xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน" มอบ "น้ำมันเดชา" ล็อตแรก 5 พันขวดให้ รพ.ศรีประจันต์ ก่อนส่งเพิ่มอีก 21 รพ. คาด 1 ต.ค.เปิดคลินิกได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"อนุทิน" มอบใบรับรองหมอพื้นบ้านให้ อ.เดชา พร้อมรับมอบสูตรตำรับน้ำมันเดชาให้เป็นสมบัติของชาติ ก่อนมอบ "น้ำมันเดชา" ล็อตแรก 5 พันขวดให้แก่ รพ.ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี คาดสัปดาห์นี้ส่งให้อีก 21 รพ.อีกแห่งละ 450 ขวด เชื่อ 1 ต.ค.นี้เปิดคลินิกจ่ายน้ำมันเดชาได้ หลังคกก.จริยธรรมวิจัยฯ อนุมัติแล้ว ด้าน อ.เดชา แนะวิธีใช้ทั้งบรรเทาอาการและรักษาโรค เริ่มต้น 3 หยดในผู้หญิง 5 หยดในผู้ชาย ปรับเพิ่มลดจนนอนหลับได้ดี ส่วนระบบเก็บข้อมูลวิจัยใกล้เสร็จแล้ว

วันนี้ (25 ก.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีการจัดประชุมชี้แจงการใช้น้ำมันเดชา ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับ 22 โรงพยาบาลที่จะให้บริการจ่ายยาน้ำมันเดชา โดยมี นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เป็นประธาน และมี นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี เป็นผู้วิทยากรร่วมอธิบายรูปแบบการสั่งใช้ตำรับน้ำมันเดชา

ต่อเมาเวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เข้าร่วมประชุมด้วย พร้อมกับมอบใบรับรองหมอพื้นบ้านให้แก่ นายเดชา ขณะเดียวกัน นายเดชาได้มอบเอกสารสูตรตำรับน้ำมันเดชาให้แก่นายอนุทิน เพื่อให้ตำรับดังกล่าวเป็นสมบัติของชาติในการช่วยเหลือดูแลสุขภาพประชาชน พร้อมกันนี้ นายอนุทิน ยังมอบน้ำมันเดชาล็อตแรกจำนวน 5,000 ขวด ให้แก่ นพ.สุธน ยุวศิรินันท์ ผอ.รพ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และนายเดชา

นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องขอบคุณ อ.เดชา ที่มอบสูตรสารสกัดน้ำมันกัญชาให้แก่ สธ.ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการรักษาผู้ป่วย ซึ่งจริงๆ แล้ว อ.เดชาสามารถไปจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสร้างความร่ำรวยได้ แต่ก็ไม่ทำ และนำมามอบให้แก่ประชาชนคนไทยผ่าน สธ. การที่พบนวัตกรรมด้วยตัวเองและไม่หวงเช่นนี้เป็นเรื่องท่น่ายกย่อง ซึ่งการขับเคลื่อนกัญชาเสรีทางการแพทย์ ทาง อ.เดชาและเครือข่ายภาคประชาชนถือว่ามีส่วนอย่างมากในการช่วยเร่งให้นโยบายขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว เพราะช่วยผลักดันให้เกิดกระแสตอบรับโดยเฉพาะในทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งตนในฐานะฝ่ายการเมืองก็คงผลักดันได้แค่การแพทย์สมัยใหม่

