xs
xsm
sm
md
lg

อย่าปล่อยให้ใครมา Bully ลูกของคุณ/ดร.แพง ชินพงศ์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“Bully” หรือการกลั่นแกล้งผู้อื่น เป็นการแสดงออกถึงพฤติกรรมเบ่งอำนาจและแสดงความเป็นใหญ่เหนือคนอื่น (Dominant Behavior) เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกที่และทุกเวลา แต่ในวัยเด็กถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ ความคิดและจิตใจ ซึ่งต่อเนื่องไปถึงบุคลิกภาพที่บกพร่องของเด็กแต่ละคน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จะทำให้แน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีใครมา Bully ลูกของคุณ
ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเข้าใจว่า พฤติกรรมเบ่งอำนาจและแสดงความเป็นใหญ่เหนือคนอื่นโดยการกลั่นแกล้งกันนี้มีหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูด ท่าทางการแสดงออก การกระทำ หรือแม้แต่การใช้สื่อประเภทต่างๆ อาทิ ข้อความ รูปภาพ คลิปวิดีโอ ทั้งในเชิงหยอกล้อที่เกินพอดีเสียดสี ข่มขู่คุกคาม อาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย โดยมุ่งหวังให้ผู้ถูกกระทำเกิดความกลัว อับอาย หรือจำเป็นต้องยอมทำตามคำสั่งหรือข้อเรียกร้อง ซึ่งแสดงถึงการมีสถานะและอำนาจที่เหนือกว่าของผู้กระทำ
ทั้งนี้ ผู้กระทำมักมีแรงขับมาจากการปิดบังปมด้อยหรือแผลในใจส่วนตัวและโยนความรู้สึกไม่ดีนั้นให้กับคนที่ดูอ่อนแอกว่าผลที่ได้คือความสนุกสนาน ความรู้สึกสุขใจที่ตนเองสามารถเอาชนะและอยู่เหนือกว่าได้ด้วยวิธีการด้อยค่าผู้อื่น อาจมีผลพลอยได้ในเรื่องของการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนและเข้าใจว่าตัวเองมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น ขณะที่ผู้ถูกกระทำต้องทนรับการถูกทำร้ายความรู้สึกจนเกิดเป็นความกลัว สับสน วิตกกังวล เสียใจ หรือผิดหวังกับตัวเอง ตกอยู่ในภาวะความเครียดและกดดันจนอาจเป็นโรคซึมเศร้า เก็บตัวหรือต่อต้านกฎทางสังคม รวมถึงมีพฤติกรรมการเรียนและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในทางลบ
สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กที่ถูกกระทำล้วนสร้างบาดแผลในใจ ซึ่งหากปล่อยให้เกิดขึ้นจนฝังลึกลงในจิตใจและบ่มเพาะบุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์ได้แล้วก็นับเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของคุณพ่อคุณแม่ที่จะต้องคอยเฝ้าระวังไม่ปล่อยให้ใครมา Bully ลูกของคุณได้ด้วยแนวทางดังต่อไปนี้
1.ถึงแม้ว่าตัวเด็กจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนและคุณครู แต่ไม่จำเป็นว่าการ Bully จะเกิดขึ้นได้เฉพาะในโรงเรียนและระหว่างเด็กกับเด็กด้วยกันเองเท่านั้น การดำเนินกิจกรรมอื่นในชีวิตประจำวันแม้จะใช้เวลาไม่มาก ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการเดินทาง การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ หรือการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ล้วนเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสอดส่องดูแลความผิดปกติอย่างใกล้ชิดเสมอ
2.คุณพ่อคุณแม่พึงตระหนักว่าการเฝ้าระวังและสอดส่องดูแลที่มากเกินไปนั้น อาจทำให้เกิดผลเสียตามมาด้วยเช่นกัน ในด้านหนึ่งจะทำให้เด็กเกิดความอึดอัด รู้สึกเหมือนถูกจับผิดและไม่ได้รับความไว้วางใจจากคนในครอบครัว อีกด้านหนึ่งถือเป็นการสร้างประเด็นที่ทำให้ผู้กลั่นแกล้งเห็นถึงความอ่อนแอและการขาดความมั่นใจในตัวเองของเด็ก การสอดส่องดูแลจึงต้องทำอย่างเหมาะสมและควบคู่ไปกับแนวทางอื่นๆ
3.เนื่องจากความล้มเหลวของผู้กลั่นแกล้งคือ ทำแล้วไม่รู้สึกสนุก ไม่เกิดความสุขสมหวังที่จะได้เห็นคนอื่นเจ็บปวด และไม่สามารถเบ่งอำนาจเหนือกว่าได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้คำแนะนำและสร้างความมั่นใจให้กับเด็กในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการควบคุมอารมณ์ การรู้จักปฏิเสธ วางเฉยหรือตอบรับตามความเหมาะสม รวมถึงการหลีกเลี่ยงและการขอความช่วยเหลือ
4.นอกจากการเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์อย่างเหมาะสมแล้ว คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องผลักดันให้เด็กสามารถสร้างคุณค่าตามความถนัดและความสนใจของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในการทำสิ่งที่มีคุณค่าให้กับตัวเองและผู้อื่นได้ดีกว่าการใส่ใจรับมือด้วยความโกรธหรือเก็บเรื่องไม่ดีให้มาบั่นทอนจิตใจ เป็นการกำจัดจุดอ่อนที่จะถูกโจมตีและไม่หวั่นไหวไปกับการกลั่นแกล้งใดๆ
5.การร่วมมือกันเป็นกลุ่มก้อนระหว่างผู้ปกครอง คุณครูและผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงสมาชิกในชุมชน ผู้ดูแลสถานที่ทำกิจกรรมของเด็กๆ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต่างก็มีความสำคัญในการช่วยกันเป็นหูเป็นตา การแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นถึงลักษณะปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา การที่คุณพ่อคุณแม่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ก็นับเป็นการเพิ่มโอกาสในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเด็กได้
6.วิธีการป้องกันที่มีประสิทธิผลมากที่สุดคือ การสร้างความเข้มแข็งและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในครอบครัว ร่วมมือกันทำให้ครอบครัวเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจของสมาชิกทุกคน เปิดกว้างและพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวและความต้องการของกันและกัน ทำให้รู้สึกอุ่นใจว่าคุณพ่อคุณแม่พร้อมที่จะสนับสนุนและปกป้องในทางที่สมควรอยู่เสมอ นอกจากนี้ การส่งเสริมให้เด็กมีความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มเพื่อนที่จะคอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกกลั่นแกล้งได้
พฤติกรรมเบ่งอำนาจเพื่อแสดงตัวเหนือคนอื่นโดยการกลั่นแกล้งหรือข่มขู่คุกคาม โดยเฉพาะกับเด็กซึ่งเป็นวัยที่เปราะบางนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้การยอมรับ แต่จำเป็นต้องขุดถอนออกไปจากสังคมให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งต้องเริ่มจากคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องไม่ปล่อยให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับลูกของคุณได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...