xs
xsm
sm
md
lg

อย่าประมาท “วัณโรคนอกปอด” มัจจุราชเงียบใกล้ตัว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วัณโรคไม่ได้เกิดขึ้นแค่เฉพาะใน “ปอด” เท่านั้น แต่ยังเกิดบริเวณอื่นของร่างกายได้อีกด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา คือ กรณีของ “น้ำตาล เดอะสตาร์” หรือ น.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว ที่เสียชีวิตจากวัณโรคหลังโพรงจมูก หรือกรณีของธีร์ ภูมิธนะวัชร์ บุญลือประดิษฐ์ อดีตนักแสดง ที่ป่วยด้วยวัณโรคทับตับและต่อมน้ำเหลือง

แล้ววัณโรคนอกปอดต่างกับวัณโรคปอดอย่างไร

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับ “โรควัณโรค” (Tuberculosis หรือ TB) ก่อน โดย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า วัณโรค เป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย MycobacteriumTuberculosis สามารถเกิดได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย สถานการณ์วัณโรคในประเทศไทย พบผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 108,000 รายต่อปี โดยไทยเป็น 1 ใน14ประเทศที่มีปัญหาวัณโรครุนแรงระดับโลก เสียชีวิต 12,000 ราย ยังมีผู้ป่วยเข้าไม่ถึงการรักษาราว 46,000 คน ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80 เกิดที่ปอด ที่เหลือเป็นวัณโรคนอกปอด เช่น ต่อมน้ำเหลือง เยื่อหุ้มปอด กระดูกและข้อ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท เยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มหัวใจ ผิวหนัง เป็นต้น

“วัณโรค ติดต่อจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ ไม่ติดต่อจากการดื่มน้ำแก้วเดียวกันแต่อย่างใด เมื่อผู้ป่วยวัณโรคปอด หลอดลม หรือกล่องเสียง ไอ จาม พูดดังๆ ตะโกน หรือหัวเราะ ทำให้เกิดละอองฝอยกระจายอยู่ในอากาศ ผู้อื่นที่รับเชื้อจากการหายใจเอาเชื้อเข้าสู่ปอด โดยทั่วไปผู้ติดเชื้อวัณโรคเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่จะป่วยเป็นวัณโรค ขึ้นกับภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ละคน หากภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง ก็จะไม่สามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ ทำให้เกิดการติดเชื้อ และสามารถติดเชื้อในตำแหน่งที่เชื้อสัมผัส จึงเกิดวัณโรคนอกปอดขึ้นได้ ทั้งนี้ ผู้ป่วยวัณโรคอาจมีหรือไม่มีอาการก็ได้ อาการสำคัญที่ควรสงสัยว่าอาจเป็นวัณโรคปอด คือ ไอเรื้อรังติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์หรือไอมีเลือดปน อาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น มีไข้ มักเป็นตอนบ่าย เย็น หรือกลางคืนอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เหงื่อออกมากตอนกลางคืน เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ" นพ.สุวรรรชัย กล่าว

สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูกรศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า วัณโรคหลังโพรงจมูก จัดเป็นวัณโรคนอกปอด ซึ่งพบได้น้อย เกิดจากการติดเชื้อวัณโรคที่ปอด แล้วกระจายมาที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอหอย หรือจากการติดเชื้อวัณโรคบริเวณคอหอยโดยตรง ส่วนใหญ่พบในเด็กและผู้สูงอายุ แต่ก็พบได้ในทุกช่วงวัย อาการ คือ มีก้อนที่คอจากต่อมน้ำเหลืองโต ส่วนน้อยหากมีอาการจุกแน่น เจ็บ หรือระคายในคอเรื้อรัง ซึ่งอาการนี้จะแยกไม่ออกจากมะเร็งคอหอยที่พบบ่อยในคนไทย ส่วนอาการอื่นของวัณโรค และวัณโรคปอด พบร่วมได้ราวหนึ่งในสาม อย่างไรก็ตาม ควรพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก เพื่อทำการตรวจโดยละเอียด ซึ่งการวินิจฉัย จะอาศัยการส่องกล้องตรวจบริเวณหลังโพรงจมูกและตัดชิ้นเนื้อตรวจทางจุลชีววิทยา โดยย้อมและเพาะเชื้อวัณโรค หรือตรวจหาลักษณะของวัณโรคทางพยาธิวิทยา ปัจจุบันนิยมใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยา ช่วยให้วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น

ขณะที่ พญ.ผลิน กมลวัทน์ ผู้อำนวยการกองวัณโรค กรมควบคุมโรค (คร.)ระบุว่า วัณโรคนอกปอดที่เกิดขึ้นตามอวัยวะต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นจากเชื้อตัวเดียวกัน แต่การจะไปอวัยวะไหนขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนและภูมิต้านทาน อย่างการไปที่ตับหรือต่อมน้ำเหลืองก็แสดงว่าอาจมีภูมิต้านทานที่ต่ำมาก ซึ่งการมีภูมิต้านทานร่างกายที่ต่ำเกิดขึ้นได้จากการอดนอน การทำงานหนัก เบาหวาน ฯลฯ ที่ทำให้เม็ดเลือดขาวในร่างกายต่ำ การวินิจฉัยวัณโรค ถ้าเป็นที่ปอด จะวินิจฉัยโดยการเอกซเรย์ปอดและการตรวจเสมหะเพื่อหาเชื้อ ส่วนวัณโรคนอกปอดตรวจโดยการตรวจชิ้นเนื้อหรือสารคัดหลั่ง สำหรับการรักษาผู้ป่วยวัณโรคปอดและนอกปอดต่างใช้ยาตัวเดียวกันในการรักษาแต่จะใช้เวลาในการรักษาแตกต่างกันออกไป โดยวัณโรคปอดใช้เวลาการรักษา 6เดือน แต่ถ้าเป็นวัณโรคนอกปอด อาจใช้เวลารักษา 6-12 เดือน ขึ้นกับอวัยวะที่เป็นและความรุนแรงของโรค ขอย้ำว่า วัณโรคสามารถรักษาให้หายได้ แต่จะต้องกินยาให้ครบตามที่กำหนด กินยาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

การป้องกันและลดโอกาสเป็นวัณโรคปอดและวัณโรคนอกปอด คือ 1. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง 2. หลีกเลี่ยงในที่ที่คนอยู่แออัด อับทึบ แสงสว่างไม่เพียงพอ 3. หากมีอาการไอเกิน 2 สัปดาห์ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือสงสัยว่าเป็นวัณโรคหลังโพรงจมูก โดยคลำพบก้อนที่คอ หรือจุกแน่น เจ็บ หรือระคายคอเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์ 4. หากมีคนใกล้ชิดเป็นวัณโรค บุคคลที่อยู่ร่วมด้วยต้องรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจว่าได้รับเชื้อหรือไม่ ส่วนคนใกล้ชิดต้องช่วยดูแลให้เขารักษาวัณโรคจนครบและหายขาด






กำลังโหลดความคิดเห็น...