xs
xsm
sm
md
lg

สบส.จ่อฟันคลินิกโฆษณา "คีเลชันบำบัด" ลดริ้วรอย รักษาโรคเรื้อรัง ชี้โอ้อวดเกินจริง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สบส.เตือน "คีเลชันบำบัด" ใช้สำหรับผู้ป่วยถูกพิษโลหะหนัก ไม่มีข้อมูลช่วยลดริ้วรอย ผิวเปล่งปลั่ง รักษาความดัน เบาหวาน อย่าหลงเชื่อคลินิกอวดอ้างเกินจริง จ่อฟันฐานโฆษณาเท็จ เกินจริง โทษทั้งจำและปรับ

วันนี้ (10 ก.ค.) ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกระแสการนำคีเลชันบำบัด (Chelation Therapy) มาลดริ้วรอย ช่วยผิวเปล่งปลั่ง รักษาโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ ให้หายขาดได้ ว่า วัตถุประสงค์และประโยชน์ของคีเลชันบำบัดที่ได้รับการยอมรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งทางการแพทย์ คือ การขับสารพิษโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว สารปรอท สารหนู ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการอักเสบในบริเวณที่สะสม หรือบำบัดภาวะผิดปกติทางสุขภาพที่สัมพันธ์กับการสะสมและตกค้างของสารโลหะหนักแบบเรื้อรังในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่อาศัยหรือประกอบอาชีพในแหล่งที่มีสารโลหะหนัก อาทิ โรงงานแบตเตอรี โรงเชื่อมโลหะ ฯลฯ หรือเป็นผู้ที่มีประวัติถูกยิงและมีกระสุนฝังในร่างกาย โดยการนำสารเคมี เช่น โปรตีนสังเคราะห์ EDTA ฉีดเข้ากระแสเลือดเพื่อเข้าไปจับตัวกับอนุภาคของโลหะหนัก เพื่อขับโลหะหนักออกจากร่างกาย

ทพ.อาคม กล่าวว่า การทำคีเลชันบำบัด อาจจะมีโทษมากกว่าประโยชน์ หากนำมาใช้กับบุคคลที่ร่างกายมีโลหะหนัก แต่ไม่ได้ถึงระดับขนาดที่เป็นพิษหรือป่วยด้วยโรคพิษโลหะหนัก อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า สามารถลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หรือสามารถรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ซึ่งปัจจุบันตามมาตรฐานทางการแพทย์สงวนการทำคีเลชันบำบัดไว้สำหรับผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคพิษโลหะหนักเท่านั้น และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

"ขอให้ประชาชนพิจารณาให้รอบด้านก่อนตัดสินใจรับบริการ อย่าด่วนตัดสินใจเพียงเพราะคำโฆษณา ซึ่งการที่ รพ.เอกชนหรือคลินิกชักชวนประชาชนให้รับบริการคีเลชันบำบัด โดยอวดอ้างว่าช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งหรือรักษาอาการโรคเรื้อรัง จะถือว่าเข้าข่ายการโฆษณาเป็นเท็จ โอ้อวดเกินจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล มีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทจนกว่าจะระงับการโฆษณา" ทพ.อาคม กล่าว

ทพ.อาคม กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า เทรนด์ในเรื่องของสุขภาพและความงามนั้นไม่เคยจางหายไปจากสังคมไทยหลายคนต่างมองหาวิธีการใหม่ๆที่จะทำให้สุขภาพ ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งเป็นหนุ่ม/สาวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้มีสถานพยาบาลที่ให้บริการเสริมความงามเกิดขึ้นใหม่ในทุกๆปี ประกอบกับการแข่งขันทางธุรกิจด้านสุขภาพ และความงามที่เพิ่มขึ้น ทำให้สถานพยาบาลมักเฟ้นหาเทคนิคหรือศาสตร์ทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ๆ มาดึงดูด เชิญชวนให้เข้ารับบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในการพัฒนาวงการแพทย์และสถานพยาบาล แต่บางส่วนอาจอาศัยความไม่รู้ของประชาชนมาบิดเบือนข้อมูล ก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อบริการทางการแพทย์


กำลังโหลดความคิดเห็น...