xs
xsm
sm
md
lg

มื้อ

เผยแพร่:   โดย: ฉัตรพรรษ พงษ์เจริญ


เสียงน้ำไหลเลาะเลี้ยวกระทบโขดหินกลางลำธาร เสียงใบและกิ่งไม่ไหวโอนเอนตามลมพัด เสียงดังแอ้บๆ ของกบอ่องที่ร้องดังริมตลิ่งคล้ายดั่งเพลงบรรเลงต้อนรับความชุ่มชื้นของฤดูกาล เป็นเสียงเม็ดฝนหล่นลงกระทบกับผ้าใบที่ถูกขึงตึงเอาไว้ระหว่างต้นไม้นั่นแหล่ะที่เป็นสิ่งแปลกแยกจากเสียงธรรมชาติโดยรอบยามเม็ดฝนโปรยปรายกลางป่าริมห้วย ผมนั่งมองผืนป่าที่เปียกปอนสลับกับผืนผ้าใบกันฝนไปมา พลางคิดว่าถ้าไม่มีมันแล้วชีวิตกลางแจ้งของผมและคณะสำรวจคงเปี่ยมเต็มด้วยความเฉอะแฉะเหนอะหนะเปียกม่อล่อกม่อแล่กเป็นแน่แท้

“ทานข้าวครับ ทานข้าว” เสียงเรียกดังขึ้นขณะที่ผมกำลังเพลินนอนมองป่าเขียวสดฉ่ำฝนอยู่ในเปลใต้ผืนผ้าใบ "ต้องกินข้าวใต้ฟลายชีทกันล่ะครับ เย็นนี้ฝนลงไม่ซาเลย" พี่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าพูดขึ้นหลังจากวางจานกับข้าวพร้อมหม้อสนามใต้ผืนผ้าใบ

"มาทานด้วยกันครับพี่ ๆ" ผมเอ่ยชวนคนที่ชวนให้รับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน "ทานก่อนเลยครับ ฟลายชีทมันผืนเล็กนิดเดียว มันจะเบียดกันเกินไป" พี่ๆ เจ้าหน้าที่ตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ผมเอ่ยชวนอีกสองสามครั้งแต่ต้องจำใจยอมความเด็ดเดี่ยวจึงปลีกตัวมาทานข้าวก่อนคนลงมือหุงปรุงอาหารด้วยความเกรงใจ หม้อสนามที่อัดแน่นด้วยข้าวสวยร้อนๆ ผัดคะน้า กะเพราหมูและต้มยำไก่ย่างเป็นอาหารง่ายๆ ใช้เวลาเตรียมเพียงไม่นานก็เสร็จสรรพ แต่รสชาติและความรู้สึกที่ได้รับมันมากเกินยิ่งกว่าความธรรมดาที่มองเห็น

หลังมื้ออาหาร เสียงคุยเล่นหยอกล้อสัพเพเหระเรื่อยเปื่อยดังให้ได้ยินจนกระทั่งสมาชิกคณะสำรวจหลายคนกลับขึ้นเปลมุ้งนอนใต้ผ้าใบกันฝน เสียงคุยเริ่มเบาซาลงสวนทางกับเสียงจากเม็ดฝนที่ตกกระทบผืนป่าและผ้าใบที่เร่งดังขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าความเปียกแฉะจากหยาดน้ำฟ้าจะสร้างความลำบากให้กับคณะสำรวจอยู่บ้างแต่มันไม่ได้ลดความสุขที่ได้จากการออกมาสัมผัสธรรมชาติลงเลย ไม่นานผมก็ผล็อยหลับไปในเปลของตัวเองด้วยเวลาเพียงชั่วครู่

รถยนต์ที่โดยสารนั่งมาหยุดเคลื่อนที่จากการเบรกอย่างกะทันหัน ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด มวลพาหนะยานยนต์มหาศาลขนส่งผู้คนมากหน้าหลายตาจากทุกสารทิศวนเวียนอยู่โดยรอบ แม้อากาศจะแจ่มใสไม่มีวี่แววของมวลเมฆฝนหรือน้ำเจิ่งนองรอการระบายออก แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่สามารถเรียกได้ว่ายินดีกับเรื่องใดใดรอบตัว

โรงอาหารกลางเป็นสถานที่คุ้นชินของผมสำหรับมื้อเช้ากลางเมืองหลวง หลายร้านอาหารโดยเฉพาะร้านข้าวแกงมากประเภทมีกับข้าวหลากหลายให้เลือกจนลายตา ภาพคนยืนต่อแถวรอคิวยาวเหยียดและคนกำลังนั่งรับประทานอาหารเป็นภาพที่ดูแล้วช่างคุ้นชิน แต่ในความรู้สึกนั้นกลับแตกต่างออกไปจนความคิดวิ่งแล่นเวียนกลับเข้าไปยังห้วงเวลามื้อเย็นวันนั้น ในวันที่ฝนห่มฟ้า

คืนนั้น ผมนั่งมองพี่ๆ เจ้าหน้าพิทักษ์ป่ากำลังรับประทานอาหารมื้อเย็นใต้ผ้าใบอาศัยความสว่างจากไฟฉายพกพา กล้องถ่ายรูปถูกปลดจากขาตั้งกล้องมาอยู่ในมือ วินาทีที่เสียงม่านชัตเตอร์ทำงาน แสงกระทบวัตถุตรงหน้าถูกบันทึกลงหน่วยความจำอิเล็กทรอนิกส์

และในใจของผม

เกี่ยวกับผู้เขียน

จองื้อที

แต่เดิมเป็นเด็กต่างจังหวัดจากภาคตะวันออก มุ่งมั่นเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสนใจส่วนตัวและถูกชักชวน จึงเลือกเข้าศึกษาในภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ สาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเก็บข้อมูลงานวิจัยสัตว์ป่าในหลายพื้นที่ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อยังสถาบันอื่น จึงได้เข้ามาศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทต่อมาถึงในระดับปริญญาเอก และยังคงมีสถานภาพเป็นนิสิตอยู่ในปัจจุบันขณะ

"เราพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เพื่อที่สุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้งเราไม่ได้รู้อะไรเลย"

พบกับบทความ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน
กำลังโหลดความคิดเห็น...