นพ.มรุต กล่าวว่า ขณะนี้กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร สามารถผลิตน้ำมันเดชาได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล็อตแรก 5 พันขวดนี้ได้ส่งมอบให้แก่ รพ.ศรีประจันต์ ก่อน เพื่อให้เกียรติแก่ อ.เดชาด้วย ซึ่งการขนส่งทาง รพ.ศรีประจันต์ได้จัดเตรียมรถแอมบูแลนซ์ ที่มีการติดจีพีเอส ติดกล้องวงจรปิดตามมาตรฐานการขนส่งยาเสพติด และได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้วมาขนส่งกลับไป ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ อีก 21 แห่ง ในวันที่ 26 ก.ย.ทางกรมการแพทย์แผนไทยฯ จะส่งน้ำมันเดชาให้แก่ อภ.เพื่อเป็นหน่วยในการกระจายไปยังโรงพยาบาลที่เหลือ ซึ่งตั้งเป้าว่าจะกระจายให้ทุก รพ.จำนวน 600 ขวด แต่เบื้องต้นจะจัดส่งก่อน 450 ขวดต่อโรง และหลังจากนี้จึงค่อยทยอยจัดส่งเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าปลายสัปดาห์นี้ก็สามารถส่งกระจายได้ และไปถึงโรงพยาบาลในช่วงต้นสัปดาห์หน้า

"คาดว่าวันที่ 1 ต.ค.นี้ ก็จะสามารถเริ่มใช้ในคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทยได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละโรงพยาบาลและวันเวลาในการเปิดคลินิกด้วย ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน สธ.ได้อนุมัติโครงการวิจัยแล้ว ทำให้สามารถเริ่มจ่ายยาและทำการเก็บข้อมูลผู้ป่วยได้ ส่วนนโยบายที่จะให้โรงพยาบาล 12 แห่งที่เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบันมีการใช้น้ำมันเดชาร่วมด้วยนั้น เนื่องจากโครงการวิจัยเราเสนอเพียง 22 โรงพยาบาล ดังนั้ จะมีการเสนอโครงการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้ได้ใน 12 รพ.ด้วย" นพ.มรุต กล่าว

นายเดชา กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ส่งรายชื่อผู้ป่วยของตน 40,900 กว่าคนให้แก่ สธ.เรียบร้อยแล้ว ขนาดพื้นที่ห่างไกลอย่าง จงแม่ฮ่องสอนก็ยังมีถึง 22 คน ซึ่งการที่ สธ.รับไปดูแลและให้ไปรับน้ำมันเดชาตามโรงพยาบาลก้จะช่วยเพิ่มการเข้าถึง ไม่ต้องเดินทางมาหาตน ซึ่งเป็นระยะทางที่ไกล ซึ่งก้ต้องขอบคุณที่ทำตามสัญญา คือ ใช้สูตรของตน นำมาใช้รักษาทุกโรค เพราะเป็นในเชิงวิจัย หากผู้ป่วยยินยอมและลงชื่อรับทราบ ซึ่งตรงนี้เป็นเพราะนายอนุทินทำตามสัญญาไว้ อย่างไรก็ตาม เสนอว่าการใช้สารสกัดกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่ยังมีการใช้น้อย เพราะมีการจำกัดกลุ่มโรคไว้แค่ 4 กลุ่ม และใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่ง อภ.ผลิตได้เป็นหมื่นขวด ตนมองว่าใช้ทั้งปีก็คงไม่หมด จึงอยากขอว่า การปลูกกัญชาร่วมกับ ม.แม่โจ้ ที่สธ.ต้องรับซื้ออยู่แล้ว และจะผลิตออกมาได้เป็นล้านขวด จะนำมาให้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ในการผลิตยากัญชาแผนไทยแทนดีกว่าหรือไม่ เพราะน่าจะมีการใช้จำนวนมากกว่า ทั้งนี้ มองที่ประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง ก็จะเห็นว่าควรนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านไหนมากกว่ากัน นอกจากนี้ การใช้กัญชาทางการแพทย์แผนไทย จะทำให้ไทยก้าวหน้ามากกว่าประเทศอื่น เพราะหากเน้นแผนปัจจุบันเราคงตามชาติอื่นไม่ทัน แต่การกล้าลองใช้ในทางการแพทย์แผนไทยในเชิงวิจัยที่กำลังทำอยู่นี้ ภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี ก็จะได้ความรู้และข้อมูลเบื้องต้นว่าสามารถนำมาใช้ในการรักษาอะไรได้บ้าง

