xs
xsm
sm
md
lg

แจง 4 เหตุผลขึ้นภาษีน้ำตาลอีกรอบ 1 ต.ค.นี้ หวังลดกินหวาน ลดโรคเรื้อรัง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมอนามัย แจง 4 เหตุผลขึ้นภาษีน้ำตาลอีกรอบ 1 ต.ค.นี้ หวังลดเติมน้ำตาลในเครื่องดื่ม ช่วยราคาเครื่องดื่มผสมน้ำตาลราคาแพงขึ้น ดึงคนกินอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

วันรี้ (23 ก.ย.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการเก็บภาษีสินค้าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในปริมาณสูง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ก.ย. 2560 และจะมีการปรับเพิ่มภาษีความหวานอีกรอบในวันที่ 1 ต.ค. นี้ ว่า หากผู้ผลิตยังไม่สามารถลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มได้ จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ส่งผลให้ราคาเครื่องดื่มสูงขึ้น วัตถุประสงค์หลักของการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณน้ำตาล คือ 1. เพื่อให้ผู้ผลิตและนำเข้าเครื่องดื่ม มีแรงจูงใจในการปรับสูตรการผลิต หรือผลิตสินค้าทางเลือกเพื่อสุขภาพที่มีปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมที่ 6 กรัมต่อปริมาณเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร 2. เพิ่มรายได้ภาครัฐจากการจัดเก็บภาษี 3. เพื่อลดพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่ม รสหวานของคนไทย และ 4. ลดความชุกของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคฟันผุ

“ที่ผ่านมา กรมฯ ได้เร่งสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพและโภชนาการที่สมดุล ให้ประชาชนบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พร้อมส่งเสริมการบริโภคเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม เติมเต็มผักผลไม้ ส่งเสริมให้ผู้บริโภคอ่านฉลากโภชนาการ เลือกซื้ออาหารที่ได้สัญลักษณ์ Healthier Choice Logo ซึ่งกรมฯ หวังว่าหลังจากภาครัฐปรับขึ้นภาษีสินค้าเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ จะช่วยให้คนไทยสุขภาพดีขึ้น ลดภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนให้ลดน้อยลง”อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กล่าวว่า น้ำตาลหากบริโภคมากไปจะก่อให้เกิดผลเสีย เช่น ฟันผุ โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ซึ่งจากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ โดยสำนักทันตสาธารณสุข พบว่าเด็กอายุ 12 ปี บริโภคน้ำอัดลม น้ำหวาน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความนิยมบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของปัญหาทางด้านสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าความชุกของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34.7 ในปี 2551 เป็นร้อยละ 37.5 ในปี 2557 นอกจากนี้ กรมอนามัยเตรียมจะเสนอให้นำน้ำตาลออกจากผลิตภัณฑ์อาหารเด็ก เพื่อลดพฤติกรรมการบริโภคหวานในเด็ก เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเด็กไทยติดหวานจนทำให้มีปัญหาโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้น เป็นปัญหาพฤติกรรมสุขภาพ ของเด็กไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขและป้องกันอย่างต่อเนื่องต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...