xs
xsm
sm
md
lg

โรคพาร์กินสัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผศ.นพ.ปรัชญา ศรีวานิชภูมิ
ภาควิชาอายุรศาสตร์

ท่านเคยสังเกตผู้สูงอายุในบ้านหรือไม่ว่ามีอาการมือสั่น ๆ ทำอะไรช้าลง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติในผู้สูงอายุ อาจเป็นอาการของคนที่เป็นโรคพาร์กินสัน ซึ่งโรคนี้หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยเองก็จะใช้ชีวิตลำบาก มาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง ทำให้การผลิตสารบางอย่างที่ชื่อว่า โดพามีนลดลง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหว โดยร่างกายจะเคลื่อนไหวได้ช้า

ส่วนสาเหตุทำให้เกิดโรคพาร์กินสันที่ทำให้โดพามีนลดลงนั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าคืออะไร และในปัจุบันยังไม่แน่ชัดว่าปัจจัยใดที่เป็นปัจจัยเดียวที่กระตุ้นให้เกิดโรคพาร์กินสัน แต่มีการศึกษาและค้นพบว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคพาร์กินสัน ได้แก่ ผู้ป่วยบางรายมีประวัติสัมผัสยาฆ่าแมลง มีประวัติใช้สารเสพติดบางชนิด หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคพาร์กินสันก็จะเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งพบได้ถึงร้อยละ 10-15

อาการของโรคพาร์กินสัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอาการหลัก ๆ ได้แก่

1.อาการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว มี 4 อาการหลัก ๆ คือ อาการที่หนึ่ง คือ อาการมือสั่น โดยเป็น
ลักษณะมือสั่นในขณะพัก แต่ว่าเวลาขยับเคลื่อนไหวอาการมือสั่นจะหายไป อาการที่สอง คือ อาการฝืด หนืด เกร็งของกล้ามเนื้อ อาการที่สาม คือ การเคลื่อนไหวช้า และอาการที่สี่คือ การทรงตัวและการเดินที่ผิดปกติ จะเป็นลักษณะที่เดินซอยเท้าถี่ ๆ ศีรษะจะพุ่งไปข้างหน้า

นอกจากนั้นอาจจะมาด้วยอาการอื่น ๆ ได้อีก เช่น เขียนหนังสือตัวเล็กลง ใบหน้าแสดงสีหน้าออกได้น้อย ยิ้มน้อย ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้า

2. อาการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน เช่น ท้องผูก จมูกดมไม่ค่อยได้กลิ่นหรือได้กลิ่นลดลงจากปกติ ตอนกลางคืนนอนมีการละเมอชกต่อยเตะถีบออกท่าทาง

ในการวินิจฉัยโรคพาร์กินสัน เกณฑ์การวินิจฉัยขั้นตอนแรกจะดูว่าผู้ป่วยมีอาการคล้ายคลึงกับอาการที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่ หลังจากนั้นซักถามประวัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่อาจจะมีอาการคล้ายคลึงกับโรคพาร์กินสัน เช่น มีประวัติได้รับยาต้านอาการทางจิตเวช ได้รับยาแก้อาเจียนคลื่นไส้เวียนศีรษะ มีประวัติเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตมาก่อน มีประวัติเป็นเนื้องอกสมอง หรือมีอาการโพรงสมองบวมน้ำ จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายจะหาข้อสนับสนุนในการเป็นโรคพาร์กินสัน เช่น มีอาการข้างหนึ่งนำมาก่อนอีกข้างหนึ่ง และมีลักษณะอาการดำเนินโรคไปอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนการรักษา ในปัจจุบันแพทย์ยังแนะนำให้เริ่มต้นใช้ยาในการรักษา โดยมีเป้าหมายคือ เพิ่มสารโดพามีนในร่างกาย โดยลักษณะรูปแบบในการใช้ยามีทั้งรูปแบบการรับประทานและการใช้แผ่นแปะเพื่อให้ผู้ป่วยสะดวกในการบริหารยามากขึ้น โดยเป้าหมายหลักจริง ๆ ในการใช้ยาคือต้องการให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติก่อนที่กลายเป็นผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

สำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน นอกเหนือจากการใช้ยาแล้ว ยังแนะนำส่งเสริมให้ผู้ป่วยออกกำลังกายที่ได้ประโยชน์ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ได้แก่ การรำมวยจีน การรำไทเก๊ก และการเต้นรำในจังหวะแทงโก้ แต่หากไม่สามารถทำได้แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างง่าย ๆ เช่น การเดินรอบสนาม การปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายอยู่ในบ้าน
*****

กิจกรรมดี ๆ ที่ศิริราช
#ขอเชิญผู้สนใจที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป อ่านออกเขียนได้และไม่มีปัญหาในการสื่อสาร รวมทั้งไม่มีโรคทางสมองที่สำคัญเข้าร่วมโครงการวิจัย เรื่อง การศึกษาค่าอ้างอิงปริมาตรเนื้อสมองโดยวิธีเอ็มอาร์ไอในผู้สูงอายุปกติในคนไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกผู้สูงอายุ รพ.ศิริราช โทร. 08 8846 1530, 0 2419 7287 (อังคณา จงสวัสดิ์พัฒนา), 09 0990 5233, 08 1823 0878 (ศ.พญ.อรสา ชวาลภาฤทธิ์ หรือนุชนาถ บัณฑิตย์เจริญพันธุ์)
กำลังโหลดความคิดเห็น...