xs
xsm
sm
md
lg

สบส.จ่อตั้ง 2 กองทุน "ฌาปนกิจ-บำนาญ" ดูแล อสม.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สบส.จ่อตั้ง 2 กองทุนดูแล อสม. ทั้งฌาปนกิจสงเคราะห์ คาดเสร็จใน 2 เดือน หวังเป็นของขวัญปีใหม่ คาดเก็บศพละ 50 สตางค์ และกองทุนบำนาญ อสม. จ่ายร่วมระหว่าง อสม.และรัฐบาล ขระที่ค่าแรง 2.5 พันบาทต่อเดือนน่าจะชัดเจนปี 63

วันนี้ (5 ก.ย.) นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงนโยบายรัฐมนตรี สธ.ในการดูแลอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ว่า การดูแล อสม.ไม่เฉพาะเรื่องค่าตอบแทนรายเดือนเท่านั้น แต่ สบส.จะดำเนินการคู่ขนาน คือ การจัดตั้งกองทุนในการดูแล อสม.ให้ดีที่สุด ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการใน 2 กองทุน ได้แก่ 1.กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับ อสม. ในหลักการ คือ เก็บเงินจาก อสม.เพื่อไปจ่ายให้กับครอบครัว อสม.ที่สูญเสีย เบื้องต้นตกลงว่า จะเก็บศพละ 50 สตางค์ เมื่อ อสม.มีอยู่ราว 1 ล้านกว่าคนก็จะได้ 5 แสนบาทต่อ 1 ศพ และอนาคตกองทุนเข้มแข็ง อาจจะเพิ่มเป็น 1 บาทต่อศพ ครอบครัวอสม.ก็จะได้ 1 ล้านบาท หรือเปิดให้คู่สมรสเข้ากองทุนด้วย ถ้าเก็บศพละ 1 บาทก็จะกลายเป็น 2 ล้านบาทต่อศพ ซึ่งน่าสนใจมาก และอาจจะเป็นกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ส่วนการจ่ายเงินของอสม.ก็จะหักจากบัตรสมาร์ทการ์ดที่ อสม.มีประจำตัวอยู่แล้ว โดยจะมีการทำรายงานส่งให้ อสม.ทราบว่าแต่ละเดือนถูกหักเงินอะไรเท่าไรอย่างไร

นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า และ 2.กองทุนที่จะเป็นการดูแล อสม.ขณะที่ยังมีขีวิตอยู่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบ ซึ่งเดิมมองไปที่กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) แต่มีจุดอ่อนอยู่ที่เมื่ออายุเกิน 60 ปีจะไม่รับ แต่ปัจจุบัน อสม.มีคนอายุเกิน 60 ปีร่วม 4 แสนคน หาก กอช.ไม่รับคนจำนวนนี้ก็จะไม่มีแนวทางในการดูแล เพราะการจะใช้แนวทางใดจะต้องดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการเอง เป็นกองทุนบำนาญ อสม. ยกตัวอย่าง อสม.ออม 100 บาท รัฐบาลสมทบเข้าไป 200 บาท เป็นเดือนละ 300 บาท เป็นต้น เป็นรูปแบบผสมผสานระหว่างประกันสังคมและบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เพราะ อสม.ก็ทำงานด้วยความเสียสละให้ส่วนรวมและไม่มีเงินเดือน หากมีการบริหารกองทุนดีๆ เงินเดือนละ 300 บาทก็จะมีดอกเบี้ย คาดว่าจะบริหารแบบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ก็จะมีรายได้ เพิ่มขึ้นมาอีก 7-8 %ต่อปี

“กองทุนนี้จะทำให้อสม.ได้รับสวัสดิการไม่ต้องรอให้เสียชีวิต แต่หากอสม.เกษียณตนเอง เงินส่วนนี้ก็จะกลับคืนให้กับ อสม.เหมือนบำนาญของข้าราชการ แต่จะใช้วิธีแบบบำนาญข้าราชการเลยไม่ได้ เพราะ อสม.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงต้องใช้รูปแบบให้ อสม.ต้องลงขันด้วย ส่วนรัฐบาลก็สมทบเหมือนกับรูปแบบของประกันสังคม น่าจะเดินหน้าได้ในเร็วๆ นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐมนตรี” นพ.ณัฐวุฒิกล่าวและว่า ส่วนค่าตอบแทน อสม.คนละ 2,500 บาทต่อเดือน จะชัดเจนในปี 2563 ในรูปแบบของการวิจัย เพราะรัฐบาลนี้เข้ามาในช่วงปลายปีงบประมาณ 2562 การที่จะจ่ายเป็นค่าป่วยการหรือค่าแรง ด้วยวิธีการงบประมาณต้องมีการตกลงล่วงหน้า ต้องออกเป็นหมวดที่ชัดเจน แต่เพื่อให้นโยบายดีๆ ของรัฐบาลเดินหน้าได้เร็ว รัฐมนตรีสั่งการให้กรมฯ หาวิธี จึงคิดว่าใช้วิธีวิจัยเรื่องการให้ อสม.เป็นหมอประจำบ้าน เพื่อดูว่าเมื่อมีการเติมความรู้ให้ อสม.และปฏิบัติหน้าที่เป็นหมอประจำบ้านแล้ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นใน 4 ข้อสำคัญเป็นอย่างไร คือ 1.ลดความแออัด รพ. ช่วยให้ผู้ป่วยที่จำเป็นเข้าถึงบริการได้มากขึ้น 2.ลดค่าใช้จ่ายรพ.ได้หรือไม่ 3.ลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย และ 4.ลดโรคแทรกซ้อน เช่น ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงที่ต้องนอนนานๆ เมื่ออสม.ไปดูแลบ่อยๆ การมีแผลกดทับอาจจะไม่เกิด

นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้าอสม.ที่เป็นหมอประจำบ้านทำสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว เป็นการลดค่าใช้จ่าย จากนั้นก็จะนำมาเปรียบเทียบดูว่า 4 ข้อนี้ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้กับการให้ค่าตอบแทนอสม.2,500 บาทเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะมีส่วนที่ลดได้ 1 หมื่นบาท แต่มาจ่ายให้อสม.แค่ 2,500 บาท แบบนี้ถือว่าคุ้ม ในปี 2563 จะนำร่อง 1 หมื่นคนแรกก่อนในการวิจัย ถ้าสำเร็จก็จะตั้งงบประมาณต่อไป และปีงบประมาณ 2564 ก็น่าจะเป็นรูปธรรม เพราะนโยบายที่มีงานวิจัยรองรับจะทำให้การจ่ายเงินมีทิศทางที่ชัดเจน


กำลังโหลดความคิดเห็น...