xs
xsm
sm
md
lg

อธิบดีฯ สั่งแพทย์ทางเลือกหาข้อมูล "ฉี่รักษาโรค" ยันไม่ได้รักษาทุกโรค อาจมีประโยชน์บางเรื่อง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อธิบดีกรมแพทย์แผนไทย ยันแพทย์ทางเลือกไม่ปฏิเสธทุกแนวการรักษา ชี้ "ฉี่รักษาโรค" อาจมีประโยชน์บางสถานการณ์และบางเรื่อง สั่งตรวจสอบข้อมูล การศึกษา และการวิจัย มีประโยชน์เรื่องใด แต่ไม่ใช่อ้างรักษาได้ทุกโรค ด้านหมอตาเตือนเอามาล้างตา เสี่ยงติดเชื้อ ถึงขั้นตาบอด ต้องควักลูกตาทิ้ง

จากกรณีกระแสเรื่องความเชื่อในการใช้ "ปัสสาวะ" หรือฉี่มาใช้ในการรักษาโรค โดยมีทั้งการนำมาดื่ม กิน อาบ และมีการอ้างว่าเป็นการแพทย์ทางเลือกนั้น

วันนี้ (26 ส.ค.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การแพทย์แผนปัจจุบัน การรักษาโรคด้วยปัสสาวะ ไม่มีเอกสารใดออกมายืนยันว่ารักษาโรคได้ อาจเป็นความเชื่อทางการแพทย์ทางเลือก สารในปัสสาวะเป็นข้อเสียของร่างกาย การแพทย์แผนปัจจุบันเห็นว่าไม่มีประโยชน์ บางคนเห็นเก็บปัสสาวะใส่ขวดเอาไว้นาน ยิ่งกลายเป็นของหมัก มีกรดยูริกเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ มีไนโตรเจน ในระยะยาวไม่น่าจะดีแน่ หากนำมาดื่ม ยืนยันว่า การดื่มปัสสาวะเป็นความคิดไม่ถูกต้อง เข้าใจผิด ยิ่งกรณีครูอ้างว่า มาใช้รักษาเด็กแก้ปวดท้องเพราะดื่มน้ำอัดลมมาก ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ควรแก้ด้วยการลดดื่มน้ำอัดลมให้น้อยลง เพราะจะได้ไม่เพิ่มทั้งแก๊สในท้อง และน้ำตาล

นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า ตามหลักวิทยาศาสตร์และการแพทย์แผนปัจจุบัน ปัสสาวะก็คือของเสียที่ออกจากร่างกาย อย่างคนเป็นเบาหวานก็จะมีน้ำตาลหลุดออกมา คนเป็นโรคไต มีของไม่ดีตกค้างในร่างกายมาก ก็จะหลุดตามปัสสาวะออกมา ซึ่งการบอกว่าใช้น้ำปัสสาวะรักษาถือเป็นการแพทย์ทางเลือกนั้น ต้องเรียนก่อนว่า การแพทย์ทางเลือกไม่ได้ปฏิเสธทุกเรื่องทุกอย่าง 100% ก็อาจบอกได้ว่าปัสสาวะอาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์และบางเรื่อง แต่ว่าเป็นเรื่องไหนนั้น ขอไปปรึกษาและตรวจสอบดูก่อนว่า มีประโยชน์ในเรื่องใดสถานการณ์ใด มีงานวิจัยอะไรหรือไม่ แต่คงไม่ใช่การออกมาบอกว่า รักษาได้ทุกอย่างทุกโรค หรือรักษามะเร็งได้ แบบนี้เป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินไปหรือโอเวอร์เคลมหรือไม่ นอกจากนี้ เมื่อเป็นทางเลือก ก็แสดงว่าต้องมีการใช้ทางหลักก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยมาใช้ทางเลือก แต่ไม่ใช่เอาทางเลือกมาใช้เป็นการรักษาหลัก

"ขณะนี้กำลังให้ทีมตรวจสอบข้อมูลการแพทย์ทางเลือก ในส่วนของการใช้ปัสสาวะรักษาโรค ว่ามีการศึกษาใด งานวิจัยอะไร นำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องใด สถานการณ์ไหนบ้าง แต่การออกมาอ้างว่ารักษาได้ทุกเรื่องคงไม่ใช่" นพ.มรุต กล่าว

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย วงศ์กิตติรักษ์ ประธานฝ่ายวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีชาวบ้าน ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป้ง จ.สระบุรี ดื่มปัสสาวะ พร้อมนำมาล้างหน้า ล้างตาเชื่อป้องกันรักษาโรคได้ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะปัสสาวะเป็นของเสียที่ขับออกมาจากร่างกาย ยิ่งปล่อยค้างคืนไว้ยิ่งทำให้เชื้อโรค แบคทีเรียต่างๆ เจริญเติบโตได้มากขึ้น รวมถึงอาจจะมีสารเคมีบางอย่างปนออกมากับน้ำปัสสาวะ ขณะที่ดวงตาเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างบอบบาง มีความต้านทานต่อการติดเชื้อค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับอวัยวะอื่น การเอาปัสสาวะที่เป็นของเสียมาล้าง ยิ่งทำให้เกิดอันตราย มีความเสี่ยงสูงมาก และเสี่ยงทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ป่วยโรคทางตาอยู่ก่อน

“อาการเบาสุด คือ ระคายเคือง ตาแดงเฉยๆ ถ้าเกิดการติดเชื้อที่เยื่อบุตาจะมีขี้ตา ตาแดง เปลือกตาบวม และถ้ารุนแรงกว่านั้น คือ เกิดการติดเชื้อที่กระจกตาดำ อาจจะทำให้ตาบอด ต้องควักลูกตา ดังนั้น ห้ามทำเด็ดขาด เรื่องนี้ทางราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ได้ประสานไปยังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้รีบเข้าไปดูแลแล้ว” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวและว่า การที่ประชาชนรายนั้นระบุว่า ทำเช่นนี้มานาน ไม่เห็นจะมีอันตราย เรียนว่าแค่โชคดีเท่านั้น แต่ก็มีความเสี่ยงสูง สักวันจะเกิดปัญหาตามมาได้ หากเลิกพฤติกรรมตอนนี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะดวงตาของคนเราจะไม่อุ้มอะไรไว้ เพราะมีพื้นที่ในการเก็บน้ำหรือยาน้อยมาก ประมาณ 1 ใน 3 ของหยดเท่านั้น พอไม่มีการหยอดเพิ่ม เชื้อโรคทั้งหลายก็จะถูกกระบวนการธรรมชาติทำลายทิ้งไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...