xs
sm
md
lg

สวทช.เปิดโอกาส ม.1-ม.6 ร่วมสร้างจรวดกับกองทัพอากาศ

เผยแพร่:

โอกาสดีสำหรับน้องๆ ม.1-ม.6 ที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างจรวดกับนักวิจัยอาวุธของกองทัพอากาศ พร้อมกระทบไหล่นักวิทยาศาสตร์จากนาซาในค่ายเทคโนโลยีอวกาศ เพียงแค่จับกลุ่ม 3 คน ร่วมกันร่างแบบจรวดในจินตนาการที่สร้างได้จริงส่งเข้าประกวด ใครเข้าตากรรมการรับโอกาสพิเศษนี้ไปเลย

โอกาสดีสำหรับน้องๆ ม.1-ม.6 ที่จะได้เรียนรู้การสร้างจรวด ที่ไม่ใช่เพียง “จรวดขวดน้ำ” แต่เป็นจรวดเชื้อเพลิงแข็งซึ่งเป็นหลักการเดียวกับจรวดของประเทศมหาอำนาจหลายชาติที่ส่งออกไปนอกโลก เมื่อสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) และศูนย์วิทยาศาสตร์และพัฒนาระบบอาวุธกองทัพอากาศ ในสังกัดกองทัพอากาศ ได้จัดกิจกรรมประกวดออกแบบ “จรวดในจินตนาการของเด็กไทย” ซึ่งผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เรียนรู้การสร้างจรวดจากผู้เชี่ยวชาญของกองทัพอากาศ ใน “ค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ”

โดยค่ายดังกล่าวจะจัดขึ้นที่กองบิน 53 กองพลบินที่ 4 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-3 ก.ค.นี้ ซึ่งน้องๆ ที่สนใจเรียนรู้เทคโนโลยีอุบัติใหม่ (Emerging Technology) นี้ ต้องหาสมาชิกมารวมกลุ่มให้ได้ 3 คน เพื่อร่างแบบจรวดในจินตนาการและส่งไปพร้อมใบสมัคร ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค. โดยกลุ่มผู้ผ่านการคัดเลือก 15 กลุ่มจะมีโอกาสเข้าค่ายเสริมสร้างประสบการณ์ดีๆ นี้

ทางด้าน ดร.สวัสดิ์ ตันติพันธุ์วดี รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. กล่าวว่าโครงการค่ายนี้เดิมอยู่ในโครงการค่ายวิทยาศาสตร์ถาวรซึ่งเป็นโครงการเพื่อพัฒนาเด็กในโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชนหรือ “เจเอสทีพี” (Junior Science Talent Project: JSTP) แต่ได้แยกออกมาเพื่อเยาวชนทั่วไปที่สนใจในเรื่องเทคโนโลยีอวกาศ และเป็นการสร้างความรู้นอกห้องเรียน

ทั้งนี้ ดร.สวัสดิ์กล่าวว่าประเทศไทยกำลังจะมีดาวเทียมเป็นของเราเองจึงอยากจะเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชน โดยเริ่มจากจรวดอย่างง่ายก่อน โดยก่อนหน้านี้เด็กๆ ได้เรียนรู้จรวดที่ง่ายกว่าคือ “จรวดขวดน้ำ” ไปแล้ว และต้องไต่ระดับขึ้นสู่จรวดที่มีความซับซ้อนกว่า เป็นจรวดเชื้อเพลิงแข็งที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำตาล 2/3 ส่วน และดินประสิว 1/3 ส่วน แล้วใส่ในท่อพีวีซีที่เจาะรูด้านหนึ่งเพื่อลดแรงดันและป้องกันการระเบิด ซึ่งถ้าเติมซัลเฟอร์และถ่านจะได้ดินปืน

ดร.สวัสดิ์กล่าวต่อไปว่าการคัดเลือกผู้ผ่านเข้าค่ายจะพิจารณาว่าใครสามารถออกแบบจรวดได้ และรู้ว่าจุสำคัญของจรวดอยู่ตรงไหน ต้องรู้ว่าจุดศูนย์ถ่วงหรือซีจี (Cg) และจุดศูนย์ถ่วงของแรงดัน (center of pressure) ควรจะอยู่ตรงไหน บนหรือล่าง จึงจะทำให้ยิ่งจรวดได้เป็นเส้นตรง ซึ่งความรู้ตรงนี้เป็นความเดียวกับจรวดที่ส่งคนและยานขึ้นไปในอวกาศ และ ดร.สวัสดิ์ยังกล่าวเสริมว่าในอีก 3 ปี เมื่อค่ายวิทยาศาสตร์ถาวรที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศสร้างเสร็จ จะจัดให้มีค่ายวิทยาศาสตร์ทุกสัปดาห์

และนอกจากน้องๆ ทั้ง 15 กลุ่มที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าไปศึกษาการสร้างจรวดและทดลองปล่อยจรวดด้วยตนเองแล้ว ยังจะได้พบปะพูดคุยกับนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการจากองค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐหรือนาซา (National Aeronautics and Space Administration: NASA) อีกทั้ง 3 กลุ่มแรกที่ทำคะแนนได้สูงสุดจะได้รับโล่เกียรติยศจาก สวทช.อีกด้วย

น้องๆ คนใดอยากมีโอกาสรู้ลึกในเรื่องเทคโนโลยีอุบัติใหม่นี้ ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมโหลดใบสมัครได้ที่ www.nstda.or.th/jstp
กำลังโหลดความคิดเห็น...