xs
xsm
sm
md
lg

อธิบดีกรมพินิจฯ ชี้เคส “ลันลาเบล” ถูกมอม บทเรียนเข้าถึงน้ำเมาง่าย เผยเด็กติดคุกฐานเมาทำร้ายคนอื่นมาก 40%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อธิบดีกรมพินิจฯ ชี้ เคส “ลันลาเบล” ถูกมอมเหล้าดับ บทเรียนเยาวชนเข้าถึงน้ำเมาง่ายเกินไป ย้ำ ต้องควบคุมปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัย ให้ห่างไกลเหล้า ห่วงสถานการณ์เยาวชนผิดฐานเมาแล้วขับเพิ่มขึ้น ปี 62 มีมากกว่าพันราย ผิดฐานทำร้ายคนอื่นพบ 40% มาจากฤทธิ์เหล้า หากคุมได้ช่วยลดความุรนแรง การก่ออาชญากรรม

วันนี้ (23 ก.ย.) ที่เดอะฮอล์บางกอก นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือ “ลันลาเบล” พริตตี้สาว ซึ่งผลชันสูตรมาจากการถูกมอมเหล้าจนเสียชีวิต ภายในงานเสวนา “สถานการณ์ความเสี่ยงของเด็กและเยาวชนไทยในครอบครัวนักดื่ม” ว่า ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกิดขึ้นได้ทั้งกับตัวผู้ดื่มเอง และคนรอบข้างที่ไม่ได้ดื่ม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่กรณีนี้ แต่หลายๆ เหตุที่เกิดขึ้น มาจากการที่เราให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าถึงเยาวชนได้ง่าย ซึ่งความผิดของเด็กและเยาวชนที่เข้ามาอยู่ในความดูแลของกรมฯ ที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า ในส่วนของความผิดฐานเมาแล้วขับ ปี 2559 มีประมาณ 700-800 ราย ส่วนปี 2562 ยังไม่ครบปีแต่พุ่งไปพันกว่ารายแล้ว แนวโน้มถือว่าน่าเป็นห่วง ขณะที่ฐานความผิดต่อชีวิตและร่างกายผู้อื่น ที่ทำให้บาดเจ็บเสียหายเสียชีวิตนั้น พบว่า 40% มาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนการล่วงละเมิดทางเพศมีบ้าง แต่ไม่ได้มีนัยยะสำคัญว่ามาจากการดื่มสุรา

นายสหการณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เรายังประนีประนอมกับเรื่องของสุรามากเกินไป โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ที่จะต้องดูแลไม่ให้เข้าถึงได้ง่าย เพราะเป็นวัยที่ต้องเรียนและเติบโตมาเป้นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ เป็นกำลังของประเทศ หากมีมาตรการชัดเจนจริงจังไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึง ก็น่าจะช่วยป้องกันเหตุต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยได้ โดยเฉพาะเหตุที่จะเกิดกับคนที่ไม่ได้ดื่มเหล้า แต่ต้องมารับผลกระทบ อย่างการทำร้ายผู้อื่นจากการดื่มถึง 40% ก็จะลดลงไป ผลจากการดื่มและก่อความรุนแรงจนเกิดอาชญากรรมขึ้นจะลดลงชัดเจน โดยจะต้องมีการปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัย ต่อเนื่องจนถึงวัยเรียน มหาวิทยาลัย ใช้ทั้งมาตรการเชิงบวก และบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ มองว่าควรคงมาตรการตัดระเบียบสังคม โดยเฉพาะคำสั่ง คสช. 22/2558 เรื่องร้านเหล้า ที่ควรนำไปแก้ไขในกฎหมายของและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายสหการณ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของเสนอเปิดผับถึงตีสี่ ต้องดูรายละเอียด ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีการกำหนดโซนนิงเปิดสถานบริการ ซึ่งต้องมีเงื่อนไขในการป้องกันเด็กและเยาวชนชัดเจน แยกจากพื้นที่อยู่อาศัย ไม่ก่อความรำคาญ ถ้าแบ่งแยกชัดเจนแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมาหารือในรายละเอียดนโยบาย ซึ่งรัฐบาลคงมองอย่างรอบคอบ แต่ปัจจุบันที่เป็นปัญหา คือ ยังมีการเปิดสถานบริการรอบสถานศึกษา ซึ่งทางรัฐบาลก็เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ในการเอาผิด


กำลังโหลดความคิดเห็น...