xs
xsm
sm
md
lg

แรงบันดาลใจจากน้องสู่พี่/ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


(ซ้ายไปขวา) สิน สิทธิสมาน-สรวง สิทธิสมาน
เจ้าลูกชายสองคนของดิฉันจัดอยู่ในประเภทพี่น้องที่มีความสนิทสนมแนบแน่นกันมาก เนื่องเพราะได้ผ่านเรื่องราวในชีวิตประเภทเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาโดยตลอด โดยเฉพาะเจ้าคนโต “สรวง สิทธิสมาน” ที่มักก่อการมีไอเดียในการทำสิ่งใหม่ๆ ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ และในไอเดียก่อการก็มักมีน้องชาย “สิน สิทธิสมาน” อยู่ในโปรเจกท์ด้วยเสมอ ล่าสุดสองพี่น้องได้จับมือกันทำโครงการ “พี่น้องสองส.” ขึ้นมา โดยพี่ชาย “สรวง” ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจในการก่อการผ่านคอลัมน์นี้

………………………

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว....

ปี 2019 เป็นปีที่ผมได้รับงานพิเศษเป็น “พิธีกร” ครั้งแรกในชีวิต ในงานเทศกาลสงกรานต์ที่จัดขึ้นโดยหอการค้าไทยในจีน นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผมเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ในการสื่อสารผ่านการพูด ไม่ใช่งานถนัดอย่างการเขียนที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องยอมรับว่าครั้งแรกในการเป็นพิธีกรของผมยังถือว่าทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่จุดชนวนให้ผมรู้สึกอยากเอาชนะตัวเองในด้านนี้

หลังจากนั้นผมยังคงได้รับโอกาสทำงานพิธีกรอยู่อีกหลายครั้ง จนเมื่อกลางปี 2020 โอกาสครั้งใหญ่อีกครั้งก็เข้ามาในชีวิตผม เป็นงานที่ต้องใช้ทักษะทั้งการพูดและการใช้เสียง ซึ่งต่อยอดมาจากการเป็นพิธีกรอีกที
นั่นคือการที่ผมได้เป็นผู้จัดรายการ Podcast ของตัวเองครับ ผ่านช่องทางโครงการของ Thai PBS Podcast โดยใช้ชื่อรายการว่า “เดินเล่า.. เอาเรื่อง” จนปัจจุบัน ปล่อยออกมาได้ 30 เทปแล้ว

ในปี 2021 นี้ก็มีโครงการต่าง ๆ มากมายผ่านมาวนเข้าเวียนออกอยู่ในชีวิตผม หนึ่งในโปรเจกท์เหล่านั้นคือโปรเจกท์รายการทางโซเชียลมีเดีย พูดง่าย ๆ คือผมจะมีรายการเป็นของตัวเอง นี่เป็นความพิเศษข้อแรก
ความพิเศษของรายการนี้อีกข้อหนึ่งคือผมได้เป็นพิธีกรรายการคู่กับน้องชาย...

“สิน สิทธิสมาน”

ส่วนเนื้อหาและรายละเอียดของรายการนั้นคงจะต้องรอติดตามกันนะครับ แต่ผมจะบอกคำใบ้ให้เล็กน้อยครับ ชื่อของรายการนี้มีคำว่า “ส.ส.” (ที่ไม่ได้ย่อมาจาก “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”) อยู่ในนั้น...

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่เดือน การจัดรายการนั้นยังไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในแผนชีวิตของผมเลยด้วยซ้ำครับ เพราะผมไม่ถนัดงานแสดงออก ยิ่งเป็นงานที่อยู่หน้ากล้องและต้องเจอกับแสง ยิ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับบุรุษผู้รักความสงบอย่างผม แต่ทำไมอยู่ดี ๆ ผมถึงเปลี่ยนใจ

ผมตอบได้เลยครับว่าเป็นเพราะคุณชายเล็กแห่งบ้านสิทธิสมานแน่นอน

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกแรก ครอบครัวของผมได้ใช้โอกาสนั้นในการกระชับความสัมพันธ์ หลังจากที่ผมและน้องชายไม่ได้ประจำอยู่กับบ้านเป็นเวลาครึ่งชีวิต ต้องมีอะไรให้ปรับตัวอีกมากมาย ซึ่งก็ตามประสาผู้ใหญ่ครับ คนเป็นพ่อแม่ย่อมอยากรู้เกี่ยวกับการวางแผนอนาคตของลูกชายอยู่แล้ว เพื่อความสบายใจก่อนจะเกษียณอายุ