นายเดชา กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการใช้น้ำมันเดชานั้น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.บรรเทาอาการ เช่น ปวด ชัก สั่น แนะนำให้ใช้หยอดใต้ลิ้น หรือหยอดหู ซึ่งจะดูดซึมไปใช้ได้เร็วกว่า โดยจำนวนหยดจะใช้จนกว่าจะหายจากอาการ สำหรับอาการปวดหัวอาจใช้การหยอดทางหูได้ ส่วนอาการปวดอื่นๆ อาจเลือกการหยอดใต้ลิ้น ซึ่งรุปแบบนี้ไม่ได้ใช้ในการรักษาอาการ และ 2.การรักษาอาการป่วย ซึ่งหลักการจะเป็นการใช้น้ำมันกัญชาเพื่อให้ร่างกายหลับอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ร่างกายพักผ่อนและซ่อมแซมตัวเองจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ไม่ใช่การรักษาโรคติดเชื้อ ซึ่งเบื้องต้นในผู้หญิงให้เริ่มที่ 3 หยด ส่วนผู้ชายเริ่มต้นที่ 5 หยด ซึ่งความเข้มข้นของน้ำมันเดชาถือว่ามีความเข้มข้นต่ำ หรือโลว์โดส ทำให้สามารถหาปริมาณที่ต้องใช้อย่างเหมาะสมได้ ซึ่งเบื้องต้นจะให้หยอดใช้ที่โรงพยาบาลก่อน เพื่อดูอาการข้างเคียง หากไม่มีอาการอะไรก็ให้กลับไปใช้ที่บ้านได้ แต่หากมีอาการก็ต้องปรับโดส อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้แล้ว เช่น 5 วัน แล้วอาการไม่ดีขึ้น ก็อาจเพิ่มปริมาณขึ้น 2 หยด แล้วมาดูอาการว่าดีขึ้นหรือไม่ ช่วยให้หลับอย่างเหมาะสมหรือไม่ หากมีอาการมึนงงก็ให้ลดลง 1 หยด เพื่อหากจุดที่พอดีของโดส แต่เมื่อใช้ไปสักพักแล้วร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง หากใช้แล้วไม่ดีขึ้นก็ให้เพิ่มโดส หรือหากมีอาการมึนก็ให้ลดโดสลงจนกว่าจะเจอขนาดที่เหมาะสมกับร่างกาย ทั้งนี้ ขวดน้ำมันเดชาได้ผลิตขึ้นให้สามารถใช้ออกมาทีละหยดได้ แต่เพื่อความแม่นยำ อาจใช้หยดลงช้อนก่อนที่จะนำมาใช้หยอดใต้ลิ้นได้ หรืออาจให้คนอื่นหยอดให้

นายภานุพงศ์ ภู่ตระกูล ผู้จัดการศูนย์การจัดการข้อมูล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ระบบในการติดตามจะมีระบบเก็บข้อมูลของ อย.อยู่แล้ว ส่วนการเก็บข้อมูลงานวิจัยน้ำมันเดชานั้น จะใช้ระบบที่เรียกว่า EDC ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา คาดว่าจะแล้วเสร็จและทำคู่มือส่งให้ทั้ง 22 โรงพยาบาลในการเตรียมใช้เปิดคลินิกในการจ่ายน้ำมันเดชาได้ในเร็วๆ นี้ เพราะเริ่มมีการทยอยส่งมอบแล้ว ซึ่งการกรอกข้อมูลงานวิจัยจะเป็นการเข้าผ่านเว็บเบส ที่จะต้องใช้ยูสเซอร์และพาสเวิร์ด มีระบบรักษาความปลอดภัย ส่วนการบันทึกข้อมูลจะแบ่งเป็น คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างไร รูปแบบการจ่ายยาเป็นอย่างไร และอาการข้างเคียง ซึ่งจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลในช่วง 3 เดือนในเชิงปริมาณ และ 6 เดือน ในเชิงคุณภาพ














กำลังโหลดความคิดเห็น...