xs
xsm
sm
md
lg

ปรับสมองเพื่อความแข็งแรงระดับเซลล์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ภาพจาก pixabay.com
ในร่างกายของมนุษย์หากถามว่า ส่วนใดสำคัญสุด คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องให้ความสำคัญกับ "สมอง"

สมองดี จะทำให้เรามีจิตใจเบิกบาน ร่างกายแข็งแรงในระดับเซลล์ ภายในอวัยวะทุกส่วนมีความสมดุล หรือหนุ่มสาวกันจากข้างในกันเลยทีเดียว

เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งอายุ 63 ปี เป็นนักเศรษฐศาสตร์แนวหน้าของประเทศมาทำงานอย่างกระฉับกระเฉงทุกวัน ท่านกล่าวว่าถ้าเซลล์ไม่แก่ ร่างกายก็ไม่แก่ และเซลล์จะไม่แก่ ถ้าสมองเราดี และรู้เท่าทันร่างกาย

เราแต่ละคนมีความต้องการอายุขัยไม่เท่ากัน บางคนอยากอยู่เห็นความสำเร็จของลูกหลานไปนาน ๆ ก็จะหมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย บางคนจิตใจห่อเหี่ยวก็เบื่อที่จะดูแลร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วหากทำความเข้าใจร่างกายเราสักนิด จะพบว่าเราสามารถมีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นได้ เพียงแค่ปรับความคิดให้รู้ว่าเราควรกินอาหาร ออกกำลังกายอะไร แค่นี้เองร่างกายก็ดีขึ้นทันทีที่คิดออก

ในประเทศไทย จะมีคนที่มีอายุ 75-85 ปี พอถึงจุดหนึ่งสุขภาพก็เริ่มเสื่อม และมีช่วงที่สุขภาพอ่อนแอประมาณ 6-10 ปี ก่อนที่จะจากไป

เป็นไปได้ไหมที่คนเราจะไม่เจ็บ ไม่แก่ หรือมีเซลล์แบบคนหนุ่มสาว ถ้าทำได้นี่เป็นเรื่องที่สำคัญและมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเลยทีเดียว

เคยมีนักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งได้ทำงานวิจัยและพบว่าหากวันนี้เราสามารถชะลอความชราได้ในระดับเซลล์ เพราะจะมีที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ในวัยสูงอายุที่ยังแข็งแรงแบบหนุ่มสาว จึงสามารถนำประสบการณ์ชีวิตและการทำงานมากมาย มาสร้างทรัพยากรที่มีค่าให้กับประเทศชาติในรูปแบบของความรู้ ประสบการณ์ หรือความคิด

เป็นไปได้ไหมที่คนจะแก่ได้ แต่ไม่เจ็บ ไม่ทรมาน

คำตอบในปัจจุบันจากการศึกษาทางการแพทย์คือเป็นไปได้ และมีงานวิจัยหลายชิ้นมารองรับ หากคนเราหันมาใส่ใจเรื่องการกิน และการออกกำลังกาย และที่สำคัญเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนมีสุขภาพที่ดีในระดับลึกจากงานวิจัยที่ได้รับรางวัลโนเบลของคุณหมอโยชิโนริ โอสุมิ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น พบว่าการกินวิตามินจะช่วยสุขภาพเราได้ 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ 80 เปอร์เซ็นต์คือเราต้องช่วยเหลือตัวเราเองด้วยการกินให้ถูกต้อง และออกกำลังกายให้พอเหมาะ

การกินอาหารมัน ๆ หวานมาก ๆ หรือรสจัด งานวิจัยพบว่า เหมือนกับการได้รับสารเสพติด อาหารJunk Food จะสามารถเปลี่ยนสารเคมีในสมองให้หลั่งสาร Dopamine ซึ่งเป็นสารที่จะหลั่งเวลาเราสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ และไม่ได้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง แต่เป็นการหลอกให้รู้สึกดีเพียงชั่วคราว

การอดอาหารเย็นเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยปรับสภาพเซลล์และหลอดเลือด เคยมีการทดลองกับหนู โดยแบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งปล่อยให้กินอาหารตามใจชอบ หิวเมื่อไรก็กินเมื่อนั้น อีกกลุ่มควบคุมให้กินตามเวลา ทิ้งระยะห่าง 12 ชั่วโมง ในแต่ละวันกว่าจะกินมื้อของวันใหม่ ปรากฎว่าหนูกลุ่มที่ควบคุมอาหารมีการทำงานของหัวใจแข็งแรง นักวิทยาศาสตร์ได้พบอีกว่า การไม่จำกัดอาหารมีผลทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะออกกำลังกายแล้วก็ตาม และอินซูลินที่เพิ่มสูงขึ้นจะมีผลเกี่ยวข้องต่อโรคเบาหวาน

ดังนั้นหากมีการถามว่ากินอะไรดีที่สุด ที่จะทำให้แข็งแรง คำตอบคืออย่ากินให้มากจะดีกว่า แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องดื่มน้ำ เห็นตัวอย่างได้จาก ทีมหมูป่าที่ติดถ้ำหลวง สามารถรอดชีวิตได้ด้วยน้ำเพียงอย่างเดียว หรือพระสงฆ์ในศาสนาพุทธหลังจากเที่ยงวันดื่มแต่น้ำจนเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ท่านสุขภาพแข็งแรงมาก

ยิ่งไปกว่านั้น การไม่กินอาหารเย็น เป็นการกระตุ้นร่างกายให้เซลล์เผาผลาญน้ำตาลและไขมันให้หมด ทำให้เซลล์ไม่แก่

รวมถึงการวิ่งออกกำลังกายในแต่ละสัปดาห์ให้ได้ 20-30 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ หากจะวิ่งให้ไกลขึ้น นานขึ้น หนักขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้แข็งแรงขึ้น และการวิ่งอย่างพอเหมาะทำให้สมองดีขึ้น เวลาวิ่งสมองจะมีการสั่งการให้วิ่งอย่างสมดุล ดังนั้นการวิ่งคือการบริหารสมองอย่างหนึ่งเหมือนกัน

หากประเทศเรามีประชากรที่สุขภาพดีขึ้น สมองดีขึ้น แม้จะสูงวัยสักแค่ไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาบ้านเมือง การชราไม่ใช่โรค ตราบใดที่เราสามารถรักษาสุขภาพความคิด ร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง

ครูฮ้วง

-----------------

ครูฮ้วง-เสาวลักษณ์ ลี้รุ่งเรืองพร เจ้าของสถาบัน Campus Genius Center ผู้สอนหลักสูตรติวเข้มเพื่อการสอบ SAT ด้วยแนวคิดแบบ Critical Thinking ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถยื่นคะแนนเข้าเรียน และประสบความสำเร็จในการเรียนคณะอินเตอร์ทั้งในและต่างประเทศ



กำลังโหลดความคิดเห็น...