xs
xsm
sm
md
lg

สปสช.เชื่อมทะเบียนสิทธิรักษาภาครัฐแล้ว 115 กองทุน ลดซ้ำซ้อน ประหยัดงบ 750 ล.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สปสช.เผยจัดทำทะเบียนสิทธิรักษาภาครัฐ 128 หน่วยงาน เชื่อมโยงข้อมูลแล้ว 115 กองทุน เตรียมประสาน 13 หน่วยงานที่เหลือ ชี้ช่วยลดความซ้ำซ้อน คุ้มครองสิทธิคนไทยรักษาต่อเนื่อง ลดภาระงบประเทศ 750 ล.บาทต่อปี

นพ.การุณย์ คุณติรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงการจัดทำฐานทะเบียนสิทธิรักษาพยาบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อน ว่า ปัจจุบันมี 128 หน่วยงานรัฐ ที่จัดสวัสดิการสิทธิรักษาพยาบาลให้บุคลากร บางหน่วยงานให้สิทธิคนในครอบครัวด้วย ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน เกิดปัญหาการจัดลำดับสิทธิและการจัดสรรงบประมาณดูแล คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2558 ให้ สปสช.เป็นหน่วยงานกลางบริหารจัดการทะเบียนสิทธิการรักษาพยาบาล (National Beneficiary Registration Center) เพื่อจัดฐานข้อมูลทะเบียนผู้มีสิทธิรักษาพยาบาลคนไทยทั้งประเทศ

นพ.การุณย์ กล่าวว่า สปสช.ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาระบบทะเบียนสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทน 128 หน่วยงานประชุม เพื่อจัดทำฐานทะเบียนข้อมูลสวัสดิการที่รัฐจัดให้ พร้อมทั้งจัดทำโปรแกรมรองรับในการส่งข้อมูล ซึ่งช่วงแรกหลายหน่วยงานห่วงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล บางหน่วยงานจัดสวัสดิการให้บุคลากรและบุคคลในครอบครัวมีขอบเขตจำกัด ไม่ครอบคลุม และเกรงว่า จะไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้เมื่อเกินวงเงินของหน่วยงาน ซึ่งก็สามารถทำความเข้าใจและดำเนินการร่วมกันได้เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ การบูรณาการฐานทะเบียนสิทธิสวัสดิการที่รัฐจัดให้ ทำให้ลดความซ้ำซ้อน ลดภาระงบประมาณประเทศได้ถึง 750 ล้านบาทต่อปี เกิดประโยชน์อย่างมากในการตรวจสอบสิทธิและการใช้สิทธิรักษาพยาบาล เป็นการคุ้มครองประชาชนทุกคนให้เข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง

"จากจำนวน 128 หน่วยงาน เชื่อมโยงข้อมูลแล้ว 115 หน่วยงาน มีเพียง 13 หน่วยงานที่ดูแลผู้มีสิทธิประมาณ 1 ถึง 2 แสนคนเท่านั้นที่อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือ และวางแผนดำเนินการต่อไป ก้าวต่อไปของการจัดการทะเบียนสิทธิการรักษาพยาบาลโดย สปสช.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง ได้พัฒนาข้อมูลทะเบียนสิทธิการรักษาให้อยู่ในรูปโมบายแอป เพื่อตอบสนองวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ ขณะที่หน่วยบริการในอนาคตจะเน้นระบบเทเลเมดิซีน ให้คำปรึกษาทางออนไลน์ ดังนั้นทั้งหมดจึงต้องก้าวไปพร้อมกันเพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์” รองเลขาธิการ สปสช.กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...