xs
xsm
sm
md
lg

อภ.ร่วม ม.ขอนแก่น พัฒนา 3 ผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชารูปแบบใหม่ "ยาเหน็บทวาร-แผ่นแปะผิว-ฟิล์มติดช่องปาก"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อภ.ลงนามร่วม ม.ขอนแก่น พัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชา 3 รูปแบบใหม่ ทั้งยาเหน็บทวารหนัก แผ่นแปะผิวหนัง แผ่นฟิล์มติดช่องปาก เผยต้องปลูกขอบสองอีก 4 เดือนถึงส่งมอบสารสกัดได้ พร้อมวิจัยทางคลินิก คาดใช้เวลา 1 ปี ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ ระบุดอกกัญชาสายพันธุ์ทีเอชซีสูงส่งเข้าห้องสกัดแล้ว ได้น้ำมันกัญชาแน่สิ้น ก.ค.นี้

วันนี้ (12 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่องค์การเถสัชกรรม นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมลงนามข้อตกลงควมมร่วมมือวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาทางการแพทย์

นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชารูปแบบต่างๆ ที่นอกเหนือจากชนิดน้ำมันหยดใต้ลิ้น ให้มีความหลากหลาย ใช้งานง่าย ซึ่งจะมีการศึกษาความคงสภาพ การศึกษาทางพรีคลินิก และทางคลินิก เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาเมดิคัล เกรดที่ดีมีคุณภาพ ราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงการปลูกและการพัฒนาสายพันธุ์ ทั้งนี้ การนำสารสกัดกัญชาไปพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ นั้น จะต้องรอการปลูกกัญชาในขอบที่สอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวดอกกัญชาในขอบแรก ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4 เดือน จึงจะได้สารสกัดกัญชาในขอบที่สอง และสามารถมอบให้ ม.ขอนแก่นได้ ซึ่งน่าจะทันพอดีกับการที่ ม.ขอนแก่นจะต้องยื่นขออนุญาตโครงการวิจัยต่างๆ โดยเฉพาะการขออนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน แต่ระหว่างนี้จะมีการมอบสารสกัดที่ได้จากของกลาง ป.ป.ส. ให้แก่ ม.ขอนแก่น ในการนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดสอบในสัตว์ทดลองก่อน

นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับการเก็บเกี่ยวดอกกัญชา ซึ่งมีการปลูกไว้ใน 2 ห้อง เนื่องจากดอกกัญชาสุกไม่พร้อมกันจึงได้ทนอยเก็บ โดยได้เก็บดอกกัญชาห้องแรกทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวในห้องที่สอง โดยในส่วนของสายพันธุ์ทีเอชซีสูง ได้อบแห้งและเข้าสู่กระบวนการสกัดแล้ว คาดว่าจะออกมาได้ในปลาย ก.ค.นี้ ส่วนสายพันธุ์ที่ให้สารทีเอชซีและซีบีดีหนึ่งต่อหนึ่งอบแห้งแล้ว คาดว่ามัปดาห์หน้าจะเข้าสูกระบวนการสกัด และสายพันธุ์ซีบีดีก็เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างทยอยดำเนินการ โดยหลังจากนี้จะมีการขยายพื้นที่ปลูกกัญชาในโรงเรือนระบบปิดมากขึ้น ซึ่งจะได้ผลผลิตมากขึ้น 10 เท่า และพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกในระบบกรีนเฮาส์

รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ม.ขอนแก่นมีการติดตามข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับกัญชามาสักระยะแล้วราว 4-5 ปี สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ม.ขอนแก่น ก็มีความพร้อม เพราะมีคณะที่เกี่ยวข้องที่จะมาร่วมมือในการดำเนินงานถึง 5 คณะ ทั้งคณะเกษตรศาสตร์ ที่จะเข้ามาดูเรื่องของการปลูกและพัฒนาสายพันธุ์ คณะเภสัชศาสตร์ ในการพัฒนาสารสกัดกัญชารูปแบบใหม่ๆ คณะวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยสกัดและวิจัยสารสำคัญของกัญชาที่นอกเหนือไปจากสารทีเอชซีและซีบีดี คณะแพทยศาสตร์ ในการวิจัยผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาในมนุษย์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ ในการนำกากช่อดอกที่เหลือจากการสกัด หรือที่เรียกว่าซีโรเบส มาพัฒนาเป็นอาหารสัตว์

ด้าน ศ.ภญ.บังอร ศรีพานิชกุลชัย คณะเภสัชศาสตร์ และคณะกรรมการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า การพัฒนาสารสกัดกัญชารูปแบบใหม่ๆ ที่แตกต่างจากปัจจุบันนั้น จะมีการทำในรูปแบบของยาเหน็บทวารหนัก แผ่นแปะซึมผ่านผิวหนัง และแผ่นฟิล์มเกาะติดเนื้อเยื่อในช่องปาก ซึ่งรูปแบบของยาเหล่านี้ทางคณะเภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น มีการพัฒนาจากสมุนไพรตัวอื่นอยู่แล้ว เพียงแค่รอสารสกัดกัญชาจากทาง อภ. ก็จะนำมามาใส่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะมีการกำหนดขนาดและปริมาณให้เหมาะสมกับโรค สำหรับยาเหน็บทางทวารหนัก เมื่อสวนเข้าไปจะเกิดการแข็งตัวและปลดปล่อยตัวยาออกมา ทำให้ไม่เลอะเทอะ ตัวยาไม่ผ่านกระบวนการย่อยที่ตับ ดังนั้น จึงได้ยาแบบเต็มๆ กำหนดขนาดที่จะใช้ได้ ช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่นเดียวกับแผ่นฟิล์มเกาะติดเนื้อเยื่อในช่องปาก ที่จะลดความเสี่ยงจากการใช้แบบหยดใต้ลิ้นที่บางครั้งไม่รู้ขนาดและจำนวนที่หยดลงไป

ศ.ภญ.บังอร กล่าวว่า หลังพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ๆ เหล่านี้เสร็จแล้ว จะมีการนำไปทดลองทางคลินิกร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น โดยคาดว่า 1 ปีน่าจะได้ผลิตภัณฑ์ออกมา สำหรับการนำสารสกัดกัญชาของ อภ.ที่ได้จากของกลาง ป.ป.ส. มาวิจัยในสัตว์ทดลองนั้น ก็จะมีการดูเรื่องของฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เช่น ผลทางสมองของอัลไซเมอร์ และเซลล์เพาะเลี้ยงมะเร็งท่อน้ำดี

ศ.มนต์ชัย ดวงจินดา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า การปลูกกัญชาจะปลูกทั้งระบบโรงเรือน กรีนเฮาส์ ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ มีพื้นที่เกือบ 2 ไร่ในการปลูกแบบเอาท์ดอร์ ซึ่งจะมีระบบรั่วและระบบรักษาความปลอดภัย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาครอบครองและปลูก นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ลูกผสมเพื่อให้ได้สารสำคัญตามที่ต้องการ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้วย




กำลังโหลดความคิดเห็น...