xs
xsm
sm
md
lg

ร้องถอน “สแต็ปเซลล์” งานวิจัยเขย่าวงการสร้างตัวอ่อน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ภาพตัวอ่อนของหนูที่ได้รับการฉีด สแต็ปเซลล์ เข้าไปในในเอมบริโอ ที่นักวิจัยญี่ปุ่นรายงานในวารสารเนเจอร์ (ภาพจาก Nature)
นักวิทย์ยุ่นงานเข้า หลังส่ง “สแต็ปเซลล์” เขย่าวงการ “สเต็มเซลล์” ได้แค่เดือนกว่า แต่กลับมีข้อกังขาคาใจในผลงานเพียบ จนอาจถูกถอน “รายงานวิจัย” ที่เคยตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์เทรุฮิโกะ วาคายามา (Professor Teruhiko Wakayama) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยามานาชิ (Yamanashi University) ในจังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยยามานาชิ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่า ขอให้ทางสถาบันวิจัยริเก็น (RIKEN) ถอนรายงานวิจัยเรื่อง “สแต็ปเซลล์” ที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ (Nature) เมื่อเดือน ม.ค. 57 พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการทวนสอบงานวิจัยดังกล่าวใหม่อีกครั้ง เนื่องจากมีหลายประเด็นที่น่าสงสัยและยังไม่มีความชัดเจน

ทั้งนี้ ศ.วาคายามา เป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยญี่ปุ่นที่ร่วมกันศึกษาและพัฒนาวิธีการสร้างเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์อ่อน จากเซลล์ร่างกายที่โตเต็มที่แล้ว โดยมี ฮารุโกะ โอโบคาตะ (Haruko Obokata) นักวิจัยสาวสวยจากศูนย์ชีววิทยาพัฒนาการ ริเก็น (RIKEN Center for Developmental Biology) เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยนี้ และยังมีนักวิจัยจากวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) ในสหรัฐฯ ร่วมทีมด้วย ตามที่รอยเตอร์ระบุ

ในงานวิจัยดังกล่าว ทีมนักวิจัยได้ทดลองนำเซลล์แก่จากสัตว์ทดลองมาแช่ในสารละลายกรด และมีการควบคุมสภาวะต่าง เช่น อุณหภูมิ และความดัน จนสามารถทำให้เซลล์แก่ปรับเปลี่ยนสภาพย้อนกลับไปเป็นเซลล์ที่มีคุณสมบัติเหมือนเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อนได้โดยใช้เวลาไม่นาน และต่อมาผลงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารเนเจอร์ ซึ่งเป็นวารสารวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อสูงมากฉบับหนึ่งของโลก โดยทีมวิจัยเรียกสเต็มเซลล์ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยวิธีการนั้นว่า “สแต็ปเซลล์” (stimulus-triggered acquisition of pluripotency : STAP cells) ซึ่งสามารถทำได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว จึงกลายเป็นความหวังใหม่ของแพทย์และผู้ป่วยในการรักษาโรคร้ายต่อไปในอนาคต

“ตอนที่ผมร่วมทำการทดลองนั้นด้วย ผมก็เชื่อว่ามันถูกต้องโดยสมบูรณ์ แต่ตอนนี้กลับเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมากมาย ผมคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดตอนนี้คือถอนรายงานวิจัยที่เคยตีพิมพ์ไปแล้วออกมาก่อน แล้วใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ใช้รูปภาพที่ถูกต้อง เพื่อพิสูจน์ว่ารายงานนั้นถูกต้องจริงๆ แต่ถ้าหากว่ามันกลับกลายเป็นสิ่งที่ผิดพลาด เราก็ต้องหาความกระจ่างว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” ศ.วาคายามา กล่าว ซึ่งหลังจากที่ผลงานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ไปแล้ว ก็ได้รับความสนใจจากนักวิจัยด้านสเต็มเซลล์เป็นอย่างมาก แต่กลับไม่มีทีมวิจัยใดสามารถทำการทดลองและได้ผลเหมือนกันในรายงานวิจัยเลย

ทางด้าน ซาโทรุ คางายะ (Satoru Kagaya) หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยริเก็น ได้ตัวแทนของสถาบันออกมาแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 มี.ค.โดยได้กล่าวขอโทษถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น และทางสถาบันริเก็นจะรีบสืบสวนหาความจริงตามที่ ศ.วาคายามา ได้ออกมาเรียกร้อง โดยอาจมีการถอนคืนรายงานวิจัยออกก่อนที่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้น หากว่าผู้ร่วมวิจัยทุกคนมีความคิดเห็นตรงกัน

เอ็นเอชเครายงานว่า สถาบันริเก็นได้ยอมรับว่ารูปภาพ 3 ภาพ ในวารสารเนเจอร์ ที่แสดงให้เห็นว่าสแต็ปเซลล์สามารถเจริญไปเป็นเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะได้หลายชนิด คล้ายกับรูปภาพที่โอบาคาตะเคยใช้ในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเธอเมื่อ 3 ปีก่อน โดยในวิทยานิพนธ์อธิบายว่ารูปภาพเหล่านั้นคืออวัยวะที่สร้างจากเซลล์ที่นำมาจากไขกระดูก แต่ในวารสารเนเจอร์บรรยายไว้ว่าเป็นอวัยวะที่สร้างจากสแต็ปเซลล์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ของสถาบันริเก็นได้เริ่มดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องที่ถูกกล่าวหาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก และสัญญาว่าจะแถลงผลการสืบสวนทันทีที่ดำเนินการเสร็จสิ้น







รายงานวิจัย สแต็ปเซลล์ ที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ระบุว่า สแต็ปเซลล์สามารถเจริญไปเป็นเนื้อเยื่อหรืออวัยวะต่างๆ ได้ (ภาพจาก www.ipscell.com)
ฮารุโกะ โอโบคาตะ นักวิจัยริเก็น ผู้เป็นหัวหน้าทีมวิจัย สแต็ปเซลล์ (ภาพจาก d.hatena.ne.jp)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิจัยญี่ปุ่นส่ง “สแต็ปเซลล์” เขย่าวงการสเต็มเซลล์
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9570000012223
กำลังโหลดความคิดเห็น...