xs
xsm
sm
md
lg

"ครูโอ๊ะ" ฟุ้ง 9 เรื่องพัฒนา ร.ร.เอกชน เร่งดันงบปี 63 พัฒนา 111 ล้านบาท

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"กนกวรรณ" ลงพื้นที่เมืองพัทลุง ฟังเสียง ร.ร.เอกชน ฟุ้ง 9 เรื่องส่งเสริม ร.ร.เอกชน เพิ่มเพดานค่ารักษาพยาบาลเป็น 1.5 แสนบาทต่อคนต่อปี ผลักดันงบปี 63 พัฒนา ผอ. ครู ร.ร.เอกชน 111 ล้านบาท กำลังเข้าสู่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ใน ต.ค.นี้

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่พบปะผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน ร.ร.วีรนาทศึกษา อ.เมือง จ.พัทลุง ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมรับฟังการทำงานของ ร.ร.เอกชนมานั้น ได้รับทราบปัญหาหลายอย่าง จึงได้ดำเนินการอย่างจริงจัง กำหนดนโยบายสำคัญหลายประการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชน โดยมีนโยบายที่ดำเนินการสำเร็จเป็นรูปธรรม ได้แก่ 1.เพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ร.ร.เอกชน จากไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อคนต่อปี เป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ โดยจะเริ่มเบิกจ่ายตามเพดานค่ารักษาพยาบาลใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป

2.จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายของ ศธ. ปี 2562 ให้ สช. จำนวน 23 ล้านบาท เพื่อพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน ตามนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ 5 เรื่อง ได้แก่ 1. การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ปฐมวัย 2. การจัดการเรียนรู้วิชา Coding 3. การใช้ภาษาอังกฤษบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (EIS) 4. การสอนคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการคิด และ 5. การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล โดยกำหนดจัดอบรมตามเขตพื้นที่ของสำนักงานศึกษาธิการภาค  18  ภาค  และ กทม.ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2562
 
3. ผลักดันงบประมาณปี 2563 เพื่อพัฒนาผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชนจำนวน 111 ล้านบาท (งบพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชน 111,172,700 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 12.5 ล้านบาท) ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ใน ต.ค.นี้ ซึ่งจะใช้ดำเนินการตามนโยบายสำคัญ ได้แก่ อบรมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ เช่น การอบรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สะเต็มศึกษา  Coding  และพลังงานทดแทน อบรมครูปฐมวัย ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ศาสตร์พระราชา และการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา และการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและความสามารถพิเศษ รวมถึงส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ในโรงเรียนในระบบและนอกระบบ

4.ส่งเสริมกิจการลูกเสือในโรงเรียนเอกชน โดยสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ  ลูกเสือจิตอาสา  และลูกเสือมัคคุเทศก์ ของโรงเรียนเอกชน โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ 5. แก้ไขปัญหาการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน โดยปกติ สช. จะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ทำให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนกับโรงเรียนเป็นประจำทุกปี ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน  และการจ่ายเงินเดือนครู  จึงมีนโยบายให้มีการเกลี่ยงบประมาณภายในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครู และโรงเรียนเอกชน สำหรับปีงบประมาณนี้ได้เกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานอื่นให้ สช. จำนวน 250 ล้านบาท จึงทำให้ในปีงบประมาณ 2562 สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ครบตามจำนวนและไม่ให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียน

6. ให้การช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบอุทกภัย จำนวน 20 โรงเรียน โดยมอบหมาย สช. ลงพื้นที่  เพื่อมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น โรงเรียนละ 10,000 บาท และสมาคม ปสกช.ร่วมสมทบอีก โรงเรียนละ 5,000 บาท 7. แข่งขันทักษะวิชาการ (นักเรียนเกรดอ่อน) ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะของนักเรียนตามความถนัด 8. นำเสนอ Best Practice ของโรงเรียนเอกชนทุกประเภทต่อสาธารณะ เช่น โรงเรียนพลังงานต้นแบบ (ศรีแสงธรรม) และ 9. ศึกษาแนวทางการปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนร่วมกับ สช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

"จากนโยบายและการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาและจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชนที่ดิฉันได้ร่วมผลักดันในวันนี้ จะส่งผลให้โรงเรียนเอกชนมีความเข้มแข็ง และเป็นกำลังสำคัญร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อไป " รมช.ศธ.กล่าว






กำลังโหลดความคิดเห็น...