xs
xsm
sm
md
lg

"แป้งข้าวเจ้าระงับกลิ่น-อุพร้อมดื่ม" สุดยอดนวัตกรรมข้าว '58

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

แป้งข้าวเจ้าระงับกลิ่น
"แป้งข้าวเจ้าระงับกลิ่น-อุพร้อมดื่ม" สุดยอดนวัตกรรมข้าว '58

มูลนิธิข้าวไทยฯ - สนช. ประกาศผล "แป้งข้าวเจ้าระงับกลิ่น-อุพร้อมดื่ม" 2 สุดยอดนวัตกรรมข้าว ปี 2558 ตั้งเป้าเสริมแกร่งศักยภาพ “ข้าวไทย” ทั้งในระดับอุตสาหกรรม และวิสาหกิจชุม

มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จัดประกาศผล “รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2558 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา” เพื่อส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต รวมถึงการส่งเสริมและปลูกจิตสำนึกกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยให้เกิดความตื่นตัวและใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากคุณประโยชน์ด้านต่างๆ ของข้าวให้มีความหลากหลาย และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกในปัจจุบันมากขึ้น อันจะเป็นการสร้างมูลค่าของข้าวไทยให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างยั่งยืน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิข้าวไทยฯ และ สนช.ร่วมกันจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุปัน โดยในปี 2558 นี้ ถือเป็นปีมหามงคลในการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ ซึ่งที่ผ่านมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ความสำคัญกับ “ข้าวไทย” มาอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ข้าว และการวิจัย พัฒนา และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว โดยมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทยตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ข้าวให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้

“รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ปี 2558 นี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับอุตสาหกรรม และระดับวิสาหกิจชุมชน อาศัยเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน ได้แก่ 1.ความเป็นนวัตกรรม 2.สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ข้าวไทย 3.มีศักยภาพในการพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ และ 4.ผลประโยชน์ที่ได้รับทางสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยผู้ที่ได้รับรางวัลที่ 1 จะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 80,000 บาทรางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท และรางวัลชมเชย เงินรางวัล 10,000 บาท (2 รางวัล) รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท”

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับอุตสาหกรรม ได้แก่ “แป้งไฮโดรโฟบิค: แป้งข้าวเจ้าดูดซับความมันและกลิ่น จากบริษัท โรงเส้หมี่ชอเฮง จำกัด เป็นนวัตกรรมระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์แป้งข้าวเจ้าดูดซับเหงื่อและดูดซับกลิ่น โดยการนำแป้งข้าวเจ้าโปรตีนต่ำมาดัดแปรงทางเคมีร่วมกับการดัดแปรทางฟิสิกส์ ทำให้แป้งข้าวเจ้าไฮโดรโฟบิคมีคุณสมบัติดูดซับความมันได้สูงกว่าแป้งทัลคัมถึง 3 เท่า และแป้งข้าวเจ้ามีขนาดอนุภาคเฉลี่ย 6 ไมครอน ทำให้ทาผิวได้เรียบเนียนและเกาะกับผิวหนังได้ดี สามารถผลิตเป็นแป้งข้าวเจ้าควบคุมกลิ่นตัวและเชื้อราตามร่างกาย สร้างมูลค่าเพิ่มจากแป้งข้าวเจ้าราคา 30 บาทต่อกิโลกรัม เป็นแป้งข้าวเจ้าไฮโดรโฟบิคสำหรับควบคุมกลิ่นตัวและเชื้อราตามร่างกายราคา 1,200 บาทต่อกิโลกรัม

ส่วนผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ “อุ” พร้อมดื่ม จากวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาผู้ไทเรณูนคร เป็นนวัตกรรมกระบวนการผลิตและการออกแบบผลิตภัณฑ์ “อุ” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านที่หมักจากข้าวของไทย โดยประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการหมัก และการเอนแคปซูเลชั่น (alcohol encapsulation) เทคโนโลยีการถนอมอาหารด้วยความร้อน และการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับเครื่องดื่มอุให้มีมาตรฐานด้านรสชาติและคุณภาพความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค มีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย สะดวกต่อการบริโภค สามารถพัฒนาสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์ รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมการบริโภคและความเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดื่มไทย คาดว่าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากราคาต้นทุนข้าวสาร 10 บาทต่อขวดเป็นเครื่องดื่มอุ 15 เท่า รวมถึงโอกาสการเจาะกลุ่มตลาดไวน์ที่มีราคาตั้งแต่ 500 - 3,000 บาท

ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า สนช. ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยฯ จัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยมาเป็นปีที่ 9 แล้ว เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพในอุตสาหกรรมข้าวของประเทศไทย ซึ่ง สนช. มีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมข้าวไทยบนฐานความรู้ ภายใต้บริบท “ขายข้าวเป็นกรัม ไม่ขายข้าวเป็นเกวียน” ด้วยความเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่ได้จะกระจายแบบทวีคูณกลับไปยังผู้ผลิตหรือเกษตรกรฐานราก

"หากมีการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับผลผลิตด้านเกษตรย่อมส่งผลให้เกิดการสร้างธุรกิจใหม่ ตลาดใหม่ และแหล่งรายได้ใหม่ ที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังลดความผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้นโดยเฉพาะในข้าวไทย ซึ่งเกษตรกรไม่จำเป็นต้องขายในรูปของข้าวสารเพียงอย่างเดียว แต่สามารถจำหน่ายให้ผู้ผลิตสินค้านวัตกรรมในฐานะที่ข้าวเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของสินค้านวัตกรรม ถือเป็นการสร้างทางเลือกในการจำหน่ายผลผลิตให้กับเกษตรกรไทย และหากมีระบบการบริหารจัดการที่ดี เกษตรกรยังสามารถทำความตกลงกับผู้ผลิตสินค้านวัตกรรม เพื่อส่งมอบผลผลิตที่มีคุณสมบัติตามที่ตรงการได้อีกด้วย แต่ สนช. ไม่ได้มุ่งหวังจะเปลี่ยนให้ประเทศไทยยกเลิกการส่งออกข้าวสาร เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศได้” ดร.พันธุ์อาจกล่าว

สำหรับเจ้าของผลงานทั้งหมดที่ได้รับรางวัลข้าวไทยประจำปี 2558 นี้ในทุกรางวัล ผอ.สนช.กล่าวว่าเป็นนวัตกรตัวอย่างที่น่าชื่นชมให้แก่ผู้ประกอบการไทย ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้เกิดมูลค่า และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ โดยจะเห็นได้ว่าในแต่ละปีผลงานที่ส่งเข้าประกวดนั้นมีความแปลกใหม่และมีคุณภาพเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่ามันสมองของคนไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก หากแต่ต้องการโอกาสและช่องทางในการพัฒนาต่อยอดความคิดดังกล่าว ทั้งนี้ สนช. ได้จัดพิธีมอบรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2558 ขึ้นใน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ตุลาคมของทุกปี
อุพร้อมดื่ม









กำลังโหลดความคิดเห็น...