สินได้เล่าให้คนทั้งครอบครัวฟังว่า แผนระยะสั้นของเขาคือการถอยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีกล้องคมชัด จากนั้นใช้มันในการสร้างคอนเทนท์ออนไลน์ และเผยแพร่ผ่านช่องทาง Youtube เพราะเห็นว่าเป็นช่องทางที่พอจะหารายได้เสริมได้ โดยตัวสินเองยังคงลังเลอยู่ว่าจะทำเนื้อหาเกี่ยวกับฟุตบอลที่เป็นความชื่นชอบส่วนตัว หรือทำเป็น Vlog พาทัวร์เซี่ยงไฮ้ ซึ่งคงเป็นไปได้ยากแล้ว ณ วันนี้ เพราะยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ไทยไปไม่รู้จะอีกกี่เดือน

และด้วยเหตุผลที่ว่าตลาดคอนเทนท์ฟุตบอลนั้นมีคู่แข่งเยอะมากอยู่แล้ว แต่น้อยคนมากที่ทำ Vlog พาเที่ยวประเทศจีน โดยเฉพาะในนครเซี่ยงไฮ้ น้องผมจึงเลือกที่จะรอสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายและกลับไปเริ่มทำคอนเทนท์ที่จีน

แต่ปัญหาคาใจนั้นอยู่ที่ว่า โควิด 19 มันดันไม่หยุดระบาดเสียที ผ่านไประลอกแล้วระลอกเล่า โอกาส ความหวัง และเวลาของการเรียนอยู่ที่จีนก็เริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ จนโครงการร้อยล้านของสินต้องถูกพับไป

จนเมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสคุยเปิดใจกับสิน เกี่ยวกับความฝันการเป็น Youtuber ของเขา น้องชายคนนี้เปิดเผยให้ผมรู้ว่า จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มีแค่ไอเดียในการทำคอนเทนท์เรื่องฟุตบอลและ Vlog แค่ 2 ตัวเลือกเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยังไม่เคยเอามาพูดกับผม คือการทำรายการประมาณ “สองพี่น้องสรวงสิน” โดยให้เหตุผลว่าเคมีพี่น้องสองคนของเราน่าจะมีเสน่ห์อยู่พอตัว น่าจะขายได้บ้าง ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ยังไม่เห็นภาพ ว่าถ้าทำร่วมกันขึ้นมาจะทำเป็นรูปแบบไหน

จนเมื่อไม่นานมานี้ ผมถูกชักชวนให้ไปทำรายการกับเพจเฟสบุ๊คเพจหนึ่ง ซึ่งในระหว่างที่ผมลังเลนั้น สิ่งที่สินเคยพูดก็เข้ามาในหัว ผมจึงได้เสนอไอเดียเรื่องการทำรายการคู่พี่น้องให้กับทางทีมไป โดยทุกคนก็เห็นว่าน่าสนุก จึงได้ระดมสมองกันอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็เกิด “โปรเจกท์สรวงสิน” ขึ้น

พวกเราเริ่มทำการบ้าน นัดแนะกำหนดการทำงานกันในสัปดาห์ต่อมาเลย

สำหรับช่วงแรกของการทำงาน เราอัดกันไว้ 5 เทป แต่ใช้ได้จริง ๆ มีอยู่แค่ 2 เทปเท่านั้น ยังติดปัญหาเรื่องความลื่นไหลของสคริปต์ จังหวะการพูดไม่สมดุล เนื้อหาไม่น่าสนใจ ซึ่งก็ต้องถือว่าเราทั้งคู่ยังไม่ได้มีทักษะการเผชิญหน้ากับกล้องในระดับมืออาชีพ เป็นเพียงแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น ยังมีอีกมากมายที่ต้องพัฒนา…

สำหรับความรู้สึกของตัวผมเอง ถึงแม้ว่าช่วงแรกจะเจอปัญหาอยู่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าสนุก ส่วนหนึ่งก็เพราะได้ทำร่วมกับน้องชาย ได้ชงมุกส่งมุกกัน ได้หัวเราะร่วมกัน ซึ่งก็เป็นไปตามแบบฉบับของพี่น้องส.ส. (สรวง-สิน) ที่อยู่ด้วยกันมาทุกที่ เอาตัวรอดในโรงเรียนประจำมาด้วยกัน เล่นกีฬาด้วยกัน อยู่จีนด้วยกัน ติวสอบด้วยกันทั้งหน้าสนามสอบ รวมทั้งทางออนไลน์

นับว่าเป็นการออกจาก Safe Zone ครั้งแรกที่ค่อนข้างสบายใจเลยครับ เพราะไม่ได้ออกอยู่คนเดียว แต่มีเพื่อนที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเป็นสิบ ๆ สนามรบอยู่เคียงข้าง

อย่างไรก็ตาม เทปรายการนี้จะถูกปล่อยตอนแรกเร็ว ๆ นี้ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะครับ


ขอบคุณครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...