันก็ลุกเดินหนีไป มีหันกลับมามองด้วยนะ” รุ่นน้องที่เป็นผู้คุมฝึกงานอีกคนหนึ่งบอกพร้อมยื่นกล้องถ่ายรูปที่กำลังแสดงภาพบนหน้าจอมาให้ผมดูเมื่อคณะสำรวจทุกเส้นทางกลับมารวมตัวในแคมป์ฝึกงานบริเวณพื้นที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

“อยากเจอบ้างนะ เส้นสำรวจที่ไปมาก็เจอเยอะเหมือนกันแต่เป็นรอยตีน” ผมตอบกลับ “ถ้าจะให้เจอตัวเป็นๆ ขยับได้นี่คงไม่ค่อยจะอยากยินดีเท่าไหร่ รอยช้าง รอยหมีทั้งนั้น ถ้าให้ดีขอพบเจอไกลๆ ดีกว่าเพราะวิ่งหนีมันไม่น่าจะทัน” ผมเสริมพร้อมเสียงหัวเราะ

ว่ากันตามจริงแล้วแน่นอนว่าความอิจฉาเกิดขึ้นอยู่ลึกๆ ในใจ อิจฉาทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ที่ช่วยให้การเก็บข้อมูลสะดวกและแม่นยำขึ้นมาก อิจฉาทั้งนิสิตรุ่นนี้ที่ได้ฝึกงานในพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อิจฉาทั้งรุ่นน้องที่ได้พบเจอสัตว์ป่ามากหลายชนิด และอีกมากที่กอปรรวมกันให้ผมเกิดความอิจฉา

แต่ที่มากล้นกว่าความอิจฉาคือ ความยินดี ความยินดีที่มีโอกาสได้มาช่วยฝึกงาน ความยินดีต่อรุ่นน้องที่มีโอกาสเพิ่มทักษะและประสบการณ์ ความยินดีต่อตนเองกับรุ่นพี่ท่านอื่นๆ ที่ได้พบปะ สังสรรค์ และทำความรู้จักรุ่นน้องหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาเดินในเส้นทางเดียวกัน ความยินดีต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีคนรุ่นใหม่ใส่ใจปกป้องดูแล

แด่ที่ที่ ความอิจฉาริษยาสูญสลายไป

...

เกี่ยวกับผู้เขียน

จองื้อที

แต่เดิมเป็นเด็กต่างจังหวัดจากภาคตะวันออก มุ่งมั่นเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสนใจส่วนตัวและถูกชักชวน จึงเลือกเข้าศึกษาในภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ สาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเก็บข้อมูลงานวิจัยสัตว์ป่าในหลายพื้นที่ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อยังสถาบันอื่น จึงได้เข้ามาศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทต่อมาถึงในระดับปริญญาเอก และยังคงมีสถานภาพเป็นนิสิตอยู่ในปัจจุบันขณะ

"เราพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เพื่อที่สุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้งเราไม่ได้รู้อะไรเลย"

พบกับบทความ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน

2 จากทั้งหมด 2 รูป
ข่าวอื่นในหมวด
กำลังโหลดความคิดเห็น...